“นาวิน ต้าร์-ไฮโซน้ำหวาน” เข้าแจ้งความตำรวจไซเบอร์ หลังถูกนำชื่อและรูปไปตัดต่อทำคลิปข่าวปลอม โปรโมตชักชวนเล่นเว็บพนันออนไลน์
วันนี้ (11 มี.ค.) ที่ บก.สอท.1 นายนาวิน เยาวพลกุล หรือ นาวิน ต้าร์ พร้อมด้วยภรรยา นางพัสวี พยัคฆบุตร หรือ ไฮโซน้ำหวาน เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 เพื่อแจ้งความดำเนินคดี หลังถูกนำชื่อและรูปไปตัดต่อทำคลิปข่าวปลอม โปรโมตชักชวนเล่นเว็บพนันออนไลน์
นายนาวิน เปิดเผยว่า เพิ่งทราบเรื่องดังกล่าวเมื่อประมาณ 2 วันก่อน หลังมีเพื่อนส่งคลิปและลิงก์มาให้ดู พบว่ามีการนำกระแสข่าวเกี่ยวกับตนและครอบครัวไปบิดเบือนเป็นข่าวปลอม เพื่อดึงดูดให้คนเข้าไปอ่าน ก่อนจะชักชวนให้เข้าไปเล่นการพนันออนไลน์ คลิปและข่าวปลอมดังกล่าวถูกเผยแพร่ในหลายแพลตฟอร์ม และมียอดเข้าชมจำนวนมาก ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงของตนและครอบครัว จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดี พร้อมเตือนประชาชนไม่ให้หลงเชื่อกลโกงลักษณะนี้
นายนาวิน กล่าวด้วยว่า ข่าวที่เผยแพร่ออกไปไม่เป็นความจริง และส่งผลกระทบต่อจิตใจของครอบครัว โดยเฉพาะภรรยาของตน จึงอยากเรียกร้องให้ผู้ที่กระทำการดังกล่าวหยุดการกระทำ และยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ขณะที่ นางพัสวี ระบุว่า ข่าวปลอมดังกล่าวสร้างความเสียหายต่อครอบครัวอย่างมาก เพราะมีการกล่าวอ้างถึงบุคคลในครอบครัว รวมถึงบิดาที่เป็นข้าราชการ ทำให้ได้รับผลกระทบด้านชื่อเสียงในวงกว้าง
ด้าน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า กรณีนี้เป็นพฤติการณ์ของมิจฉาชีพที่อาศัยกระแสข่าวหรือบุคคลมีชื่อเสียงมาสร้างข่าวปลอม เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ลิงก์ที่แนบในโพสต์เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์พนันออนไลน์ ตำรวจจะรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมประสานแพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น เฟซบุ๊ก และติ๊กต็อก เพื่อติดตามผู้กระทำผิด รวมทั้งเสนอปิดกั้นบัญชีหรือเนื้อหาที่เกี่ยวข้องตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ขอฝากเตือนประชาชน หากพบโพสต์หรือคลิปในลักษณะดังกล่าว ไม่ควรกดลิงก์หรือแชร์ต่อ เพราะอาจเสี่ยงถูกหลอกให้เล่นพนัน หรือถูกดูดข้อมูลส่วนตัวและเงินในบัญชีได้ และหากตกเป็นเหยื่อสามารถเข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ได้ทันที
นายนาวิน ยังกล่าวเพิ่มเติมในฐานะตัวแทนคนในวงการบันเทิงว่า ปัจจุบันมีคนดังจำนวนมากถูกนำชื่อหรือภาพไปแอบอ้างในลักษณะเดียวกัน จึงอยากให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบข้อมูลและไม่หลงเชื่อข่าวปลอม พร้อมย้ำว่าหากพบการกระทำลักษณะนี้ สามารถเข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ได้ เพื่อป้องกันไม่ให้มิจฉาชีพนำชื่อเสียงของผู้อื่นไปใช้หลอกลวงประชาชนต่อไป






