จากกรณีลูกชายวัย 41 ปีใช้ขวานฟันคอและจามศีรษะฆ่าแม่แท้ๆ ตายคาบ้านเมื่อช่วงค่ำวันที่ 9 พ.ค.ที่ผ่านมา ล่าสุด ผกก.บอกสาเหตุที่คลั่งเพราะปิดหน้ากรีดยางพารา 3 เดือนไม่มีเงินซื้อยาบ้ามาเสพ ไปขอเงินแม่ซื้อไม่ได้จึงลงมือฆ่า
วันนี้ (10 พ.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีสะเทือนขวัญที่สร้างความหดหู่ใจไปทั่วทั้งจังหวัด กรณีนายสิบเอ็ด โสนะจิตร อายุ 41 ปี ก่อเหตุฆาตกรรมนางเหลี่ยง สุกะรา มารดาวัย 73 ปี อย่างโหดเหี้ยมภายในบ้านพักในอำเภอบุณฑริก จ.อุบลราชธานี สาเหตุมาจากขอเงินซื้อยาเสพติดไม่ได้
ล่าสุดเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิรันดร แก้วภักดี ผกก.สภ.ห้วยข่า และทีมพนักงานสอบสวน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้งท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเศร้าสลดของญาติพี่น้องและชาวบ้านที่กำลังช่วยกันจัดเตรียมงานศพให้กับคุณยายเหลี่ยงผู้ล่วงลับ ซึ่งถูกลูกชายแท้ๆ ใช้ขวานฟันคอและจามศีรษะจนเสียชีวิตคาที่ในบ้านที่ตนเองเคยเลี้ยงดูลูกชายคนนี้มาจนเติบใหญ่
พ.ต.อ.นิรันดร ผกก.สภ.ห้วยข่า กล่าวถึงมูลเหตุจูงใจว่า เหตุการณ์นี้มาจากภาวะ “เงินขาดมือ” เนื่องจากช่วงนี้เป็นฤดูกาลปิดหน้ากรีดยางพารา ทำให้ผู้ก่อเหตุซึ่งมีอาชีพกรีดยางไม่มีรายได้ ประกอบกับมีพฤติกรรมติดยาบ้าอย่างหนัก เมื่อขอเงินมารดาไปซื้อยาเสพติดไม่ได้จึงเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ก่อนเกิดอารมณ์ชั่ววูบจากพิษยา ทำให้ตัดสินใจลงมือสังหารแม่ตัวเองอย่างโหดเหี้ยม
สิ่งที่สร้างความเวทนาให้ผู้พบเห็นมากที่สุดคือพฤติการณ์หลังก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ระบุว่าขณะเข้าควบคุมตัวนายสิบเอ็ดยังมีอาการ “ตาขวาง” และนั่งเฝ้าศพมารดาอยู่ภายในบ้านโดยไม่มีท่าทีขัดขืน แต่ที่น่าสลดใจยิ่งกว่าคือ “ไม่มีร่องรอยของความเสียใจ” ปรากฏบนใบหน้าแม้แต่น้อย และยอมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าแม่ตัวเองจริง
เมื่อตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบว่านายสิบเอ็ดเคยถูกจับกุมในข้อหาครอบครองยาบ้าและเสพยาเสพติดขณะขับขี่รถเมื่อปี 2564 และเคยผ่านการบำบัดยาเสพติดมาแล้ว 45 วัน แต่ท้ายที่สุดก็กลับเข้าสู่วังวนเดิม จนนำมาสู่โศกนาฏกรรมครั้งนี้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาฆ่าบุพการี และจะติดตามขยายผลหาต้นตอที่มาของยาเสพติดที่นายสิบเอ็ดเสพต่อไปด้วย






