ตำรวจ สน.เพชรเกษมจับ 3 ผู้ต้องหาวัย 19 ปี ร่วมกันตระเวนลัก จยย.มาปลอมเอกสารทะเบียนรถขายต่อ หาเงินใช้จ่ายประจำวัน ก่อเหตุมาแล้ว 20 ครั้ง ในพื้นที่ฝั่งธนฯ-นนทบุรี
วันนี้ (1 ก.ค.) พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.9 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปราโมทย์ จันทร์บุญแก้ว ผกก.สน.เพชรเกษม ร่วมกันแถลงผลการจับกุมนายไตรภพ อายุ 19 ปี นายธีรพล อายุ 19 ปี และนายธัญยารักษ์ อายุ 19 ปี 3 ผู้ต้องหาก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี และจังหวัดนนทบุรี พร้อมตรวจยึดของกลางรวม 49 รายการ ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ 2 คัน กุญแจรถจักรยานยนต์ 17 ดอก ป้ายทะเบียนรถ 10 แผ่น รวมถึงอุปกรณ์และชิ้นส่วนรถจำนวนมาก
การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากตำรวจชุดสืบสวน ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมของคนร้าย ทั้งช่วงเวลาที่ก่อเหตุ และเส้นทางหลบหนีที่ ทราบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุใช้บ้านเช่าย่าน เขตบางบอน เป็นจุดพักรถที่ขโมยมา จึงเฝ้าติดตามและติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม กระทั่งวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา พบ นายไตรภพ 1 ในผู้ต้องหา ขี่รถจักรยานยนต์ที่มีตำหนิรูปพรรณตรงกับรถที่ใช้ก่อเหตุ จึงแสดงตัวเข้าจับกุม
สอบสวน นายไตรภพ รับสารภาพว่า ร่วมก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์หลายครั้ง โดยมีหน้าที่นำรถที่ขโมยมาเก็บไว้ที่ห้องเช่า ก่อนเปลี่ยนเบ้ากุญแจเพื่อเตรียมส่งขาย ส่วนนายธีรพล ทำหน้าที่ติดต่อผู้รับซื้อ พร้อมส่งสำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนรถปลอมมาใช้ประกอบการซื้อขาย ก่อนประสานรถขนส่งเข้ามารับรถจากบ้านเช่าไปส่งให้ลูกค้าตรวจค้นบ้านเช่าของนายไตรภพ พบรถจักรยานยนต์ ที่เพิ่งถูกขโมยมาจากย่านพระราม 5 และกำลังรอส่งต่อให้ผู้รับซื้อ และยังพบป้ายทะเบียน เบ้ากุญแจ กุญแจรถหลายดอก ชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ หมวกนิรภัย และเสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ขณะก่อเหตุ
ต่อมาตำรวจขยายผลจับกุมนายธีรพล ได้ในพื้นที่ซอยภาษีเจริญ 58 เขตภาษีเจริญ เจ้าตัวยอมรับว่า เป็นผู้ร่วมก่อเหตุ ทำหน้าที่ใช้เหล็กปีกเครื่องบินงัดและลักรถจักรยานยนต์ ก่อนซัดทอดไปถึงผู้ร่วมขบวนการอีกคนคือ นายธัญยารักษ์พักอาศัยอยู่ในซอยบางแค 14 จึงนำกำลังเข้าจับกุม โดยรับสารภาพว่า ร่วมลักรถจักรยานยนต์ โดยหลังได้รถมาแล้ว จะนำไปส่งที่บ้านของนายไตรภพ ก่อนแบ่งเงินจากการขายรถกัน คันละประมาณ 20,000 บาท เพื่อนำไปใช้จ่ายส่วนตัว
จากการสืบสวนพบหลักฐานเป็นภาพจากกล้องวงจรปิด รวมถึงป้ายทะเบียน และชิ้นส่วนรถจำนวนมากในครอบครองของผู้ต้องหา ทั้ง 3 คนรับว่า ร่วมกันก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์มาแล้วประมาณ 20 ครั้ง ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี และจังหวัดนนทบุรี
ตรวจสอบประวัติพบว่า นายธีรพล เคยถูกจับกุมคดีลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ สน.บางกอกน้อย และ สภ.เมืองสมุทรสาคร ขณะที่นายธัญยารักษ์เคยมีประวัติคดียาเสพติด เบื้องต้นถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด ส่วนประเด็นการปลอมแปลงเอกสารประกอบการซื้อขายรถ อยู่ระหว่างขยายผลเพิ่มเติม โดยตำรวจเชื่อว่ารถที่ถูกลักไปส่วนใหญ่ถูกส่งขายต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
จากนั้นตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา ร่วมกันลักทรัพย์ (รถจักรยานยนต์) ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแกการกระทำความผิดและการพาทรัพย์นั้นไป






