• About Us
  • Contact
  • Privacy Policy
  • Terms and Conditions
Thursday, April 16, 2026
  • Login
  • Register
Page3News Worldwide
  • Home
  • Page 3 Family
    • E-Paper
    • E-Magazine
    • Management Team
  • Subscriptions
  • Countries
    • USA
    • Canada
    • India
    • Balochistan
    • Thailand
    • UK
    • Australia
  • Language Wise News
    • Thai News
    • Punjabi News
    • Hindi News
  • Other News
    • World News
    • Latest Movie Reviews
    • Culture
    • Finance
    • Hollywood
    • Business
    • Entertainment
    • Sports
    • Lifestyle
    • Fashion
    • food
    • Health
    • Travel
    • Politics
    • Science
    • Tech
  • Multilingual Editorial
    • English Editorials
    • Thai Editorials
    • Hindi Editorials
    • Punjabi Editorials
    • Page3News Special
No Result
View All Result
  • Home
  • Page 3 Family
    • E-Paper
    • E-Magazine
    • Management Team
  • Subscriptions
  • Countries
    • USA
    • Canada
    • India
    • Balochistan
    • Thailand
    • UK
    • Australia
  • Language Wise News
    • Thai News
    • Punjabi News
    • Hindi News
  • Other News
    • World News
    • Latest Movie Reviews
    • Culture
    • Finance
    • Hollywood
    • Business
    • Entertainment
    • Sports
    • Lifestyle
    • Fashion
    • food
    • Health
    • Travel
    • Politics
    • Science
    • Tech
  • Multilingual Editorial
    • English Editorials
    • Thai Editorials
    • Hindi Editorials
    • Punjabi Editorials
    • Page3News Special
No Result
View All Result
Page3News Worldwide
No Result
View All Result
Home Thailand

“โจรหมวกฟาง” สารภาพแรงจูงใจก่อเหตุต้องการเงินซื้อบิ๊กไบค์-เล่นพนัน ตร.คุมตัวทำแผน

by Dr. Parvinder Singh
February 20, 2026
in Thailand, Thai Editorials, Thai News
0
“โจรหมวกฟาง” สารภาพแรงจูงใจก่อเหตุต้องการเงินซื้อบิ๊กไบค์-เล่นพนัน ตร.คุมตัวทำแผน
0
SHARES
6
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on WhatsappShare on TelegramShare on LineShare on Email

ตำรวจแถลงจับกุม “โจรกมวกฟาง” บุกเดี่ยวใช้ปืนข่มขู่ ราดน้ำมัน ชิงทองน้ำหนักประมาณ 198 บาท ห้างย่านสุขุมวิท สารภาพสารภาพแรงจูงใจก่อเหตุต้องการเงินซื้อบิ๊กไบค์มีความชอบส่วนตัว และเล่นพนัน ก่อนนำตัวชี้จุดเกิดเหตุ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

วันนี้ (20 ก.พ.) ที่สน.พระโขนง พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.ปฏิบัติราชการ บช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคำ ผบก.น.5 พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ รอง ผบก.สส.บช.น. พร้อมชุดสืบสวนนครบาล กก.สส.บก.น.5 และสน.พระโขนง ร่วมกันแถลงจับกุมนายจะลอ กุ่ยแก้ว หรือทิว อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ข้อหาชิงทรัพย์ ในเวลากลางคืน โดยผ่านสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์เข้าไปด้วยประการใด ๆ โดยมีอาวุธ ใช้ในยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป

โดยก่อเหตุบุกเดี่ยวใช้อาวุธปืนข่มขู่ ราดน้ำมัน ชิงทองคำน้ำหนักประมาณ 198 บาท พร้อมเงินสด 1.7 แสนบาท ที่ร้านทองออโรร่า ภายในห้างย่านพระโขนง เขตคลองเตย กทม.เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา หลังจับกุมได้เมื่อวานนี้ 19 ก.พ. ได้ที่ซุ้มชายชุดดำ เขื่อนแม่สรวย อ.สรวย จ.เชียงราย

ในขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว นายจะลอ หรือทิว ผู้ต้องหาเข้ามาสอบปากคำ โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ (ปพ.บก.น.5) พร้อมอาวุธคุ้มกันอย่างหนาแน่น โดยผู้สื่อข่าวได้พยายามสอบถามว่า นายจะลอ ว่า เพื่อนที่ฝากทองไปขายฝั่งเมียนมามีตัวตนจริงหรือไม่ นายจะลอ กล่าวว่า “มีจริงครับ” เมื่อถามต่อว่า เตรียมการมาเป็นอย่างดีเลยเหรอ นายจะลอกล่าวว่า “ไม่ครับ ” ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวไปยังห้อง ผกก.สน.พระโขนง เพื่อให้ ผบช.น. ทำการสอบปากคำเพิ่มเติม

พล.ต.ท.สยาม เปิดเผยว่า ภายหลังเกิดเหตุ กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุอย่างใกล้ชิด โดยระดมกำลังและทรัพยากรด้านการสืบสวนจำนวนมาก เนื่องจากผู้ต้องหามีการวางแผนก่อเหตุล่วงหน้าเป็นเวลานาน อาทิ การลักรถจักรยานยนต์มาใช้เป็นพาหนะตั้งแต่ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา รวมทั้งมีการปกปิดอำพรางใบหน้าและเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางเพื่อหลบเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่

จากการสืบสวนพบว่า เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้เข้าไปดูลาดเลาภายในร้านทองในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. แต่ยังไม่ได้ลงมือก่อเหตุ กระทั่งวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้กลับมาอีกครั้งและเดินวนเวียนอยู่ภายในห้างเป็นเวลานาน ก่อนตัดสินใจก่อเหตุในช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. เนื่องจากเห็นว่ามีประชาชนบางตา จากนั้นได้ขี่จยย.หลบหนี พร้อมพยายามอำพรางเส้นทางและนำจยย.ไปทิ้งลงคลองที่พัฒนาการ ซอย 10 เพื่อทำลายหลักฐาน

ต่อมาวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้เดินทางโดยรถไฟไปยังจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมนำทองคำที่ได้จากการก่อเหตุติดตัวไปด้วย พำนักอยู่จนถึงวันที่ 4 ก.พ.ที่ป่านมา ก่อนเดินทางต่อไปยังอ.แม่สรวย จ.เชียงราย จากการตรวจสอบพบว่าทองคำดังกล่าวมีตราสัญลักษณ์ร้าน จึงไม่สามารถนำไปจำหน่ายในประเทศได้ ผู้ต้องหาจึงติดต่อเพื่อนซึ่งอยู่ในพื้นที่ชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อนำทองไปขายต่อ

โดยตกลงรับเงินล่วงหน้า 200,000 บาท และนัดส่งมอบกันในวันที่ 7 มี.ค.นี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ติดตามเส้นทางการหลบหนีอย่างต่อเนื่อง กระทั่งสามารถพิสูจน์ทราบและจับกุมตัวได้ในพื้นที่อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย พร้อมขออนุมัติศาลออกหมายจับตามขั้นตอนกฎหมาย

ในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุเพียงลำพัง โดยให้การว่ามีแรงจูงใจจากความต้องการเงินไปซื้อ จยย.บิ๊กไบค์ เพราะมีความชื่นชอบเป็นส่วนตัวและมีพฤติกรรมเล่นการพนัน อีกทั้งเคยต้องโทษจำคุกมาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดพ้นโทษเมื่อเดือนต.ค. 2568 หลังรับโทษจำคุก 5 ปีในพื้นที่จ.เชียงใหม่ จากนั้นได้เดินทางเข้ากทม.และก่อเหตุลักจยย.ในหลายพื้นที่เพื่อนำมาใช้ก่อเหตุ

พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวว่า จากคำรับสารภาพของผู้ต้องหา ให้การว่า ได้มีการนัดพบเจอเพื่อนซึ่งเป็นชนเผ่าเดียวกันแต่อยู่ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ภายหลังนัดเจอกันแล้วได้มีการพูดคุยว่าทองที่นำมานั้นมีตราร้าน ทำให้ไม่สามารถขายในประเทศไทยได้ เหตุผลที่บอกเพื่อนในลักษณะนี้เพราะเคยติดคุกมาก่อนหน้า 2 ครั้ง และคนในคุกเคยเล่าให้ฟังว่า ถ้าให้ครอบครัวนำทองไปขายก็ถือว่ารับของโจร จึงได้ฝากเพื่อนไปขาย และได้นำเงินก้อนแรกมาก่อน 200,000 บาทและหลังจากนั้นในวันที่ 7 มี.ค.นี้ จะนำเงินที่ขายทองก่อนหน้ามาให้ โดยหลังจากได้เงินจอง 200,000 บาทแล้ว นายทิวได้ข้ามฝั่งไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อไปเล่นพนันโดยมีเพื่อนชื่อนายดิว ได้แลกชิปอีก 700,000 บาทให้เอาไว้เล่นพนัน

ภายหลังจากเล่นการพนันทำให้หมดเงินไปแล้วกว่า 500,000 บาทและได้นำเงินที่แลกชิปกลับอีก 100,000 กว่าบาท จึงมีต้นทุนอยู่ 300,000 กว่าบาท นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยความเชื่อใจว่าเมื่อขายทองในเมืองไทยไม่ได้ขายต่างประเทศได้ราคาเท่าไหร่ก็จะได้เงินก้อนนี้มาอีก

และจากคำให้การทั้งหมดเราได้พิสูจน์ทราบโดยให้เจ้าตัวพาไปชี้จุดที่ไปพบกับนายดิวและกำลังตรวจสอบต่อไปว่า เป็นเรื่องจริงหรือไม่เมื่อชี้จุดเรียบร้อยแล้วก็จะไล่ข้อมูลต่อไปว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรเพราะพื้นที่ชายแดนไม่ใช่เป็นทางผ่านด่านชายแดน แต่เป็นช่องทางธรรมชาติที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ในส่วนนี้เราไม่ได้เชื่อคำให้การของนายทิวทั้งหมด

พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวต่อว่า หลังจากที่เหลือเงินอยู่ กว่า 300,000 บาท และเงินสดที่ได้จากร้านทองอีก 160,000 บาทรวมแล้วเกือบ 500,000 บาทนายทิวได้นำไปซื้อจยย.มือสอง ยี่ห้อฟอร์ซ่า ให้กับเพื่อนอีกคนหนึ่ง ราคา 100,000 บาท และวันที่ 14 ก.พ.ที่ผ่านมาได้ซื้อจยย.อีกหนึ่งคันราคา 190,000 บาท และเงินส่วนที่เหลือได้ใช้กินและเที่ยว ช่วงระหว่างการหลบหนี และจากคำให้การทิศทางการเดินทางต่างๆทำให้เชื่อได้ว่าทุกอย่างที่พูดมานั้นเป็นเรื่องจริง

นายจะลอ ยังให้การเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่เลือกก่อเหตุภายในห้างสรรพสินค้าดังกล่าว เนื่องจากมีความคุ้นเคยกับพื้นที่ เคยใช้ชีวิตและทำงานอยู่ในย่านดังกล่าวมาก่อน จึงทราบเส้นทางเข้าออกและสภาพแวดล้อมเป็นอย่างดี

พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวอีกว่า ก่อนลงมือก่อเหตุ ได้วางแผนพิจารณาร้านทองอีกแห่งหนึ่งภายในห้างเดียวกัน แต่พบว่าร้านดังกล่าวมีการเก็บทรัพย์สินเข้าที่เรียบร้อยแล้ว อีกทั้งยังมีประชาชนอยู่ภายในพื้นที่จำนวนมาก จึงไม่เหมาะสมต่อการลงมือ กระทั่งเวลาประมาณ 23.30 น. เห็นว่าร้านทองที่ก่อเหตุมีประชาชนบางตา ประกอบกับเป็นช่วงเวลาใกล้ปิดทำการ จึงตัดสินใจลงมือก่อเหตุ

นายทิวยังให้การว่าได้ติดตามข่าวการสืบสวนของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด และหลบหนีไปกบดานยังประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนจะลักลอบกลับเข้ามาในประเทศไทยเมื่อเห็นว่ากระแสข่าวเงียบลง

พล.ต.ท.นพศิลป์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ต้องหาแสดงความสำนึกผิดและยอมรับว่าเคยต้องโทษมาแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังกลับมาก่อเหตุซ้ำ เนื่องจากความต้องการเงินและติดการพนัน พร้อมกล่าวขอโทษต่อสังคม และยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวไม่ควรมีผู้ใดเอาเยี่ยงอย่าง เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมได้ในที่สุด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามทรัพย์สินที่ถูกนำออกไปจำหน่าย และดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมตามกฎหมายต่อไป

ด้าน นายจะลอ ผู้ต้องหา ให้การด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดว่า ขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยอมรับว่าการตัดสินใจลงมือกระทำผิดมีปัจจัยจากปัญหาหลายด้านในชีวิต พร้อมฝากเตือนไปยังผู้ที่คิดจะกระทำผิดในลักษณะเดียวกันว่า ไม่ควรเอาเป็นแบบอย่าง เพราะสุดท้ายแล้วไม่สามารถหลบหนีความผิดได้พ้น ไม่ว่าจะหนีไปที่ใดก็ต้องถูกจับกุมดำเนินคดีอยู่ดี โดยเฉพาะในฐานะคนไทย ต่อให้หลบหนีไปต่างประเทศก็ไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างยั่งยืน และท้ายที่สุดก็ต้องกลับมารับโทษ

RelatedPosts

India: BHU Soaks in Thai New Year Spirit with Vibrant Songkran Celebrations

สงกรานต์ 69 อุบัติเหตุลดกว่า 25% ตร.ขอบคุณประชาชนร่วมสร้างวินัยจราจร คุมเข้ม 10 ข้อหาหลัก

ONE ไม่ทน! ประกาศฟ้อง “รถถัง” ใน 3 ประเทศ ฐานละเมิดสัญญา

นายจะลอ ยังระบุว่า ชีวิตภายในเรือนจำไม่มีอนาคต แม้จะมีการจัดการเรียนการสอน แต่ผู้ต้องขังจำนวนไม่น้อยไม่ให้ความสนใจ พร้อมย้ำว่าการออกไปทำงานสุจริต แม้จะลำบาก แต่ยังได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ดีกว่าต้องกลับเข้าไปอยู่ในเรือนจำอีก

สำหรับสาเหตุของการก่อเหตุ นายจะลอกล่าวว่า ต้องการรถจักรยานยนต์ และมีแผนนำทองคำที่ได้ไปจำหน่ายยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากเห็นว่าทำได้ง่ายกว่า อีกทั้งไว้วางใจเพื่อนที่เป็นชนเผ่าเดียวกัน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าไม่กล้าจำหน่ายเอง เพราะเกรงว่าจะถูกจับกุม

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า คิดว่าตนเองมีความชำนาญและไม่เข็ดหลาบหรือไม่ นายจะลอ ตอบว่า ไม่ได้คิดเช่นนั้น แต่เห็นว่าไม่ว่าถือทองไว้หรือจำหน่ายก็มีความเสี่ยงถูกจับกุมอยู่ดี จึงตัดสินใจลงมือเพราะมองว่าอย่างน้อยยังมีโอกาสได้ผลประโยชน์บางส่วน โดยอ้างว่าไม่มีทางเลือก และหางานทำได้ยาก เนื่องจากเคยประสบอุบัติเหตุถูกน้ำมันลวกที่ขา

ในส่วนของการปลอมตัว นายจะลอ ระบุว่า ได้แนวคิดจากภาพยนตร์ที่เคยชม และเห็นว่าสามารถทำได้จริง ส่วนวิกผมที่ใช้ในการก่อเหตุ ได้นำมาจากบริเวณใต้ต้นโพธิ์ ซึ่งเป็นสิ่งของที่ประชาชนนำไปบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ทั้งนี้ ยืนยันว่า ลงมือก่อเหตุเพียงลำพัง ไม่มีผู้ร่วมขบวนการ และไม่ได้ตรวจนับจำนวนทองคำที่ได้ไป โดยทราบข้อมูลจำนวนมากการติดตามข่าวภายหลัง พร้อมทิ้งท้ายว่า รู้สึกสำนึกผิดกับการกระทำในครั้งนี้ และยอมรับว่าเคยต้องโทษจำคุกมาก่อนหน้านี้แล้ว

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนชี้จุดร้านทองที่เกิดเหตุ และจุดที่นำอาวุธปืนปลอม และจยย.ที่ใช้ก่อเหตุไปทิ้ง บริเวณสะพานข้ามคลองพัฒนาการ เขตประเวศ กทม. เพื่อนำไปประกอบสำนวนก่อนนำตัวไปส่งฝากขังยังศาลอาญาพระโขนงในวันพรุ่งนี้ (21 ก.พ.)

Get real time update about this post categories directly on your device, subscribe now.

Unsubscribe
Dr. Parvinder Singh

Dr. Parvinder Singh

Page3news Worldwide, founded by Dr. Parvinder Singh, is a pioneering multilingual newspaper based in Thailand. Our mission is to deliver news that resonates with truth and integrity, free from fear and pressure. We believe in the principles of simple living and high thinking, striving to connect with a global audience. Page3news is dedicated to providing diverse perspectives, ensuring that every voice is heard. Join us in our journey to redefine journalism for a better world. Dr. Parvinder Singh Founder - Page3News Worldwide & Dr. Monruedee Sommart Co-Founder & President - Page3news Worldwide Email : page3newsthai@gmail.com

Related Posts

India: BHU Soaks in Thai New Year Spirit with Vibrant Songkran Celebrations

India: BHU Soaks in Thai New Year Spirit with Vibrant Songkran Celebrations

by Page 3 News International Desk
April 16, 2026
0
4

Varanasi: The campus of Banaras Hindu University resonated with colour, culture and camaraderie as over 150 students, faculty members and...

สงกรานต์ 69 อุบัติเหตุลดกว่า 25% ตร.ขอบคุณประชาชนร่วมสร้างวินัยจราจร คุมเข้ม 10 ข้อหาหลัก

สงกรานต์ 69 อุบัติเหตุลดกว่า 25% ตร.ขอบคุณประชาชนร่วมสร้างวินัยจราจร คุมเข้ม 10 ข้อหาหลัก

by Dr. Parvinder Singh
April 15, 2026
0
0

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยสถิติสงกรานต์ 69 อุบัติเหตุลดฮวบกว่า 25% สะท้อนวินัยจราจรคนไทยดีขึ้น ตำรวจเดินหน้าคุมเข้ม 10 ข้อหาหลัก ย้ำ “ดื่มไม่ขับ” มุ่งสู่เป้าหมายสงกรานต์ปลอดภัยทั่วประเทศ วันนี้ (14 เม.ย.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.)...

ONE ไม่ทน! ประกาศฟ้อง “รถถัง” ใน 3 ประเทศ ฐานละเมิดสัญญา

ONE ไม่ทน! ประกาศฟ้อง “รถถัง” ใน 3 ประเทศ ฐานละเมิดสัญญา

by Dr. Parvinder Singh
April 15, 2026
0
1

ONE Championship องค์กรศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวระดับโลก ประกาศอย่างชัดเจน เตรียมดำเนินการทางกฎหมายกับ รถถัง จิตรเมืองนนท์ อดีตแชมป์โลกมวยไทย ONE รุ่นฟลายเวต ใน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น และไทย ฐานมีการละเมิดสัญญา ทั้งนี้มีการประกาศผ่านโซเชียลมีเดียวของ วัน แชมเปียนชิพ ว่า ONE...

ฝ่อแล้ว! “ฮุน มาเนต” หมดหวังศาลโลก หันใช้กลไกเจรจาทวงดินแดนจากไทย บอกโอกาสสำเร็จ 1% ก็ยังดีกว่า

ฝ่อแล้ว! “ฮุน มาเนต” หมดหวังศาลโลก หันใช้กลไกเจรจาทวงดินแดนจากไทย บอกโอกาสสำเร็จ 1% ก็ยังดีกว่า

by Dr. Parvinder Singh
April 15, 2026
0
0

“ฮุน มาเนต” ปรับแผนแก้ข้อพิพาทชายแดนกับไทย ให้ความสำคัญกับการเจรจามากกว่าฟ้องศาลโลก อ้างแนวทางนี้สอดคล้องนโยบายรัฐบาลไทยชุดใหม่ เป็นกุญแจสำคัญ แม้จะมีโอกาสสำเร็จเพียง 1% ก็จะเดินหน้าอย่างเต็มที่ ไม่อยากเห็นสถานการณ์ที่คนจะมองหน้ากันไม่ติดอีกหลายชั่วอายุคน ทั้งที่เมื่อหกเดือนก่อนยังเป็นเพื่อนบ้านกัน ลั่นจะใช้ทุกกลไกการเจรจาที่มี เเปลี่ยนพรมแดนแห่งเสียงปืนเป็นพรมแดนแห่งสันติภาพและความรุ่งเรืองร่วมกัน เมื่อวันที่ 12 เม.ย.ที่ผ่านมา The Phnom Pehn Post...

ฮุนเซนโต้ฝ่ายค้านวิจารณ์รัฐจัดงานปีใหม่ท่ามกลางปัญหาชายแดน ลั่นแค่แผลนิ้วก้อยไม่จำเป็นต้องอัมพาตทั้งตัว

ฮุนเซนโต้ฝ่ายค้านวิจารณ์รัฐจัดงานปีใหม่ท่ามกลางปัญหาชายแดน ลั่นแค่แผลนิ้วก้อยไม่จำเป็นต้องอัมพาตทั้งตัว

by Dr. Parvinder Singh
April 15, 2026
0
0

ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ตอบโต้กลุ่มฝ่ายค้านที่วิพากษ์วิจารณ์ทั้งประชาชนและรัฐบาลที่จัดงานฉลองปีใหม่เขมรท่ามกลางปัญหาชายแดนไทย โดยกล่าวเปรียบเทียบว่า “บาดแผลที่นิ้วก้อย ไม่ควรต้องให้ร่างกายเป็นอัมพาตไปทั้งตัว” ฮุนเซน โพสต์ข้อความเมื่อวันที่ 14 เม.ย. ที่เป็นวันแรกของปีใหม่เขมรตามประเพณี โดยระบุว่า “บาดแผลที่นิ้วก้อย ไม่ควรทำให้ร่างกายต้องเป็นอัมพาตไปทั้งตัว เราจะห้ามเทวดาลงมาได้หรือ? เราจะห้ามประชาชนเฉลิมฉลองปีใหม่ได้หรือ? โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ที่ประเทศไม่มีการระบาดของโควิด-19 เหมือนในปี 2563 แล้ว”...

“สีจิ้นผิง” พบปะ “มกุฎราชกุมารอาบูดาบี” ชี้ชัด “กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ” หันเข้าหาจีน

“สีจิ้นผิง” พบปะ “มกุฎราชกุมารอาบูดาบี” ชี้ชัด “กลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ” หันเข้าหาจีน

by Dr. Parvinder Singh
April 15, 2026
0
2

ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง พบปะกับมกุฎราชกุมารแห่งอาบูดาบี เมื่อวานนี้ (14 เม.ย.) เรียกร้องการสร้างคู่หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่มีพลวัต ยืดหยุ่น และแข็งแกร่ง ระหว่างจีนกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ พร้อมกันกันนี้สีจิ้นผิงได้ริเริ่มข้อเสนอสี่ข้อในการกอบกู้สันติภาพตะวันออกกลาง รายงานข่าวเผยว่า ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง กับ ชีค คาเลด บิน โมฮาเหม็ด บิน ซาเยด...

Facebook Twitter Youtube Instagram Tumblr Pinterest

Page 3 News Multilingual Worldwide

The Page 3 News is a Multilingual Worldwide daily newspaper founded in 2021. It is published in Bangkok, Thailand by the Page 3 News Thai Limited Partnership. Page 3 News is available to the world in all the three formats i.e. e-Paper, digital and print.

The Page 3 News is having offices in many countries like Thailand, India, Canada, USA, etc. and is currently published in English, Thai, Hindi and Punjabi languages.

Category

Calanderwise News

April 2026
MTWTFSS
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
« Mar    

© 2024 Page 3 News - First Multilingual Worldwide Newspaper based in Thailand.

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Fill the forms below to register

*By registering into our website, you agree to the Terms & Conditions and Privacy Policy.
All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • E-Magazine
  • Management Team
  • Subscriptions
  • E-Paper
  • World News
  • Balochistan
  • USA
  • India
  • Thailand
  • Canada
  • UK
  • Australia
  • About Us
  • Contact
  • Privacy Policy
  • Terms and Conditions
  • Disclaimer

© 2024 Page 3 News - First Multilingual Worldwide Newspaper based in Thailand.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.