ภท.เดือด! “ศุภชัย” สวน “เจิมศักดิ์” มีอคติทางการเมือง วิจารณ์ใส่ร้ายป้ายสีล็อกตัวนายกฯ ตั้งรัฐบาลล่วงหน้า จ่อดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.เลือกตั้ง เตือนผู้เผยแพร่–แชร์ต่อ อาจร่วมกระทำผิด แจงเหตุไม่ดีเบตด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงและความลับทางราชการ
เมื่อวันที่ 2 มกราคม นายศุภชัย ใจสมุทร ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง นักวิชาการอิสระ ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อออนไลน์ โดยระบุว่ามีการล็อกเกมจัดตั้งรัฐบาลล่วงหน้าเพื่อให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี และสะท้อนว่าปัญหาประเทศยังน่าเป็นห่วงนั้น ว่าเป็นถ้อยคำที่รุนแรง เข้าข่ายใส่ร้ายป้ายสี สร้างความเสียหายต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล รวมถึงพรรคภูมิใจไทย และอาจส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
นายศุภชัย เห็นว่า การแสดงความคิดเห็นดังกล่าวไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นนักวิชาการอิสระ หากแต่แฝงอคติทางการเมืองอย่างชัดเจน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการกล่าวหาว่ามีการล็อกเกมจัดตั้งรัฐบาลล่วงหน้า เป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงและควรชี้แจงต่อสังคมว่าใครเป็นผู้กระทำ เนื่องจากตามหลักการประชาธิปไตยแล้ว ไม่มีบุคคลหรือกลุ่มใดสามารถล็อกผลการเลือกตั้งแทนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้
ส่วนกรณีที่มีการวิจารณ์ว่าการเลือกตั้งยังอยู่ภายใต้ระบบอุปถัมภ์หรือ “บ้านใหญ่” นายศุภชัย ระบุว่า การเลือกตั้งเป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง อำนาจในการตัดสินใจอยู่ที่ประชาชน ไม่ใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง การเหมารวมว่าประเทศจะไม่เปลี่ยนแปลงเพราะระบบดังกล่าว จึงเป็นการดูถูกการตัดสินใจของประชาชน
นายศุภชัย ยังกล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่เข้าร่วมเวทีดีเบต โดยยืนยันว่า ปัจจุบันนายกรัฐมนตรีคือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล และการตัดสินใจไม่เข้าร่วมดีเบตเป็นไปด้วยเหตุผลด้านความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เนื่องจากมีข้อมูลด้านความมั่นคงและข้อมูลลับของทางราชการจำนวนมาก หากต้องร่วมดีเบตกับหัวหน้าพรรคอื่นที่ไม่มีข้อมูลในระดับเดียวกัน อาจทำให้ไม่สามารถตอบคำถามบางประเด็นได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ใช่การไม่จริงใจต่อประชาชนแต่อย่างใด
นอกจากนี้ นายศุภชัย ยังฝากถึงผู้ที่นำคลิปหรือบทสัมภาษณ์ดังกล่าวไปเผยแพร่หรือแชร์ต่อในวงกว้างว่า อาจเข้าข่ายมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพรรคภูมิใจไทยจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างถึงที่สุด พร้อมขอให้สื่อมวลชนพิจารณาความเหมาะสมในการเปิดพื้นที่ให้มีการแสดงความคิดเห็นที่อาจเข้าข่ายใส่ร้ายป้ายสีพรรคการเมืองหรือผู้สมัครรับเลือกตั้ง ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยจะไม่ยอมให้มีการใช้สื่อเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อใส่ร้ายป้ายสีหรือสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยมีวาระซ่อนเร้น






