• About Us
  • Contact
  • Privacy Policy
  • Terms and Conditions
Wednesday, September 9, 2026
  • Login
  • Register
Page3News Worldwide
  • Home
  • E-Paper
  • Subscriptions
  • Countries
    • USA
    • Canada
    • India
    • Balochistan
    • Thailand
    • UK
    • Australia
  • Language Wise News
    • Thai News
    • Punjabi News
    • Hindi News
  • Other News
    • World News
    • Latest Movie Reviews
    • Culture
    • Finance
    • Hollywood
    • Business
    • Entertainment
    • Sports
    • Lifestyle
    • Fashion
    • food
    • Health
    • Travel
    • Politics
    • Science
    • Tech
  • Multilingual Editorial
    • English Editorials
    • Thai Editorials
    • Hindi Editorials
    • Punjabi Editorials
    • Page3News Special
No Result
View All Result
  • Home
  • E-Paper
  • Subscriptions
  • Countries
    • USA
    • Canada
    • India
    • Balochistan
    • Thailand
    • UK
    • Australia
  • Language Wise News
    • Thai News
    • Punjabi News
    • Hindi News
  • Other News
    • World News
    • Latest Movie Reviews
    • Culture
    • Finance
    • Hollywood
    • Business
    • Entertainment
    • Sports
    • Lifestyle
    • Fashion
    • food
    • Health
    • Travel
    • Politics
    • Science
    • Tech
  • Multilingual Editorial
    • English Editorials
    • Thai Editorials
    • Hindi Editorials
    • Punjabi Editorials
    • Page3News Special
No Result
View All Result
Page3News Worldwide
No Result
View All Result
Home Thailand

“คมนาคม–อว.”อัดทุนวิจัยราง 300 ล้านบาท ตั้งเป้า 3 ปีใช้งานจริง ประเดิมพัฒนาแผ่นยางรองหมอนคอนกรีต -ยางปิดช่องว่างชานชลา

by Dr. Parvinder Singh
August 13, 2026
in Thailand, Thai Editorials, Thai News
0
“คมนาคม–อว.”อัดทุนวิจัยราง 300 ล้านบาท ตั้งเป้า 3 ปีใช้งานจริง ประเดิมพัฒนาแผ่นยางรองหมอนคอนกรีต -ยางปิดช่องว่างชานชลา
0
SHARES
6
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on WhatsappShare on TelegramShare on LineShare on Email

“คมนาคม–อว.” ผนึก”รฟท.–บพข.–สทร.” อัดทุนวิจัย 300 ล้านบาท ดันผลิตระบบราง ใช้ Local Content สู่ใช้งานจริง ปั้นผู้ประกอบการไทย สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ คาดลดนำเข้าได้ 2 แสนล้าน ตั้งธง 3 ปี เห็นผล นำร่องแผ่นยางรองหมอนคอนกรีต -ยางปิดช่องว่างชานชลา 

วันที่ 13 สิงหาคม 2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ภายใต้แนวคิด “Tech to Track: เทคลงราง ล็อกเป้า เป๋าตุง”ระหว่างนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) รองศาสตราจารย์ ดร. กานดา บุญโสธรสถิตย์ ผู้อำนวยการหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถการแข่งขัน (บพข.) และนางสาวเพียงออ เลาหะวิไลย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีระบบราง (องค์การมหาชน) (สทร.) 

เพื่อผลักดันเทคโนโลยีและนวัตกรรมระบบรางฝีมือคนไทยจากงานวิจัยไปสู่การใช้งานจริง พร้อมยกระดับมาตรฐาน ความปลอดภัย และประสิทธิภาพการให้บริการระบบรางของประเทศ ตลอดจนเพิ่มการใช้ชิ้นส่วน วัสดุ และกระบวนการผลิตภายในประเทศ สร้างตลาดและโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการไทย

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การพัฒนาระบบรางต้องมองไกลกว่าการก่อสร้างเส้นทางหรือการจัดหาขบวนรถ แต่ต้องสร้างระบบนิเวศการเดินทางที่เชื่อมโยงทั้งรถไฟระหว่างเมือง ระบบขนส่งมวลชนในเมือง การขนส่งสินค้า และการเดินทางรูปแบบอื่นอย่างไร้รอยต่อ เป้าหมายคือให้ประชาชนเดินทางได้สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ตรงเวลา และในราคาที่เหมาะสม ขณะเดียวกัน ภาคธุรกิจก็ต้องใช้ระบบรางขนส่งสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ นวัตกรรม จึงเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับคุณภาพ ความปลอดภัย และความยั่งยืนของระบบรางไทย แต่ต้องเป็นเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ช่วยลดการพึ่งพาต่างประเทศ และเสริมขีดความสามารถของอุตสาหกรรมไทยให้แข่งขันได้ในเวทีโลก 

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อทำให้ระบบรางไม่เป็นเพียงโครงสร้างพื้นฐานด้านการเดินทางและขนส่งสินค้า แต่เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและฝีมือคนไทย และลดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟเป็นศูนย์ เปิดทางให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และผู้ประกอบการไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานระบบราง และเปลี่ยนประเทศไทยจากผู้ซื้อไปสู่ผู้ผลิต ผู้ขาย และผู้ส่งออก โดย บพข.สนับสนุนทุนวิจัยมากกว่า 300 ล้านบาทใน 5 ปี เพื่อยกระดับผู้ประกอบการศักยภาพสูงและกลุ่มระบบรางให้ได้มากกว่า 150 ราย พร้อมผลักดัน Local Content ให้ถึงร้อยละ 70 ในนวัตกรรมที่ได้รับการสนับสนุน เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ ลดการนำเข้า และวางรากฐานให้ไทยเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยีระบบรางสู่ตลาดโลก

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่ม การจ้างงาน ลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ และขอตั้งเป้าสร้างผลงานด้านเทคโนโลยีระบบราง ที่เป็น คลื่นลูกใหม่ของระบบเศรษฐกิจ (New S-Curve) ที่เกิดขึ้นจริงแรก ในระยะ 3 ปีหรือภายในอายุรัฐบาลนายกฯอนุทิน และเพื่อทำให้อุตสาหกรรมระบบรางไทยเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว

การดำเนินงานทั้งหมด หากเฉพาะหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง จะทำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ จึงต้องร่วมมือกัน โดยเฉพาะหน่วยงานที่มีความรู้ มีงบประมาณ มีบุคลากร จึงเกิดความร่วมมือกับ ทาง อว. ซึ่งมีองค์ความรู้และผู้ประกอบการ ที่สามารถดำเนินการพัฒนาชิ้นส่วน หรือวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ ได้ และถ่ายทอดสู่สถาบันการศึกษาเพื่อสร้างบุคลากรด้านรางได้

“กรมราง สทร.ประกาศในการเริ่มการผลิตชิ้นส่วนอุปกรณระบบราง เริ่มจากสัดส่วน 40% สำหรับการจัดหาแคร่สินค้าของรถไฟ และจะขยายไปไปถึง 60% จน100% ในอนาคต รวมไปตั้งเป้าไปถึงสามารถส่งออกต่อไป”

ปัจจุบัน ระบบรางของไทยมีการนำเข้าทั้งเทคโนโลยี วัสดุอุปกรณ์ มูลค่าเป็นแสนล้านบาท ดังนั้นหากผลิตเอง ใช้วัตถุดิบในประเทศด้วย เช่น ยางธรรมชาติ นอกจากลดการนำเข้าประเมินว่าหากพัฒนาสามารถผลิตในประเทศได้ทั้งระบบ จะช่วยลดการนำเข้าได้ไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท ในภาพรวม”

ด้าน นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าฯรฟท.กล่าวว่า จุดสำคัญของความร่วมมือนี้ คือการทำให้ ‘โจทย์จากหน้างาน’ ได้พบกับ ‘องค์ความรู้จากงานวิจัย’ และทำให้ทั้งสองส่วนเดินไปด้วยกัน รฟท. พร้อมนำโจทย์จากการปฏิบัติงานจริง ทั้งด้านการเดินรถ การซ่อมบำรุง ระบบอาณัติสัญญาณ รถจักรและล้อเลื่อน รวมถึงการให้บริการ มาร่วมพัฒนาเป็นโจทย์วิจัย พร้อมสนับสนุนการศึกษา ทดลอง และทดสอบเทคโนโลยีที่มีศักยภาพภายใต้หลักความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล เพื่อแปลงความร่วมมือให้เป็นงานที่ใช้ได้จริง ระบบที่ดีขึ้น และผลลัพธ์ที่ประชาชนสัมผัสได้ เป้าหมายสูงสุดคือระบบรางที่มีมาตรฐาน ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเป็นระบบขนส่งที่ประชาชนไว้วางใจ

ปัจจุบันมีหลายงานวิจัยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมรางและสทร.และนำไปทดสอบใช้แล้วเพื่อลดการนำเข้า เช่น อุปกรณ์ทางราง ในเส้นทางรถไฟทางคู่ แผ่นยางปิดช่องว่างระหว่างรถกับชานชลา ติดตั้งแล้วในโครงการแอรพอร์ต เรล ลิงก์ทั้ง 7 สถานี ช่วยป้องกันอุบัติเหตุและสิ่งของตกลงสู่ราง โดยใช้ยางธรรมชาติเป็นองค์ประกอบเกือบ 100% หรือยางรองใต้หมอนคอนกรีต สำหรับรางรถไฟที่ใช้หินโรยทาง มีการทดสอบใช้ที่สถานีรถไฟศาลาธรรมสพน์ เป็นต้น

อุตสาหกรรมระบบรางของไทย กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ โดยรฟท. ประเมินความต้องการตู้โดยสารและรถบรรทุกประมาณ 2,500 คัน ในช่วง 10 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกัน การมีผลใช้บังคับของ พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. 2568 จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัยของระบบรางไทย และเปิดพื้นที่ให้งานวิจัย เทคโนโลยี นวัตกรรม และผู้ประกอบการไทยเข้ามามีบทบาทในห่วงโซ่อุตสาหกรรมระบบรางมากยิ่งขึ้น

ภายใต้บริบทดังกล่าว บพข. ร่วมกับ รฟท. และ สทร. จึงบูรณาการความร่วมมือและจุดแข็งของทั้ง 3 หน่วยงาน ตั้งแต่การนำโจทย์และความต้องการจากการใช้งานจริงมากำหนดทิศทางการวิจัย การสนับสนุนทุนวิจัยแบบมุ่งเป้า การพัฒนามาตรฐานและกระบวนการทดสอบ ตลอดจนการผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมให้สามารถผลิต ใช้งาน และต่อยอดนำไปใช้ได้จริง

สำหรับแนวคิด “Tech to Track : เทคลงราง ล็อกเป้า เป๋าตุง” สะท้อนเป้าหมายของความร่วมมืออย่างชัดเจน ได้แก่
– เทคลงราง – ผลักดันเทคโนโลยีและนวัตกรรมฝีมือคนไทยสู่การใช้งานจริงในระบบราง
– ล็อกเป้า – เชื่อมโยงเป้าหมาย ความต้องการ และความเชี่ยวชาญของทั้ง 3 หน่วยงาน เพื่อให้งานวิจัยตอบโจทย์การใช้งานจริงและเข้าสู่การใช้งานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
– เป๋าตุง – เพิ่มการผลิตและใช้ชิ้นส่วน และวัสดุภายในประเทศ เปิดตลาด สร้างโอกาสทางรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้ผู้ประกอบการไทย

พร้อมกันนี้ ภายในงานยังมีการจัดแสดง Innovation Showcase เพื่อนำเสนอศักยภาพของเทคโนโลยีและนวัตกรรมระบบรางไทยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยรฟท. นำผลงานสำคัญมาจัดแสดง ได้แก่

1. ระบบตั๋วทางสะดวกอิเล็กทรอนิกส์ (E-TOKEN)
อุปกรณ์สำหรับใช้ในการขอและให้ทางสะดวกระหว่างสถานี พัฒนาขึ้นเพื่อทดแทนระบบเครื่องตราทางสะดวก (Token Block Instrument) ที่การรถไฟฯ ใช้งานมาเป็นเวลานาน ซึ่งมีข้อจำกัดด้านความทันสมัยและการจัดหาอะไหล่
โดย E-TOKEN สามารถนำมาใช้รองรับการเดินรถในช่วงระหว่างการก่อสร้างและการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบอาณัติสัญญาณรูปแบบใหม่ ช่วยให้การบริหารจัดการการเดินรถมีความต่อเนื่องและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

2. ระบบบังคับสัมพันธ์อาณัติสัญญาณควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ (Computer Based Interlocking: CBI)
ระบบสำหรับควบคุมและประมวลผลอุปกรณ์อาณัติสัญญาณภายในสถานี ทั้งการเตรียมทาง การควบคุมประแจกลไฟฟ้า และการตรวจสอบตำแหน่งของขบวนรถ โดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์ในการประมวลผลและสั่งการ ช่วยเพิ่มความสะดวกในการควบคุมการเดินรถและยกระดับความปลอดภัย

RelatedPosts

ตร.แจ้ง 3 ข้อหา ป้าวัย 77 ขับเบนซ์ย้อนศรวิภาวดี อ้างเข้าใจป้ายผิด-ตกใจ ถูกยึดรถส่งศาลพิจารณาริบ

สะเทือนอเมริกา!สะพัดญี่ปุ่นเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ แม้มีความพยายามร่วมแทรกแซงพยุงค่าเงินเยน

ห้ามใจไม่ไหว! นักวิชาการกัมพูชาโอดบอยคอตต์อ่อนแรง คนหนุ่มสาวเขมรคลั่งดาราศิลปินไทย เลือดรักชาติหายหมด

3. ระบบเชื่อมต่อระหว่างระบบบังคับสัมพันธ์อาณัติสัญญาณ (Interlocking to Interlocking)
เทคโนโลยีสำหรับเชื่อมโยงและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างสถานีข้างเคียง เพื่อให้สามารถสื่อสารข้อมูลการขอและให้ทางระหว่างสถานีได้อย่างถูกต้องและสมบูรณ์ สนับสนุนการเดินรถที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย

4. ระบบควบคุมการขับเคลื่อนรถดีเซลรางปรับอากาศ (Propulsion System) สำหรับ KIHA 40/48
ระบบควบคุมการขับเคลื่อนรถดีเซลรางที่สามารถบันทึกและตรวจจับข้อมูลความชำรุดของระบบผ่านกล่องควบคุม ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานและช่างซ่อมบำรุงสามารถตรวจสอบ วิเคราะห์สาเหตุ และแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วยิ่งขึ้น อันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบำรุงรักษาและความพร้อมในการให้บริการ

Get real time update about this post categories directly on your device, subscribe now.

Unsubscribe
Dr. Parvinder Singh

Dr. Parvinder Singh

Page3news Worldwide, founded by Dr. Parvinder Singh, is a pioneering multilingual newspaper based in Thailand. Our mission is to deliver news that resonates with truth and integrity, free from fear and pressure. We believe in the principles of simple living and high thinking, striving to connect with a global audience. Page3news is dedicated to providing diverse perspectives, ensuring that every voice is heard. Join us in our journey to redefine journalism for a better world. Dr. Parvinder Singh Founder - Page3News Worldwide & Dr. Monruedee Sommart Co-Founder & President - Page3news Worldwide Email : page3newsthai@gmail.com

Related Posts

ตร.แจ้ง 3 ข้อหา ป้าวัย 77 ขับเบนซ์ย้อนศรวิภาวดี อ้างเข้าใจป้ายผิด-ตกใจ ถูกยึดรถส่งศาลพิจารณาริบ

ตร.แจ้ง 3 ข้อหา ป้าวัย 77 ขับเบนซ์ย้อนศรวิภาวดี อ้างเข้าใจป้ายผิด-ตกใจ ถูกยึดรถส่งศาลพิจารณาริบ

by Dr. Parvinder Singh
September 9, 2026
0
10

คุณป้าวัย 77 ปี เจ้าโครงการอสังหาฯ ย่านรัชดา เข้าพบตำรวจให้ปากคำเพิ่ม ปมขับเบนซ์ย้อนศรวิภาวดี อ้างเข้าใจป้ายผิด-ตกใจ ตำรวจแจ้ง 3 ข้อหา ยึดรถส่งศาลพิจารณาริบ วันนี้ (8 ก.ย.) เวลา 14.45 น. ที่ สน.วิภาวดี-งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต...

สะเทือนอเมริกา!สะพัดญี่ปุ่นเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ แม้มีความพยายามร่วมแทรกแซงพยุงค่าเงินเยน

สะเทือนอเมริกา!สะพัดญี่ปุ่นเทขายพันธบัตรสหรัฐฯ แม้มีความพยายามร่วมแทรกแซงพยุงค่าเงินเยน

by Dr. Parvinder Singh
September 9, 2026
0
8

มีความเป็นไปได้ที่ญี่ปุ่นจะขายหลักทรัพย์ต่างประเทศที่ถือครองอยู่บางส่วน ซึ่งรวมถึงพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อใช้เป็นเงินทุนสำหรับการเข้าแทรกแซงค่าเงินครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงเดือนที่ผ่านมา แม้มีความกังวลในวอชิงตันเกี่ยวกับผลกระทบต่อการขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯที่ให้ผลตอบแทนในระยะยาว การถือครองหลักทรัพย์ต่างประเทศของโตเกียว ในช่วงสิ้นเดือนสิงหาคม ลดลง 87,800 ล้านดอลลาร์ จากหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ ตามข้อมูลทุนสำรองของกระทรวงการคลังญี่ปุ่นที่เผยแพร่ออกมาในวันจันทร์(7ก.ย.) การลดลงดังกล่าวมีขนาดใกล้เคียงกับการเข้าแทรกแซงตลาดเพื่อพยุงค่าเงินเยนของญี่ปุ่นเมื่อเร็วๆ นี้ ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังของญี่ปุ่น ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ได้ใช้เงินไปราวๆ 15.4 ล้านล้านเยน(ราว 98,600 ล้านดอลลาร์) ตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม...

ห้ามใจไม่ไหว! นักวิชาการกัมพูชาโอดบอยคอตต์อ่อนแรง คนหนุ่มสาวเขมรคลั่งดาราศิลปินไทย เลือดรักชาติหายหมด

ห้ามใจไม่ไหว! นักวิชาการกัมพูชาโอดบอยคอตต์อ่อนแรง คนหนุ่มสาวเขมรคลั่งดาราศิลปินไทย เลือดรักชาติหายหมด

by Dr. Parvinder Singh
September 9, 2026
0
42

สื่อกัมพูชาอ้างความเห็นของนักวิชาการตั้งคำถามตัวโต "จิตวิญญาณแห่งความรักชาติและความเป็นหนึ่งเดียวกันกำลังถดถอยใช่หรือไม่" พร้อมส่งเสียงคร่ำครวญว่า ในขณะที่บาดแผลจากการรุกรานของไทย(ตามคำกล่าวอ้างของกัมพูชา) ยังคงไม่รับการเยียวยา คนหนุ่มสาวบางส่วนกลับลืมรากเหง้าตนเอง หันไปสนับสนุนผลงานของดาราศิลปินไทยและสินค้าไทยอย่างเปิดเผย ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย รายงานของเคบีเอ็นนิวส์ ระบุว่าในขณะที่บาดแผลที่เกิดจากการรุกรานของไทย(ตามคำกล่าวอ้างของกัมพูชา) ยังคงไม่หายดี คนหนุ่มสาวจำนวนหนึ่งของกัมพูชากลับลืมเรื่องราวความเจ็บปวดอย่างฉับพลัน และหันกลับไปซื้อสินค้าและช่วยส่งเสริมธุรกิจบันเทิงของไทย ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น หนึ่งในสิ่งที่ทำให้สาธารณชนผิดหวังเป็นอย่างมากก็คือ ป้ายบิลบอร์ดขนาดใหญ่ที่เป็นภาพศิลปินไทยปรากฎอยู่ใจกลางกรุงพนมเปญ ยิ่งไปกว่านั้นมันเป็นป้ายที่เช่าโดยแฟนคลับชาวกัมพูชาของศิลปินไทยรายดังกล่าว การกระทำที่กระตุ้นให้นักวิชาการตั้งคำถามว่าจิตวิญญาณแห่งความรักชาติและความเป็นหนึ่งเดียวกันของคนในชาติ กำลังเสื่อมถอยใช่หรือไม่ รายงานของเคบีเอ็นนิวส์ระบุ...

ตำรวจบุกยิงภรรยา ดับคาโรงเรียนอนุบาลหนองปลาไหล เด็ก 44 คนปลอดภัย เร่งเกลี้ยกล่อมมอบตัว

ตำรวจบุกยิงภรรยา ดับคาโรงเรียนอนุบาลหนองปลาไหล เด็ก 44 คนปลอดภัย เร่งเกลี้ยกล่อมมอบตัว

by Dr. Parvinder Singh
September 9, 2026
0
12

เกิดเหตุสลดกลางโรงเรียนอนุบาลเทศบาลตำบลหนองปลาไหล ตำรวจยิงภรรยาเสียชีวิตในโรงอาหาร ก่อนขับรถหลบหนีไปบ้านพัก เด็กนักเรียน 44 คนปลอดภัย แต่หลายคนอยู่ในอาการหวาดผวา ผู้ว่าฯ ชลบุรี ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ ขณะที่ตำรวจเร่งปิดล้อมและเจรจาเกลี้ยกล่อมผู้ก่อเหตุให้มอบตัว เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ ( 9 ก.ย. ) เจ้าหน้าที่ตำรวจ...

“พิพัฒน์” รุดลงพื้นที่หาต้นตอน้ำมันรั่วพระราม 3 ชี้มีอำนาจเรียกค่าเสียหาย-เอาผิดผู้ประกอบการ

“พิพัฒน์” รุดลงพื้นที่หาต้นตอน้ำมันรั่วพระราม 3 ชี้มีอำนาจเรียกค่าเสียหาย-เอาผิดผู้ประกอบการ

by Dr. Parvinder Singh
September 9, 2026
0
6

“พิพัฒน์” รุดลงพื้นที่ด่วนเร่งหาต้นตอน้ำมันรั่ว พระราม 3 หลังประชุมปัญหามลพิษน้ำมัน-เคมีฯ นัดแรก เผยหน้าที่ คกก.รับมือเผชิญเหตุ ชี้มีอำนาจเรียกค่าเสียหาย-เอาผิดผู้ประกอบการ  วันที่ 9 ก.ย.นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดการมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์ ครั้งที่ 1/2569 โดยระบุว่า โครงสร้างคณะกรรมการจะใช้คณะกรรมการชุดเดิม และหลังจากนี้จะเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณาต่ออายุผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการชุดนี้ออกไปอีก...

“ยศชนัน” ออก 4 มาตรการยุติขัดแย้ง “อุเทนถวาย-ปทุมวัน” สั่งงดใช้พื้นที่พิพาทอย่างน้อย 3 เดือน

“ยศชนัน” ออก 4 มาตรการยุติขัดแย้ง “อุเทนถวาย-ปทุมวัน” สั่งงดใช้พื้นที่พิพาทอย่างน้อย 3 เดือน

by Dr. Parvinder Singh
September 9, 2026
0
6

“ยศชนัน” เดินหน้า 4 มาตรการยุติขัดแย้ง “อุเทนถวาย-ปทุมวัน” สั่งงดใช้พื้นที่พิพาทอย่างน้อย 3 เดือน เร่งจัดพื้นที่เรียนใหม่ พร้อมวางแผนเปลี่ยนผ่านพื้นที่เดิมสู่พื้นที่แห่งนวัตกรรม เปิดกว้างให้ประชาชนใช้ประโยชน์ ย้ำความปลอดภัย – คุณภาพการศึกษา 2 สถาบันต้องไม่สะดุด เผยต้องเร่งแก้เพราะพื้นที่สยาม - ปทุมวัน กระทบความมั่นคง...

Facebook Twitter Youtube Instagram Tumblr Pinterest

Page 3 News Multilingual Worldwide

The Page 3 News is a Multilingual Worldwide daily newspaper founded in 2021. It is published in Bangkok, Thailand by the Page 3 News Thai Limited Partnership. Page 3 News is available to the world in all the three formats i.e. e-Paper, digital and print.

The Page 3 News is having offices in many countries like Thailand, India, Canada, USA, etc. and is currently published in English, Thai, Hindi and Punjabi languages.

Category

Calanderwise News

September 2026
MTWTFSS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
« Aug    

© 2024 Page 3 News - First Multilingual Worldwide Newspaper based in Thailand.

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Fill the forms below to register

*By registering into our website, you agree to the Terms & Conditions and Privacy Policy.
All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Subscriptions
  • E-Paper
  • World News
  • Balochistan
  • USA
  • India
  • Thailand
  • Canada
  • UK
  • Australia
  • About Us
  • Contact
  • Privacy Policy
  • Terms and Conditions
  • Disclaimer

© 2024 Page 3 News - First Multilingual Worldwide Newspaper based in Thailand.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.