เกิดเหตุสลดใจ ลูกชายทาสยาเสพติดเกิดอาการคลั่ง คว้าขวานฟันคอและศีรษะแม่บังเกิดเกล้าวัย 73 ปี เสียชีวิตสยองคาบ้านพัก ก่อนนั่งตาขวางเฝ้าศพพูดจาไม่รู้เรื่อง เพื่อนบ้านเข้าไปเห็นถึงกับช็อกวิ่งหนีตายแจ้งตำรวจระงับเหตุ
เมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 9 พฤษภาคม ร.ต.อ. อภิชาติ พบลาภ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ห้วยข่า อ.บุณฑริก จ.อุบลราชธานี รับแจ้งมีเหตุฆาตกรรมสะเทือนขวัญภายในบ้านพักเลขที่ 142 บ้านห้วยข่า หมู่ 1 ต.ห้วยข่า อ.บุณฑริก จึงพร้อม พ.ต.อ.นิรันดร แก้วภักดี ผกก.สภ.ห้วยข่า พร้อมชุดสืบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลบุณฑริก และหน่วยกู้ภัยบุณฑริก รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุซึ่งเป็นบ้านพักชั้นเดียว บริเวณห้องโถงกลางบ้านพบร่างนางเหลี่ยง สุกะรา อายุ 73 ปี นอนเสียชีวิตจมกองเลือด สภาพศพมีบาดแผลฉกรรจ์ถูกของมีคมฟันเข้าที่ลำคอและศีรษะเป็นแผลเหวอะหวะ ใกล้กันพบตัวผู้ก่อเหตุคือ นายสิบเอ็ด โสนะจิตร อายุ 41 ปี ลูกชายแท้ๆ ของผู้ตาย นั่งอยู่ข้างศพในสภาพตาขวาง พูดจาวกวนไม่รู้เรื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบเข้าควบคุมตัวไว้
จากการสอบถามนางสาวเอ (นามสมมติ) อายุ 23 ปี หลานสาวผู้พบเห็นเหตุการณ์คนแรก เล่าด้วยอาการตื่นตระหนกว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ทำกับข้าวตั้งใจจะนำมาให้คุณยายเหลี่ยงที่บ้านเกิดเหตุ เมื่อเดินมาถึงหน้าบ้านก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือแผ่วเบามาจากข้างใน จึงตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปดู ก็เห็นคุณยายนอนนิ่งจมกองเลือด โดยมีนายสิบเอ็ดนั่งคุมเชิงอยู่ข้างๆ ด้วยแววตาน่ากลัว ตนจึงรีบวิ่งออกมาตะโกนขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านและแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที
เบื้องต้นจากการสอบสวนนายสิบเอ็ด ยังอยู่ในอาการมึนเมายาอย่างหนักจนไม่สามารถให้การที่เป็นประโยชน์ได้ ให้การเพียงชื่อ-นามสกุล และยอมรับสารภาพสั้นๆ ว่าเป็นคนใช้ขวานจามศีรษะแม่ของตนเอง ซึ่งเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าสาเหตุมาจากอาการ “คลั่งยา” จนเกิดประสาทหลอนและลงมือก่อเหตุดังกล่าว
สำหรับเช้าวันนี้ นายสิบเอ็ดก็ยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ในห้องขัง สภ.ห้วยข่า เพื่อรอให้สร่างเมาและจะทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ขณะที่ร่างของนางเหลี่ยงถูกส่งไปยังแผนกนิติเวชโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัด เพื่อชันสูตรตามขั้นตอนกฎหมายและใช้เป็นหลักฐานดำเนินคดีต่อนายสิบเอ็ดลูกชายที่ฆ่าแม่ต่อไป
ขอบคุณภาพที่เกิดเหตุจากกู้ภัยบุณฑริก






