กัดไม่ปล่อยแก๊งพม่าบุกปล้นสายไฟค่ากว่า 600,000 บาทในไซด์งาน อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จับ รปภ. มัดมือเท้ารุมทำร้าย ล่าสุด ตร.บ้านบึง สนธิกำลังร่วม ตร.ปลวกแดง เปิดปฏิบัติการบุกรวบหัวหน้าแก๊งพร้อมลูกสมุน คาแคมป์คนงาน พบวางแผนเป็นขบวนการ เตรียมล่าตัวสมาชิกที่ยังหลบหนี
ซึ่งหลังเกิดเหตุ ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านบึง ได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนี จนพบรถต้องสงสัยวิ่งผ่านเส้นทางบ้านสุรศักดิ์-พันเสด็จนอก จึงเปิดปฏิบัติการติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุได้ 4 รายและดำเนินคดีกับร้านรับซื้อของเก่านั้น
วันนี้ ( 3 ก.ค.) พ.ต.อ.กฤษณ์ มาสุข ผกก.สภ.บ้านบึง จ.ชลบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.ทะนงศักดิ์ สุวรรณวัฒน์ รอง ผกก.สส.และ พ.ต.ท.อภิชาติ บุญเกิด สว.สส.สภ.บ้านบึง ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บ้านบึง สนธิกำลังร่วม พ.ต.อ.นาวิน สินธุรัตน์ ผกก.สภ.ปลวกแดง จ.ระยอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปลวกแดง เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นแคมป์คนงาน ภายในซอย 1 ต.แม่น้ำคู้ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง
หลังสืบทราบว่าเป็นแหล่งกบดานของแก๊งคนร้ายชาวเมียนมา ที่ร่วมก่อเหตุบุกปล้นสายไฟใน อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี จนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้อีก 2 คน
ประกอบด้วย นายเย โม หรือ นายเย หม่อง ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดชลบุรี ในข้อหา “ร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ และโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำผิดหรือเพื่อพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และร่วมกันพาอาวุธ (มีด) ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร”ยึดของกลางจำนวนมาก รวมถึงอาวุธปืนสั้นเถื่อน
และ นายไว ยาน อู อายุ 23 ปี ซึ่งถูกแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้ามาอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันปล้นทรัพย์”
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 รายให้การรับสารภาพว่า ได้ร่วมกันก่อเหตุเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมาจริง โดยในคืนเกิดเหตุ หัวหน้าแก๊ง ได้ใช้อาวุธปืนสั้นยี่ห้อกล๊อค 19 ขนาด 9 มม. แบบไม่มีทะเบียนพร้อมเครื่องกระสุนที่ถูกตำรวจยึดได้ เพื่อใช้ข่มขู่และป้องกันการต่อสู้หากถูกขัดขืน
ทั้งนี้จากแนวทางการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีการแบ่งหน้าที่กันทำอย่างชัดเจน โดยจะส่งลูกน้องเข้าไปสมัครทำงานตามไซต์ก่อสร้างและโรงงานต่าง ๆ เพื่อสังเกตความเคลื่อนไหว เมื่อพบว่ามีการนำสายไฟหรือทรัพย์สินมีค่ามาเก็บไว้ภายในไซต์งาน จะรีบแจ้งหัวหน้าแก๊ง ก่อนวางแผนลงมือในช่วงกลางดึก โดยอาศัยช่วงที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเพียงคนเดียวและอยู่ในพื้นที่เปลี่ยว เมื่อได้ทรัพย์สินจะรีบนำไปขายร้านรับซื้อของเก่าทันที เพื่อตัดตอนการติดตามของเจ้าหน้าที่
โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุในคดีนี้ได้แล้วรวมทั้งหมด 6 ราย พร้อมแจ้งข้อหา “ร่วมกันปล้นทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม และเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ” และยังจับร้านค้าของเก่าดำเนินคดีในข้อหารับของโจรอีก 1 ราย ส่วนผู้ร่วมขบวนการที่ยังหลบหนี อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
ขณะที่ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีและตำรวจภูธรจังหวัดระยอง ฝากประชาสัมพันธ์ถึงประชาชนและผู้ประกอบการ ให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในไซต์งานและโรงงาน โดยเฉพาะการติดตั้งกล้องวงจรปิดและเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย
พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามกลุ่มอาชญากรรมต่างด้าวที่ก่อเหตุในพื้นที่อย่างเด็ดขาด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออกต่อไป






