อิหร่านและสหรัฐฯเห็นพ้องยุติความเป็นปรปักษ์เมื่อเร็วๆนี้ในอ่าวเปอร์เซีย และกลับมาเจรจากันในประเด็นพิพาทเกี่ยวกับช่องแคบฮอร์มุซ ตามรายงานของ Axios เว็บไซต์ข่าวสัญชาติอเมิกาในวันอาทิตย์(28มิ.ย.) ความเคลื่อนไหวที่อาจหยุดการโจมตีตอบโต้กันไปมา ที่เสี่ยงกัดเซาะข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวระหว่าง 2 ฝ่าย
Axios อ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯรายหนึ่ง รายงานว่าทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องประชุมกันในกาตาร์ ในวันอังคาร(30มิ.ย.) อย่างไรก็ตามรอยเตอร์สไม่ยืนยันรายงานข่าวนี้ ขณะที่ทำเนียบขาวยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าว
หากทั้ง 2 ฝ่ายหวนคืนสู่เส้นทางด้านการทูตจริง มันจะมีขึ้นตามหลังการโจมตีตอบโต้กันไปมาลากยาวหลายวัน นับตั้งแต่จรวดลูกหนึ่งของอิหร่านพุ่งใส่เรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันพฤหัสบดี(25มิ.ย.) ทั้งสหรัฐฯและอิหร่าน ต่างกล่าวหาอีกฝ่ายว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว ที่เห็นพ้องกันเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน
อิหร่านยังขีปนาวุธและโดรนเข้าใส่ที่ตั้งทางทหารของสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรนในตอนเช้าวันอาทิตย์(28มิ.ย.) ไม่นานหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่กำจัดพวกผู้นำของเตหะราน ถ้าพวกเขาไม่ยอมยึดมั่นตามข้อตกลงยุติสงคราม
ขณะเดียวกัน อิสราเอล ระบุในวันอาทิตย์(28มิ.ย.) เป็นอีกครั้งที่พวกเขาโจมตีพวกนักรบฮิซบอลเลาะห์ ที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ในเลบานอน ทำลายโครงสร้างพื้นฐานใต้ดินที่ใช้งานโดยทางกลุ่ม ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ทางใต้ของเลบานอน
ปฏิบัติการดังกล่าว มีขึ้นตามหลังการโจมตีอีกระลอกเมื่อวันเสาร์(27มิ.ย.) ซึ่งเกิดขึ้น 1 วัน ตามหลังมีข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับเลบานอนในวันศุกร์(26มิ.ย.) สำหรับยุติการสู้รบ ที่ อิหร่าน ระบุไว้ในเงื่อนไขที่ทำกับสหรัฐฯ หากต้องการให้พวกเขายึดถือข้อตกลง
สหรัฐฯกล่าวอ้างก่อนหน้านี้ว่า ได้โจมตีอิหร่านอีกรอบ ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งถูกเล่นงานในช่องแคบฮอร์มุซ เส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก ซึ่งถูกเตหะรานแทบปิดตายมาตลอดความขัดแย้ง
“มันอาจไปถึงจุดที่เราไม่สามารถมีเหตุมีผลอีกต่อไปแล้ว และจะถูกบีบให้ใช้กำลังทหารปิดจ็อบ ที่เราประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากตั้งแต่แรกเริ่ม” ทรัมป์โพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนหน้าที่ Axios จะรายงานเกี่ยวกับการเห็นพ้องยุติความเป็นปรปักษ์และหวนคืนสู่การเจรจา “ถ้ามันเกิดขึ้น สาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจะไม่มีอยู่อีกต่อไป”
ข้อตกลงสันติภาพชั่วคราว 14 ข้อ มีเจตนายุติการสู้รบ ที่สหรัฐฯและอิสราเอลเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีอิหร่านในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซ โดยระหว่างนั้นจะมีการเดินหน้าเจรจาในประเด็นอื่นๆ อย่างเช่นโครงการนิวเคลียร์ของเตหะราน
ในอีกสัญญาณแห่งความเปราะบางของข้อตกลง อิหร่านยกเลิกการเจรจาทางเทคนิคกับสหรัฐฯที่มีกำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์(28มิ.ย.) อ้างถึงเหตุโจมตีเล่นงานประเทศของพวกเขาเมื่อเร็วๆ และกรณีไม่ทำตามเงื่อนไขในบันทึกความเข้าใจ “หนึ่งในตัวอย่างของเหตุผลยกเลิกการเจรจาก็คือ เรากำลังตรวจสอบว่าเราสามารถเข้าถึงเงินทุนที่ถูกอายัดไว้ได้จริงหรือไม่ ถ้าไม่สามารถเข้าถึง เมื่อนั้นก็เท่ากับว่าไม่มีการทำตามสัญญา” เมห์ดี หาซาอีลี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน ภายใต้สังกัดของผู้นำสูงสุด ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์แห่งรัฐ
ไม่กี่ชั่วโมงหลังจาก ทรัมป์ โพสต์ข้อความบนทรูธโซเชียล กองทัพคูเวตรายงานว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของพวกเขา ได้ตอบสนองรับมือกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน ส่วน บาห์เรน เผยว่าเสียงไซเรนเตือนภัย ดังระงมในประเทศของพวกเขาเช่นกัน
กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน ระบุในถ้อยแถลงว่ากองทัพเรือและกองทัพอากาศของพวกเขา ยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายที่ตั้งของทหารอเมริกา ในคูเวตและบาห์เรน
ในถ้อยแถลงของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน บอกว่าการโจมตีต่างๆของสหรัฐฯละเมิดข้อตกลงหยุดยิง และส่งผลให้กระบวนการด้านการทูตทั้งหมดจะหยุดลงโดยสิ้นเชิง ขณะที่ผู้บัญชาการกองทัพเรือแห่งกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามอิหร่าน เตือนว่าฐานทัพต่างๆของอเมริกาในภูมิภาค “จะต้องเจอกับนรกในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยืนยันว่าอิหร่านโจมตีที่ตั้งต่างๆของอเมริกา อย่างไรก็ตามไม่มีความสูญเสียหรือความเสียหายใหญ่โตเกิดขึ้นกับที่ตั้งต่างๆของอเมริกาในตะวันออกกลาง กระนั้นมันเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นและสถานการณ์ยังไม่นิ่ง
ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เสียงไซเรนเตือนภัยดังระงมเป็นครั้งที่ 2 ในบาห์เรน โดยเจ้าหน้าที่เผยว่าการโจมตีของอิหร่านก่อความเสียหายแก่อาคารที่พักอาศัยแห่งหนึ่งในจังหวัดมูฮาร์รัก อย่างไรก็ตามไม่มีรายงานความสูญเสีย ขณะที่ บาห์เรน เร่งเร้าให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ จัดประชุมฉุกเฉิน หาทางลงโทษอิหร่าน
กองทัพคูเวตเผยว่าได้สกัดขีปนาวุธ 2 ลูกที่พุ่งเข้ามา ทำให้ไม่มีความเสียหายหรือความสูญเสียใดๆ
(ที่มา:รอยเตอร์ส)






