• About Us
  • Contact
  • Privacy Policy
  • Terms and Conditions
Saturday, May 30, 2026
  • Login
  • Register
Page3News Worldwide
  • Home
  • Page 3 Family
    • E-Paper
    • E-Magazine
    • Management Team
  • Subscriptions
  • Countries
    • USA
    • Canada
    • India
    • Balochistan
    • Thailand
    • UK
    • Australia
  • Language Wise News
    • Thai News
    • Punjabi News
    • Hindi News
  • Other News
    • World News
    • Latest Movie Reviews
    • Culture
    • Finance
    • Hollywood
    • Business
    • Entertainment
    • Sports
    • Lifestyle
    • Fashion
    • food
    • Health
    • Travel
    • Politics
    • Science
    • Tech
  • Multilingual Editorial
    • English Editorials
    • Thai Editorials
    • Hindi Editorials
    • Punjabi Editorials
    • Page3News Special
No Result
View All Result
  • Home
  • Page 3 Family
    • E-Paper
    • E-Magazine
    • Management Team
  • Subscriptions
  • Countries
    • USA
    • Canada
    • India
    • Balochistan
    • Thailand
    • UK
    • Australia
  • Language Wise News
    • Thai News
    • Punjabi News
    • Hindi News
  • Other News
    • World News
    • Latest Movie Reviews
    • Culture
    • Finance
    • Hollywood
    • Business
    • Entertainment
    • Sports
    • Lifestyle
    • Fashion
    • food
    • Health
    • Travel
    • Politics
    • Science
    • Tech
  • Multilingual Editorial
    • English Editorials
    • Thai Editorials
    • Hindi Editorials
    • Punjabi Editorials
    • Page3News Special
No Result
View All Result
Page3News Worldwide
No Result
View All Result
Home Thailand

ศาลเเพ่ง สั่งคืนทรัพย์ 74 ล้านบาท ให้ “ทนายตั้ม-ภรรยา” คดีฉ้อโกง”เจ๊อ้อย”

by Dr. Parvinder Singh
February 24, 2026
in Thailand, Thai Editorials, Thai News
0
ศาลเเพ่ง สั่งคืนทรัพย์ 74 ล้านบาท ให้ “ทนายตั้ม-ภรรยา” คดีฉ้อโกง”เจ๊อ้อย”
0
SHARES
8
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on WhatsappShare on TelegramShare on LineShare on Email

ศาลเเพ่ง สั่งคืนทรัพย์ 74 ล้านบาท ให้ “ทนายตั้ม-ภรรยา” คดีฉ้อโกง”เจ๊อ้อย” เผยอัยการคดีพิเศษ นำ ปปง.สืบเเค่ปากเดียว และไม่ใช่ประจักษ์พยาน ทำให้มีน้ำหนักน้อย 

เมื่อวันที่ 24 ก.พ.ที่ศาลเเพ่ง ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาคดีหมายเลขดำ ฟ26/2568 เเละคดีดำ ฟ145/2568

ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 2 สำนักงานอัยการสูงสุด (ปปง.) โจทก์ ยื่นคำร้องขอให้ทรัพย์สิน นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เเละนางปทิตตา เบี้ยบังเกิด

กรณีที่คณะกรรมการ ปปง.มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติมจำนวน 25 รายการไว้ชั่วคราว เเละยื่นให้พนักงานอัยการคดีพิเศษ ยื่นคำร้องของขอให้ทรัพย์สินตกเป็นของเเผ่นดิน ในคดีฉ้อโกง น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อย 

กรณีปรากฏหลักฐานเป็นที่ เชื่อได้ว่า นายษิทรากับพวกเป็นผู้มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ อันเป็นความผิดมูลฐานตาม พรบ.ป้องกัน
และปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3(18) และความผิดฐานฟอกเงิน มาตรา 5 และกรณีมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า นายษิทรากับพวกได้ไปซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดดังกล่าวขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดที่ยึดและอายัดจำนวน 26 รายการ ของ
ทั้งสองสำนวน รวมราคาประเมินทั้งสิ้น 74,198,527 บาทพร้อมดอกผล ไปคืนหรือชดใช้คืน แก่ผู้เสียหายแทนการสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยก่อนว่าพยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำสืบมามีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้หรือไม่ว่ามีการกระทำความผิดมูลฐานตามคำร้อง 

ผู้ร้องมีพันตำรวจตรีธรินทร์ กังวลบุตร ตำแหน่งนักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เป็นพยานเบิกความว่า มีหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลธุรกรรมหรือทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด และรวบรวมพยานหลักฐานต่าง ๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจากเลขาธิการ ปปง. โดยพยานเป็นผู้รวบรวมเอกสารเนื่องจากสำนักงาน ปปง.ได้รับรายงานจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางว่าทนายตั้ม กับพวกมีพฤติการณ์กระทำความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ 

และความผิดฐานฟอกเงิน สืบเนื่องมาจากนางสาวจตุพร อุบลเลิศ ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.อ.ปากช่อง ให้ดำเนินคดีแก่ผู้คัดค้านที่ 1 ในความผิดฐานฉ้อโกง

ขณะนั้นนางสาวจตุพรอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส ทนายตั้มชักชวนให้นางสาวจตุพร หรือเจ๊อ้อย ลงทุนทำแอปพลิเคชันซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลออนไลน์ในประเทศไทย นางสาวจตุพรตกลงตามคำชักชวน โดยโอนเงินออกจากบัญชีเงินฝากธนาคารของตนเองที่ประเทศฝรั่งเศส จำนวน 2 ล้านยูโร ไปยังบัญชีเงินฝากของ ทนายตั้ม หรือคิดเป็นเงินไทยจำนวน 71 ล้านบาทเศษ

ต่อมาทนายตั้มนำสัญญาว่าจ้างเขียนและพัฒนาโปรแกรมแอปพลิเคชันซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลออนไลน์ ซึ่งมีบริษัทอินโนไฟท์ จำกัด เป็นผู้รับจ้างเขียนโปรแกรม และต้องส่งมอบงานภายในวันที่ 1 ก.ย.2566 แต่เมื่อครบกำหนดตามสัญญาปรากฏว่า นางสาวจตุพรไม่ได้รับมอบแอปพลิเคชันตามสัญญา

พนักงานสอบสวนรับคำร้องทุกข์ดำเนินการสอบสวนจนกระทั่งไปยื่นคำร้องขอออกหมายจับทนายตั้มเเละภรรยา ซึ่งศาลอาญาออกหมายจับทนายตั้มในความผิดฐานฉ้อโกง ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และออกหมายจับ ภรรยาในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

RelatedPosts

ทีมกู้ภัยเร่งช่วยชาวลาวอีก 4 คนที่ยังติดอยู่ในถ้ำ วางแผนสำรวจเพิ่มหา 2 คนที่สูญหาย

ตร.ทางหลวงสกัดจับไอ้หื่น ลวงเด็กสาวพิการ-ตั้งครรภ์ หวังขืนใจในรถตู้ทึบ

มอบตัวแล้ว เพื่อนไรเดอร์ปรี่ชกหน้า “ผอ.ป.ป.ช.” รับเพราะแค้นจนเกิดอารมณ์ชั่ววูบ

ต่อมาพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้องผู้คัดค้านทั้งสองในข้อหาดังกล่าว 
หลังจากนั้นพนักงานอัยการสั่งฟ้องผู้คัดค้านทั้งสองกับพวกรวม 7 คน ในข้อหาฉ้อโกง ร่วมกันฉ้อโกงโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น ร่วมกันแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ร่วมกันแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น เป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นปลอมเอกสารสิทธิและใช้เอกสารสิทธิปลอม ร่วมกันปลอมเอกสารสิทธิ จึงเป็นกรณีมีเหตุควรเชื่อได้ว่าทนายตั้มกับพวกเป็นผู้กระทำความผิดมูลฐาน 

เห็นว่า ทนายตั้มผู้คัดค้านกระทำความผิดฐานฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญาอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ กรณี ชักชวนให้นางสาวจตุพรลงทุนทำแอปพลิเคชันซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลออนไลน์ในประเทศไทย จนกระทั่งนางสาวจตุพรส่งมอบเงินลงทุน 71 ล้านบาทเศษ
เเต่ทนายตั้มไม่ส่งมอบแอปพลิเคชันให้ตามสัญญา ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานตามพรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ มาตรา 3(18)

ผู้ร้องย่อมมีการหน้าที่ในการนำพยานหลักฐานมาไต่สวนจนมีน้ำหนักให้รับฟังได้ทนายตั้มกระทำความผิดมูลฐานตามคำร้องจริง หรือมีความผิดมูลฐานตามคำร้องเกิดขึ้นจริง แม้การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตกเป็นของแผ่นดินจะเป็นมาตรการทางแพ่ง ตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินฯ ที่มุ่งบังคับแก่ทรัพย์สินโดยไม่คำนึงว่าจะจับกุมผู้กระทำความผิดได้หรือไม่ หรือผู้กระทำความผิดจะถูกลงโทษหรือไม่ หากมีทรัพย์สินเกิดขึ้นจากการกระทำความผิดนั้น แม้เจ้าของหรือผู้รับโอนทรัพย์ไม่ได้ร่วมกระทำความผิดและไม่ถูกฟ้องคดีดำเนินการมาตรการทางแพ่งแก่ทรัพย์สินนั้นได้ก็ตาม 

แต่การรับฟังข้อเท็จจริงว่าทรัพย์สินเป็นทรัพย์ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด 

ผู้ร้องจะต้องนำพยานหลักฐานเข้าไต่สวนให้รับฟังเป็นที่ยุติว่า มีการกระทำความผิดมูลฐานหรือความผิดฐานฟอกเงินที่เป็นมูลเหตุให้ได้มาซึ่งเงินหรือทรัพย์สิน และเจ้าของหรือผู้รับโอนทรัพย์สินนั้นเป็นผู้ซึ่งเกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานหรือความผิดฐานฟอกเงินมาก่อน โดยพยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำเข้าไต่สวนไม่จำต้องมีน้ำหนักถึงขนาดรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยอย่างเช่นคดีอาญา เพียงแต่ต้องมีน้ำหนักให้รับฟังข้อเท็จจริงจนเป็นที่ยุติได้ว่าพฤติการณ์ของผู้กระทำความผิดมูลฐานตามที่ผู้ร้องอ้างนั้นครบองค์ประกอบความผิดมูลฐานแล้ว 

ซึ่งผู้ร้องนำพันตำรวจตรีธรินทร์ ตำแหน่งนักสืบสวนสอบสวนชำนาญการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เข้าไต่สวนเป็นพยานเพียงปากเดียว แต่พยานปากนี้ไม่ใช่ประจักษ์พยาน พยานบอกเล่า หรือพยานแวดล้อมที่รู้เห็นเกี่ยวข้องกับพฤติการณ์ในการกระทำความผิดมูลฐานตามคำร้อง 

คงเป็นเพียงผู้รวบรวมเอกสารหลักฐานที่ได้รับจากเจ้าพนักงานตำรวจในชั้นสอบสวน ข้อเท็จจริงที่เบิกความมาดังกล่าวจึงเป็นเพียงการสรุปความจากเอกสารในชั้นสอบสวนที่ได้รับมาจากเจ้าพนักงานตำรวจ มิใช่เป็นผู้สืบสวนและสอบสวนด้วยตนเอง จึงทำให้น้ำหนักน้อย 

แม้ทางนำสืบของผู้ร้องจะอ้างว่ามีการดำเนินคดีอาญากับผู้คัดค้านทั้งสองในความผิดฐานฉ้อโกงและฐานฟอกเงินจนกระทั่งศาลออกหมายจับผู้คัดค้านทั้งสอง จากนั้นพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องผู้คัดค้านทั้งสองในข้อหาดังกล่าวแล้วก็ตาม 

แต่จะให้รับฟังเป็นที่ยุติทันทีว่าผู้คัดค้านทั้งสองกระทำความผิดมูลฐานแล้วหาได้ไม่ 

เนื่องจากผู้คัดค้านทั้งสองให้การปฏิเสธมาโดยตลอด และการสอบสวนดำเนินคดีในชั้นสอบสวนดังกล่าวกระทำการโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่เพียงฝ่ายเดียว โดยไม่ปรากฏว่าก่อนที่จะดำเนินการยื่นคำร้องขอออกหมายจับ หรือก่อนพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องนั้น ได้เปิดโอกาสให้ผู้คัดค้านทั้งสองหรือผู้ถูกกล่าวหาอื่น ๆ ได้แย้งคัดค้านหรือไต่สวนพยานหลักฐานจากฝ่ายผู้คัดค้านทั้งสองครบถ้วนแล้ว ซึ่งแตกต่างจากการดำเนินกระบวนพิจารณาในชั้นศาลที่กฎหมายเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้มีโอกาสไต่สวนคัดค้านหรือนำพยานหลักฐานมาแสดงหักล้างข้ออ้างหรือข้อกล่าวหาของอีกฝ่ายหนึ่ง 

ศาลจึงไม่อาจรับฟังเพียงแต่พยานเอกสารในชั้นสอบสวนซึ่งไม่มีบุคคลผู้เกี่ยวข้องในการจัดทำพยานเอกสารมาเบิกความรับรองฝ่ายเดียวได้ เมื่อในชั้นนี้ทนายตั้มเเละภรรยา นำสืบและแสดงพยานหลักฐานโต้แย้งคัดค้านว่า ไม่เคยชักชวนหรือหลอกลวงให้นางสาวจตุพรลงทุนทำแอปพลิเคชันซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในประเทศไทย ส่วนเงินจำนวน 71 ล้านบาทเศษ 

นางสาวจตุพรส่งมอบให้แก่ทนายตั้ม โดยเสน่หาและด้วยความสมัครใจเพื่อช่วยเหลือทนายตั้มและครอบครัวด้วยความรักใคร่ชอบพอเป็นการส่วนตัว 

ทนายตั้มเเละภรรยาจึงมิได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกงนางสาวจตุพรอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ พร้อมอ้างข้อความการสนทนาทางไลน์ระหว่างนางสาวจตุพรกับผู้กับตัวทนายตั้มและนางสาวปัทมพร แสงฤทธิ์ คนสนิทของนางสาวจตุพรเป็นพยานสนับสนุนคำคัดค้านและทางนำสืบ 

ส่วนผู้ร้องมิได้นำสืบหักล้างหรือถามค้านให้เห็นเป็นอย่างอื่น และไม่นำนางสาวจตุพรประจักษ์พยานมาเบิกความเป็นพยานเพื่อให้ยืนยันข้อเท็จจริงต่อศาล หรือนำพนักงานสอบสวนผู้สอบปากคำบุคคลทั้งสองดังกล่าวมาเบิกความรับรองคำให้การชั้นสอบสวนของนางสาวจตุพรและพยานเอกสารในชั้นสอบสวนต่อศาล เพื่อให้มีน้ำหนักมากกว่าพยานเอกสารซึ่งผู้ร้องอ้างรวมส่งศาลไว้พร้อมกับพยานเอกสารอื่น ๆ ประกอบกับผู้คัดค้านทั้งสองนำสืบคัดค้านโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ผู้ร้องอ้างในคำร้องและในทางนำสืบดังกล่าว ลำพังพยานผู้ร้องปากพันตำรวจตรีธรินทร์เพียงปากเดียวจึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังข้อเท็จจริงจนเป็นที่ยุติได้ว่า พฤติการณ์ของผู้คัดค้านทั้งสองตามคำร้องและทางนำสืบของผู้ร้องครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระซึ่งเป็นความผิดมูลฐาน 

พยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำสืบมาจึงยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่ามีการกระทำความผิดมูลฐาน และต้องถือว่าทรัพย์สินตามบัญชีรายการทรัพย์สิน ไม่เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จึงต้องคืนทรัพย์สินดังกล่าวให้แก่เจ้าของ จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง และให้คืนทรัพย์สินตามบัญชีรายการทรัพย์สิน แก่เจ้าของ

Get real time update about this post categories directly on your device, subscribe now.

Unsubscribe
Dr. Parvinder Singh

Dr. Parvinder Singh

Page3news Worldwide, founded by Dr. Parvinder Singh, is a pioneering multilingual newspaper based in Thailand. Our mission is to deliver news that resonates with truth and integrity, free from fear and pressure. We believe in the principles of simple living and high thinking, striving to connect with a global audience. Page3news is dedicated to providing diverse perspectives, ensuring that every voice is heard. Join us in our journey to redefine journalism for a better world. Dr. Parvinder Singh Founder - Page3News Worldwide & Dr. Monruedee Sommart Co-Founder & President - Page3news Worldwide Email : page3newsthai@gmail.com

Related Posts

ทีมกู้ภัยเร่งช่วยชาวลาวอีก 4 คนที่ยังติดอยู่ในถ้ำ วางแผนสำรวจเพิ่มหา 2 คนที่สูญหาย

ทีมกู้ภัยเร่งช่วยชาวลาวอีก 4 คนที่ยังติดอยู่ในถ้ำ วางแผนสำรวจเพิ่มหา 2 คนที่สูญหาย

by Dr. Parvinder Singh
May 30, 2026
0
1

ทีมกู้ภัยในลาวกำลังเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่พบว่ายังมีชีวิตอยู่ภายในถ้ำที่ถูกน้ำท่วมเป็นเวลา 10 วัน หลังจากการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตคนแรกจากทั้งหมด 5 คน ออกมาได้อย่างปลอดภัยเมื่อคืนวันศุกร์ (29) ทีมกู้ภัยหวังว่าจะสามารถช่วยชายอีก 4 คนที่เหลือออกมาได้ในวันนี้ (30) หลังจากที่ระบุว่าพวกเขายังไม่พร้อมที่จะถูกนำตัวออกมาในวันศุกร์ ทีมกำลังเร่งระบายน้ำออกจากถ้ำและค้นหาอีก 2 คนที่ยังสูญหาย “มีคนหนึ่งออกมาได้อย่างปลอดภัยแล้ว และเราจะไม่หยุดจนกว่าอีก 4 คนที่เหลือจะกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย”...

ตร.ทางหลวงสกัดจับไอ้หื่น ลวงเด็กสาวพิการ-ตั้งครรภ์ หวังขืนใจในรถตู้ทึบ

ตร.ทางหลวงสกัดจับไอ้หื่น ลวงเด็กสาวพิการ-ตั้งครรภ์ หวังขืนใจในรถตู้ทึบ

by Dr. Parvinder Singh
May 30, 2026
0
0

ตำรวจทางหลวงเปิดปฏิบัติการไล่ล่าระทึก!สกัดจับหนุ่มหื่น ล่อลวงเด็กสาววัย 16 พิการ-ท้อง 1 เดือน หวังขืนใจในรถตู้ทึบเหยื่อแอบโทร 191 ช่วยพ้นเหยื่อกามสำเร็จ ​วันนี้ (30 พ.ค.) พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. สั่งการ พ.ต.อ.ภคพล สุชล ผกก.2 บก.ทล....

มอบตัวแล้ว เพื่อนไรเดอร์ปรี่ชกหน้า “ผอ.ป.ป.ช.” รับเพราะแค้นจนเกิดอารมณ์ชั่ววูบ

มอบตัวแล้ว เพื่อนไรเดอร์ปรี่ชกหน้า “ผอ.ป.ป.ช.” รับเพราะแค้นจนเกิดอารมณ์ชั่ววูบ

by Dr. Parvinder Singh
May 30, 2026
0
0

หนุ่มไรเดอร์วัย 26 ปี พร้อมทนายเข้ามอบตัวกับตำรวจ สน.ทุ่งครุ หลังปรีเข้าไปชกหน้า “ผอ.ป.ป.ช.” กลางานศพ ยอมรับแค้นที่ทำเพื่อนเสียชีวิต จึงเกิดอารมณ์ชั่ววูบ จากกรณีนายจรงค์ เหมาะเกราะ ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขับรถกระบะพุ่งชนนายศรนรินทร์ นาคงสี อายุ 43 ปี...

“ไรเดอร์” แอบถ่ายคลิป นร.-นศ.-สาววัยทำงานใส่กระโปรงยกขาขึ้นซ้อนมอ’ไซค์ โพสต์เรียกยอดวิว เจอแจ้งความแล้ว!

“ไรเดอร์” แอบถ่ายคลิป นร.-นศ.-สาววัยทำงานใส่กระโปรงยกขาขึ้นซ้อนมอ’ไซค์ โพสต์เรียกยอดวิว เจอแจ้งความแล้ว!

by Dr. Parvinder Singh
May 30, 2026
0
1

"ไรเดอร์"แอบถ่ายคลิปนักเรียนหญิง-นักศึกษา/สาววัยทำงาน ใส่กระโปรงซ้อนมอเตอร์ไซด์ส่ออนาจาร เรียกยอดวิวยอดไลค์เป็นแสนเป็นล้าน จนถูกแฉกระฉ่อนโซเชียลฯ แม้แต่เพื่อนร่วมอาชีพยังทนไม่ไหว ก่อนเจ้าตัวจะอัดคลิปรับผิดขอโทษ ล่าสุดเจอทีมงาน"อดีต สส.เขต 1 พิษณุโลก" พาผู้ปกครอง-ผู้เสียหาย ขึ้นโรงพักแจ้งความ 3 ข้อหาหนัก วันนี้(30 พ.ค.) นายจเด็ศ จันทรา เลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ...

International Vesak Day Conference Opens in Bangkok with Focus on Sustainable Development

International Vesak Day Conference Opens in Bangkok with Focus on Sustainable Development

by Dr. Parvinder Singh
May 30, 2026
0
13

BANGKOK — Delegates, spiritual leaders and policymakers from more than 70 countries gathered in Thailand on Thursday as the 21st...

“คมนาคม”ขยาย”บัตรคนจน”จ่ายค่ารถเมล์ไฟฟ้า TSB นำร่อง 23 เส้นทาง ช่วยลดค่าครองชีพกลุ่มเปราะบาง

“คมนาคม”ขยาย”บัตรคนจน”จ่ายค่ารถเมล์ไฟฟ้า TSB นำร่อง 23 เส้นทาง ช่วยลดค่าครองชีพกลุ่มเปราะบาง

by Dr. Parvinder Singh
May 28, 2026
0
4

"พิพัฒน์"คิกออฟใช้”บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”จ่ายค่ารถเมล์ไฟฟ้า”ไทยสมายล์บัส”ได้แล้ว นำร่อง 23 เส้นทางครบ 124 เส้นทางใน 15 มิ.ย.เอกชนทุ่มเกือบ 100 ล้าน ติดระบบ EDC คาดผู้โดยสารเพิ่มวันละ 2 แสนคน “คมนาคม”คาดปี 70 ยกเลิกรถเมล์ร้อน หลังขสมก.รับรถ EV...

Facebook Twitter Youtube Instagram Tumblr Pinterest

Page 3 News Multilingual Worldwide

The Page 3 News is a Multilingual Worldwide daily newspaper founded in 2021. It is published in Bangkok, Thailand by the Page 3 News Thai Limited Partnership. Page 3 News is available to the world in all the three formats i.e. e-Paper, digital and print.

The Page 3 News is having offices in many countries like Thailand, India, Canada, USA, etc. and is currently published in English, Thai, Hindi and Punjabi languages.

Category

Calanderwise News

May 2026
MTWTFSS
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
« Apr    

© 2024 Page 3 News - First Multilingual Worldwide Newspaper based in Thailand.

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Fill the forms below to register

*By registering into our website, you agree to the Terms & Conditions and Privacy Policy.
All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • E-Magazine
  • Management Team
  • Subscriptions
  • E-Paper
  • World News
  • Balochistan
  • USA
  • India
  • Thailand
  • Canada
  • UK
  • Australia
  • About Us
  • Contact
  • Privacy Policy
  • Terms and Conditions
  • Disclaimer

© 2024 Page 3 News - First Multilingual Worldwide Newspaper based in Thailand.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.