“กฤษอนงค์” เบิกความไต่สวนมูลฟ้อง คดีฟ้องกลับ “ดิไอคอน -บอสพอล-บอสปัน” เรียกร้องความเป็นธรรมและพิสูจน์ความจริงให้กับตัวเอง เป็นบทเรียนให้กับสังคม พร้อมตั้ง “กองทุนการด่าแห่งชาติ” เพื่อเตือนสติให้โพสต์ด่าในโลกออนไลน์อย่างมีสติ
เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ (23 มี.ค.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก น.ส.กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ หรือพัช ประธานอำนวยการศูนย์ประสานงานส่งเสริมเครือข่าย-ออนไลน์และผู้ก่อตั้งองค์การต่อต้านแชร์ลูกโซ่ เดินทางมาศาลอาญา เพื่อเบิกความไต่สวนมูลฟ้องในคดี อ.3233/2568 ที่เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง บริษัทดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด ,นายวรัตน์พล วรทย์วรกุล หรือ บอสพอล และ น.ส.ปัญจรัศน์ กนกรักษ์ธนพร หรือ บอสปัน หรือครูปัน ในความผิดต่อเจ้าพนักงานกระบวนการยุติธรรม
โดยก่อนเบิกความไต่สวน น.ส.กฤษอนงค์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า วันนี้มาเบิกความคดีที่ฟ้องกลับ บริษัทดิไอคอนและบอสพอล เพราะก่อนหน้านี้ที่ตนเองถูกฟ้องข้อหากรรโชกทรัพย์ ซึ่งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบตัดสินยกฟ้อง หลังจากนั้นตนได้ให้ทนายความฟ้องกลับ ซึ่งศาลได้นัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ และวันนี้ตนเองก็จะขึ้นเบิกความต่อศาลด้วยตนเอง และจะนำหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอเป็นคลิปที่ตนเองเดินทางไปเชียงใหม่เพื่อไปที่จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นคลิปเดียวที่ตนเองมี ในการพิสูจน์ว่าตนเองไม่ได้กรรโชกทรัพย์ แต่เป็นทางดิไอคอนและฝ่ายผู้เสียหายมาขอให้ช่วยเหลือ เพื่อจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้ศาลเห็นว่าถูกกลั่นแกล้งให้รับโทษทางอาญา จากการที่ตนเองสูญเสียอิสรภาพ ถูกคุมขังในชั้นฝากขังอยู่ในเรือนจำ นาน 267 วัน
น.ส.กฤษอนงค์ กล่าวว่า ตนเองถูกกลั่นแกล้ง เพราะไม่เคยกรรโชกทรัพย์ซึ่งศาลได้ยกฟ้องไปแล้วในข้อหานี้ ดังนั้นประเด็นสำคัญที่ตนเองมาศาลในวันนี้ คือต้องการที่จะสร้างบรรทัดฐานให้คนที่พูดความจริง ต้องมีที่ยืนในสังคมไม่อยากให้ใครใช้กระบวนการยุติธรรมไปกลั่นแกล้งบุคคลอื่นให้ได้รับผลกระทบและหมดแรงในการพูดความจริง
ประเด็นสำคัญคือ เดือนมี.ค.-เม.ย.2569 เป็นช่วงเดือนที่กำหนดการสืบพยานคดีดิไอคอนด้วย จึงไม่อยากให้ผู้เสียหายคดีดิไอคอนที่ได้รับผลกระทบหมดแรง หมดกำลังใจในการต่อสู้คดี เพราะทราบว่าหลายคนไม่อยากจะมาเป็นพยานในคดีนี้แล้ว ก็อยากให้กำลังใจผู้เสียหายทุกคนลุกขึ้นมาสู้และปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง
น.ส.กฤษอนงค์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนเองจึงได้ตั้งกองทุนชื่อว่า “กองทุนการด่าแห่งชาติ” จุดประสงค์ที่ตั้งขึ้นมาเพราะอยากจะสร้างมาตรฐานใหม่ เพื่อปกป้องสิทธิ์ของประชาชนและคนทั่วไป ที่อยู่ในโลกออนไลน์ อยากให้โพสต์ข้อความอย่างมีสติ ไม่อยากให้ไร้สติ แล้วเมื่อโดนฟ้อง ก็เกิดความเดียวดาย ต้องมาขอโทษไหว้ย่อ ไหว้สวยหน้าบัลลังก์ที่ห้องพิจาณาคดีของศาล
ทั้งนี้“กองทุนการด่าแห่งชาติ” ซึ่งต่อไออาจจะมีการตั้งเป็นมูลนิธิ เพราะมีผู้สนับสนุนบริจาคเงินพอสมควรหลักแสนบาทแล้ว โดยจะมีทนายความหลายคนมาช่วยทำคดีให้ สำหรับเงินค่าเยียวยาความเสียหายที่ได้มาจากการชนะคดี ก็จะนำมาเข้ากองทุนนี้
น.ส.กฤษอนงค์ กล่าวอีกว่า จะเป็นการป้องกันสิทธิ์และสร้างมาตรฐานในการด่าในโลกออนไลน์อย่างมีสติ เพราะบางครั้งมีคนเรามักจะโพตส์ด่ากันโดยไม่มีบทเรียน แล้วเนื่องจากตนเองเป็นคนแรกที่ได้รับผลกระทบ ทุกวันนี้ยังมีคนด่าว่าตบทรัพย์หรือกรรโชกทรัพย์ 20 ล้านอยู่เลย ทั้งๆ ที่ศาลพิพากษายกฟ้องแล้ว จึงขอยืนยันอีกครั้งว่า ตนไม่ได้โดนฟ้องคดีกรรโชกทรัพย์ 20 ล้านนะ เพราะตำรวจไม่รับฟ้องข้อหานี้ แต่ที่โดนฟ้อง คือคดีโดนดิไอคอน ฟ้องเป็นเงินจำนวน 9.7 แสนบาท แล้วศาลก็ยกฟ้องแล้วด้วย จึงต้องย้ำอีกครั้งว่าคดีกรรโชกทรัพย์ 20 ล้านไม่มีอยู่จริง
ตนขอเรียกร้องและขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชน สาธารณะชนว่า ที่ตนถูกจำคุกชั้นฝากขัง 267 วัน นั้นเป็นข้อหาที่บริษัทดิไอคอนฟ้องจำนวนเงิน 9.7 แสนบาท แล้วศาลยกฟ้องในข้อหากรรโชกทรัพย์ ส่วนที่ศาลลงโทษอยู่ตอนนี้คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์สู้คดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ เป็นข้อหาเป็นคนกลางเรียกรับ ตามมาตรา 143 ซึ่งศาลพิพากษาจำคุก 3 ปี ให้การเป็นประโยชน์ลดโทษ 1 ใน 3 เหลือ จำคุก 2 ปี ซึ่งได้ประกันตัวออกมาเพื่อสู้คดีในศาลอุทธรณ์ นอกจากนี้ช่วงระหว่างที่ถูกคุมขังในเรือนจำระหว่างฝากขัง นั้นตนเองต้องใช้ความอดทนและต้องมีจิตใจที่เข้มแข็งอย่างมากในการเขียนข้อมูลรายละเอียดต่างๆ เพื่อใช้ในการต่อสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความจริงให้กับตัวเอง โดยใช้ปากกาเพียงแท่งเดียว ราคา 300 บาทกับกระดาษเท่านั้น ที่นำเสนอความจริง และได้เพื่อเป็นบทเรียนให้กับสังคม






