• About Us
  • Contact
  • Privacy Policy
  • Terms and Conditions
Monday, May 25, 2026
  • Login
  • Register
Page3News Worldwide
  • Home
  • Page 3 Family
    • E-Paper
    • E-Magazine
    • Management Team
  • Subscriptions
  • Countries
    • USA
    • Canada
    • India
    • Balochistan
    • Thailand
    • UK
    • Australia
  • Language Wise News
    • Thai News
    • Punjabi News
    • Hindi News
  • Other News
    • World News
    • Latest Movie Reviews
    • Culture
    • Finance
    • Hollywood
    • Business
    • Entertainment
    • Sports
    • Lifestyle
    • Fashion
    • food
    • Health
    • Travel
    • Politics
    • Science
    • Tech
  • Multilingual Editorial
    • English Editorials
    • Thai Editorials
    • Hindi Editorials
    • Punjabi Editorials
    • Page3News Special
No Result
View All Result
  • Home
  • Page 3 Family
    • E-Paper
    • E-Magazine
    • Management Team
  • Subscriptions
  • Countries
    • USA
    • Canada
    • India
    • Balochistan
    • Thailand
    • UK
    • Australia
  • Language Wise News
    • Thai News
    • Punjabi News
    • Hindi News
  • Other News
    • World News
    • Latest Movie Reviews
    • Culture
    • Finance
    • Hollywood
    • Business
    • Entertainment
    • Sports
    • Lifestyle
    • Fashion
    • food
    • Health
    • Travel
    • Politics
    • Science
    • Tech
  • Multilingual Editorial
    • English Editorials
    • Thai Editorials
    • Hindi Editorials
    • Punjabi Editorials
    • Page3News Special
No Result
View All Result
Page3News Worldwide
No Result
View All Result
Home Thailand

พบฐาน Scam Compound แห่งใหม่ในกัมพูชา ห่างปอยเปต 50 กม. หลอกเหยื่อทั่วโลก ศูนย์ต้านโกงเร่งวางมาตรการสกัด

by Dr. Parvinder Singh
January 5, 2026
in Thailand, Thai Editorials, Thai News
0
พบฐาน Scam Compound แห่งใหม่ในกัมพูชา ห่างปอยเปต 50 กม. หลอกเหยื่อทั่วโลก ศูนย์ต้านโกงเร่งวางมาตรการสกัด
0
SHARES
7
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on WhatsappShare on TelegramShare on LineShare on Email

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) พบฐาน Scam compound แห่งใหม่ในกัมพูชา ห่างปอยเปต 50 กม. หลอกเหยื่อทั่วโลกขณะที่ศูนย์ฯ เร่งหารือเตรียมมาตรการและวิธีสกัดก่อนมีเหยื่อเพิ่ม

วันนี้ (5 ม.ค.) ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์รอง ผบ.ตร.ในฐานผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ.ศปอส.ตร.) และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะรอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดข้อมูลหลังจากปฏิบัติการกวาดล้างครั้งประวัติศาสตร์ที่ไทย จีน และเมียนมา ร่วมมือกันทลายฐานแก๊งสแกมเมอร์รายใหญ่ในพื้นที่สีเทาตามแนวชายแดน ทั้งการทำลายตึกบัญชาการอย่าง “KK Park” และ “ชเวก๊กโก” จนราบคาบ ส่งผลให้เครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ต้องย้ายฐานหนีการปราบปราม

RelatedPosts

คุมตัว “อำนาจ รื่นเริง” ฝากขังศาลชลบุรี หลังตรวจพบสารเสพติด เจ้าตัวขอโอกาสเริ่มต้นใหม่

ปคบ.-อย. ทลายแหล่งซุก ‘กลูต้าเก๊’ ส่งคลินิกผสมน้ำเกลือฉีดเสริมความงาม เตือนเสี่ยงติดเชื้อดับ

ผบ.ตร.สั่งเชือดเด็ดขาด! ฝากขังแล้ว 5 ผู้ต้องหาแก๊งอุ้มชาวจีน ให้ออก 4 ตำรวจเอี่ยวคดี เร่งขยายผลโยงอาชญากรรมข้ามชาติ

ล่าสุดพบการตั้ง Scam Compound แห่งใหม่ในเมืองมาลัย จังหวัดบันเจียนเมียนเตย ประเทศกัมพูชา ห่างจากปอยเปตราว 50 กิโลเมตร พบเป็นอาคาร 2 ชั้นแยกพื้นที่ทำงานและที่พักใกล้อุทยานมาลัย และยังอยู่ระหว่างขยายสิ่งปลูกสร้างเพิ่มเติม ขณะที่ภายในมีแรงงานจากหลายชาติรวมถึงคนไทย อินเดีย และอินโดนีเซีย โดยมีชาวจีนเป็นผู้ควบคุม หลอกลวงเหยื่อทั่วโลก ซึ่งจากสถานการณ์การสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ยิ่งเร่งให้แก๊งเหล่านี้ย้ายจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่พื้นที่ตอนในของกัมพูชาเพื่อความปลอดภัย สะท้อนว่าปัญหานี้ทวีความรุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น จนไม่อาจปล่อยให้ประเทศใดเป็นพื้นที่ปลอดภัยของอาชญากรได้ ทุกประเทศจำเป็นต้องร่วมมือกดดันอย่างจริงจัง เพื่อยุติผลประโยชน์จากขบวนการสแกมเมอร์และตัดวงจรภัยคุกคามระดับโลกอย่างเร่งด่วน ขณะที่ทางศูนย์ACSC เตรียมหารือวางมาตรการจัดการป้องกันการหลอกลวงเหยื่อเพิ่ม

ขณะเดียวกันศูนย์ ACSC ยังได้เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวงภายใต้ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ตั้งแต่วันที่ 28 ธ.ค.68 – 3 ม.ค.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 6,369 คดี มูลค่าความเสียหาย 222,116,678 บาท (เฉลี่ยประมาณ 31.73 ล้านบาทต่อวัน) ซึ่งคดีที่รับแจ้งรอบนี้ลดลงจากห้วงวันที่ 21-27 ธ.ค. 68 จำนวน 530 คดี และพบว่ามูลค่าความเสียหายลดลงกว่า 262,979,389 บาท พบว่าแม้จำนวนคดีจะลดลงเล็กน้อย แต่ความเสียหายกลับลดลงเป็นอย่างมาก สะท้อนว่าการที่ยอดความเสียหายลดลงอย่างมากในขณะที่คดีลดลงเพียงเล็กน้อย บ่งชี้ว่าคดีที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์แรกของปี (28 ธ.ค.68 – 3 ม.ค. 69) ส่วนใหญ่เป็นคดีที่มีมูลค่าความเสียหายต่อรายไม่สูงเท่ากับช่วงสัปดาห์เทศกาลคริสมาสต์

หากนับเชิงปริมาณของคดีที่มีการแจ้งเข้ามา อันดับ 1. ยังคงเป็นการหลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ แต่รอบนี้มีจำนวนมากถึง 80.3 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นคดีที่เกิดขึ้นง่ายและมีความถี่สูงมาก แม้ว่ามูลค่าต่อคดีจะไม่สูงนัก แต่ก็ยังเป็นภัยคุกคามวงกว้าง ขณะที่อันดับ 2. คือการหลอกโอนหารายได้พิเศษ ที่แซงขึ้นมา อันดับที่ 3. คือการหลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล โดยในช่วงวันที่ 2-3 ม.ค. มีแนวโน้มการเกิดปริมาณคดีที่เริ่มขยับสูงขึ้น เป็นสัญญานเตือนให้ระมัดระวังภัยออนไลน์ที่จะกลับมาเข้มข้นขึ้นในสัปดาห์แรกของการทำงานขณะที่หากเทียบในเชิงมูลค่าความเสียหายพบว่า อันดับ 1. ยังคงเป็นคดีหลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ ขณะที่อันดับ 2. เป็นการหลอกลวงซื้อขายสินค้าออนไลน์ ที่แซงขึ้นมา ส่วนอันดับ 3. คือการหลอกให้โอนหารายได้พิเศษ

สำหรับแผนประทุษกรรมและการหลอกลวง ทางศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) พบกลโกงการหลอกลวงของมิจฉาชีพรูปแบบใหม่ใหม่ ที่ใช้ “ความรัก” เป็นเครื่องมือหลอกลวง ก่อนชักชวนไปสู่การลงทุนพนันออนไลน์ ต่างจากเดิมที่ชวนลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีอยู่จริง โดยครั้งนี้ คนร้ายจะสร้างโพรไฟล์ปลอมบน Facebook หรือ TikTok อวดไลฟ์สไตล์หรูหรา แฝงตัวตามกลุ่มรถ Supercar นาฬิกา และกระเป๋าแบรนด์เนม เล็งเป้าหมายเป็นหญิงอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไปที่มีฐานะทางการเงินดี จากนั้นเร่งสร้างสัมพันธ์เชิงชู้สาว วาดฝันอนาคตร่วมกันจนเหยื่อไว้วางใจและเปิดเผยข้อมูลทางการเงิน ก่อนสร้างสถานการณ์อ้างว่ามีงานด่วนที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์คาสิโน “Grand Lisboa” ทั้งยังสร้างเรื่องว่าพบช่องโหว่ทำกำไรและไว้ใจให้เหยื่อเป็นผู้ดำเนินการแทน โดยสร้างบัญชีทดลองให้เหยื่อลองเล่นผ่านแพลตฟอร์มปลอม และใช้สลิปปลอมให้เห็นอ้างได้รับผลกำไรสูง เมื่อเหยื่อโอนเงินลงทุนจริงกลับถูกอ้างเงื่อนไขให้เติมเงินเพิ่มไม่สิ้นสุด สุดท้ายไม่สามารถถอนเงินได้และถูกตัดการติดต่อ ดังนั้นขอเตือนภัยประชาชน อย่าหลงเชื่อบุคคลแปลกหน้าที่ชักชวนลงทุนทุกรูปแบบ โดยเฉพาะเมื่อมีการเร่งรัดความสัมพันธ์และอ้างผลตอบแทนสูงที่เกินจริงโดยเด็ดขาด!

รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC และสามารถประสานงานร่วมกันกับทุกภาคส่วน ประกอบกับประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที โดยเป็นการเข้าตรวจสอบทั้งหมด 6 เคส และเราสามารถช่วยเหลือรวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมดจำนวน 10 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 1,213,319 บาท พร้อมทั้งสามารถจับกุมได้ 1 คดี

สำหรับเคสการช่วยเหลือที่น่าสนใจและมีมูลค่าสูง ได้แก่

รายแรกเจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางนา เข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย เป็นหญิงวัย 42 ปี หลังพบว่ากำลังโอนเงินเข้าบัญชีม้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบไปพบผู้เสียหายก่อนระงับการโอนเงิน พร้อมแจ้งให้ทราบว่ากำลังถูกมิจฉาชีพหลอก โดยผู้เสียหายให้การว่าได้ฝากเพื่อนเป็นหญิงซึ่งรู้จักกันมาระยะหนึ่งให้ช่วยจัดซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมและสินค้าอื่นๆ ผ่านทางแอปพลิเคชัน TikTok ภายหลังจากผู้เสียหายโอนเงินไปแล้ว กลับไม่รับของตามที่ตกลงกัน มูลค่าความเสียหายรวม 130,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้ผู้เสียหายรวบรวมพยานหลักฐานและเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

รายที่ 2 เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย เป็นหญิงวัย 61 ปี หลังพบว่ากำลังโอนเงินเข้าบัญชีม้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบไปพบผู้เสียหายพร้อมอธิบายเหตุการณ์ให้ผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอก ให้หยุดโอนเงินทันที โดยเคสนี้คนร้ายได้ติดต่อผู้เสียหายผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ ก่อนชักชวนให้ลงทุนเล่นเกมบิงโกอ้างว่าจะได้รับเงินตอบแทน ทั้งนี้ ผู้เสียหายมีการแอบบุตรเล่นบิงโกตามคำชักชวนของคนร้าย มูลค่าความเสียหาย 120,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้คำแนะนำเกี่ยวกับการรวบรวมพยานหลักฐานและพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

และรายที่ 3 คนร้ายมีการหลอกลวงในลักษณะคล้ายกับเคสที่ 2 ดังนี้ เจ้าหน้าที่ warroom ศูนย์ ACSC ประสานเจ้าหน้าที่ สภ.เมืองร้อยเอ็ด เข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย เป็นหญิงวัย 62 ปี หลังพบว่ากำลังโอนเงินเข้าบัญชีม้า เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบไปพบผู้เสียหายพร้อมอธิบายเหตุการณ์ให้ผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอก ให้หยุดโอนเงินทันที โดยผู้เสียหายให้ข้อมูลว่าตนได้เล่นแอปพลิเคชัน TikTok ประมาณ 1 เดือนกว่า ต่อมาได้มีคนมาชักชวนให้ลงทุน “บิงโก” ซึ่งผู้เสียหายได้ลงทุนไปทั้งสิ้นจำนวน 3 ครั้ง รวมเป็นเงิน 55,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้ผู้เสียหายรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องและพาผู้เสียหายเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

Get real time update about this post categories directly on your device, subscribe now.

Unsubscribe
Dr. Parvinder Singh

Dr. Parvinder Singh

Page3news Worldwide, founded by Dr. Parvinder Singh, is a pioneering multilingual newspaper based in Thailand. Our mission is to deliver news that resonates with truth and integrity, free from fear and pressure. We believe in the principles of simple living and high thinking, striving to connect with a global audience. Page3news is dedicated to providing diverse perspectives, ensuring that every voice is heard. Join us in our journey to redefine journalism for a better world. Dr. Parvinder Singh Founder - Page3News Worldwide & Dr. Monruedee Sommart Co-Founder & President - Page3news Worldwide Email : page3newsthai@gmail.com

Related Posts

คุมตัว “อำนาจ รื่นเริง” ฝากขังศาลชลบุรี หลังตรวจพบสารเสพติด เจ้าตัวขอโอกาสเริ่มต้นใหม่

คุมตัว “อำนาจ รื่นเริง” ฝากขังศาลชลบุรี หลังตรวจพบสารเสพติด เจ้าตัวขอโอกาสเริ่มต้นใหม่

by Dr. Parvinder Singh
May 20, 2026
0
14

ตำรวจศรีราชาคุมตัว อำนาจ รื่นเริง อดีตแชมป์โลกมวยสากลชื่อดัง ฝากขังศาลจังหวัดชลบุรี หลังผลตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย ขณะเจ้าตัวยอมรับผิด พร้อมเอ่ยปากขอโอกาสกลับตัวอีกครั้ง ยืนยันจะไม่หวนกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีก เวลา 09.00 น. วันนี้ ( 20 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวอำนาจ รื่นเริง อดีตนักมวยสากลสมัครเล่นทีมชาติไทย และอดีตแชมป์โลกสหพันธ์มวยนานาชาติ...

ปคบ.-อย. ทลายแหล่งซุก ‘กลูต้าเก๊’ ส่งคลินิกผสมน้ำเกลือฉีดเสริมความงาม เตือนเสี่ยงติดเชื้อดับ

ปคบ.-อย. ทลายแหล่งซุก ‘กลูต้าเก๊’ ส่งคลินิกผสมน้ำเกลือฉีดเสริมความงาม เตือนเสี่ยงติดเชื้อดับ

by Dr. Parvinder Singh
May 20, 2026
0
9

ปคบ.ร่วมกับ อย. ทลายแหล่งซุก"กลูต้าเถื่อน"ส่งขายคลินิกผสมน้ำเกลือฉีดเสริมความงาม ยึดของกลางมูลค่ากว่า 22 ล้านบาท เตือนใช้ผิดวัตถุประสงค์เสี่ยงติดเชื้อเสียชีวิต วันนี้ ( 20 พ.ค.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง...

ผบ.ตร.สั่งเชือดเด็ดขาด! ฝากขังแล้ว 5 ผู้ต้องหาแก๊งอุ้มชาวจีน ให้ออก 4 ตำรวจเอี่ยวคดี เร่งขยายผลโยงอาชญากรรมข้ามชาติ

ผบ.ตร.สั่งเชือดเด็ดขาด! ฝากขังแล้ว 5 ผู้ต้องหาแก๊งอุ้มชาวจีน ให้ออก 4 ตำรวจเอี่ยวคดี เร่งขยายผลโยงอาชญากรรมข้ามชาติ

by Dr. Parvinder Singh
May 20, 2026
0
14

ผบ.ตร. ดำเนินคดีอาญาเด็ดขาดแก๊งอุ้มชาวจีน 5 ราย ฝากขังแล้ว ให้ออกจากราชการไว้ก่อน 4 ตำรวจเอี่ยวคดี สั่งขยายผลตรวจสอบเครือข่ายและความเชื่อมโยงขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ วันนี้ (20 พ.ค.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีจับกุมตำรวจ 4 นาย และพลเรือน...

ผู้นำเวียดนามย้ำสหรัฐฯ ฮานอยไม่มีนโยบายสร้างกำลังการผลิตส่วนเกิน

ผู้นำเวียดนามย้ำสหรัฐฯ ฮานอยไม่มีนโยบายสร้างกำลังการผลิตส่วนเกิน

by Dr. Parvinder Singh
May 20, 2026
0
8

รัฐบาลเวียดนามระบุว่า นายกรัฐมนตรีเล มีง ฮุง ได้กล่าวกับ ริค สวิตเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ในการประชุมวันพุธ (20)​ในกรุงฮานอยว่าเวียดนามไม่มีนโยบายสร้างกำลังการผลิตส่วนเกิน รัฐบาลเวียดนามระบุในคำแถลงหลังการประชุมหารือว่าเวียดนามจะยังคงประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสหรัฐฯ เพื่อสรุปการเจรจาข้อตกลงการค้าทวิภาคี เวียดนามได้เจรจากับสหรัฐฯ ที่เป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม เกี่ยวกับข้อตกลงการค้ามาตั้งแต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแผนการเก็บภาษีนำเข้าสินค้าเวียดนามเมื่อกว่า 1 ปีก่อน นายกฯ...

“สุดซอย“ ยื่นดีเอสไอเอาผิด “บ.คลังน้ำมัน อ่างทอง” อำพรางรายงานปริมาณน้ำมันเข้า-ออก 20 ครั้ง

“สุดซอย“ ยื่นดีเอสไอเอาผิด “บ.คลังน้ำมัน อ่างทอง” อำพรางรายงานปริมาณน้ำมันเข้า-ออก 20 ครั้ง

by Dr. Parvinder Singh
May 20, 2026
0
6

“โอ๋ ทีมสุดซอย” พร้อมฝ่ายกฎหมาย ร้อง ดีเอสไอ ตรวจสอบ “บ.ทริลเลี่ยนปิโตรเทรดดิ้ง” ไม่แจ้งรายงานปริมาณเข้า-ออกน้ำมัน กว่า 20 ครั้ง ช่วงวิกฤตพลังงาน จ่อขยายผลนอมินี วันนี้ (20 พ.ค.) เวลา 10.45 น. ณ...

ตร.เผยไม่พบสารเสพติด ช่างเครื่องรถไฟ-สอบปากคำในฐานะพยาน

ตร.เผยไม่พบสารเสพติด ช่างเครื่องรถไฟ-สอบปากคำในฐานะพยาน

by Dr. Parvinder Singh
May 20, 2026
0
9

รอง ผบก.1 เผยผลตรวจไม่พบสารเสพติดช่างเครื่องรถไฟคันเกิดเหตุชนรถเมล์ เบื้องต้นสอบปากคำไว้ในฐานะพยาน วันนี้ (20 พ.ค.) พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป รอง ผบก.น.1 เปิดเผยว่า ผลการตรวจหาสารเสพติดจากโรงพยาบาลตำรวจของนายสิริภูมิ ช่างเครื่องรถไฟคันเกิดเหตุชนรถโดยสารประจำทาง 206 ไม่พบสารเสพติด เบื้องต้นตำรวจสอบปากคำ นายสิริภูมิ เอาไว้ในฐานะพยาน ส่วนความคืบหน้าของการสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดี...

Facebook Twitter Youtube Instagram Tumblr Pinterest

Page 3 News Multilingual Worldwide

The Page 3 News is a Multilingual Worldwide daily newspaper founded in 2021. It is published in Bangkok, Thailand by the Page 3 News Thai Limited Partnership. Page 3 News is available to the world in all the three formats i.e. e-Paper, digital and print.

The Page 3 News is having offices in many countries like Thailand, India, Canada, USA, etc. and is currently published in English, Thai, Hindi and Punjabi languages.

Category

Calanderwise News

May 2026
MTWTFSS
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
« Apr    

© 2024 Page 3 News - First Multilingual Worldwide Newspaper based in Thailand.

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Fill the forms below to register

*By registering into our website, you agree to the Terms & Conditions and Privacy Policy.
All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • E-Magazine
  • Management Team
  • Subscriptions
  • E-Paper
  • World News
  • Balochistan
  • USA
  • India
  • Thailand
  • Canada
  • UK
  • Australia
  • About Us
  • Contact
  • Privacy Policy
  • Terms and Conditions
  • Disclaimer

© 2024 Page 3 News - First Multilingual Worldwide Newspaper based in Thailand.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.