• About Us
  • Contact
  • Privacy Policy
  • Terms and Conditions
Tuesday, March 24, 2026
  • Login
  • Register
Page3News Worldwide
  • Home
  • Page 3 Family
    • E-Paper
    • E-Magazine
    • Management Team
  • Subscriptions
  • Countries
    • USA
    • Canada
    • India
    • Balochistan
    • Thailand
    • UK
    • Australia
  • Language Wise News
    • Thai News
    • Punjabi News
    • Hindi News
  • Other News
    • World News
    • Latest Movie Reviews
    • Culture
    • Finance
    • Hollywood
    • Business
    • Entertainment
    • Sports
    • Lifestyle
    • Fashion
    • food
    • Health
    • Travel
    • Politics
    • Science
    • Tech
  • Multilingual Editorial
    • English Editorials
    • Thai Editorials
    • Hindi Editorials
    • Punjabi Editorials
    • Page3News Special
No Result
View All Result
  • Home
  • Page 3 Family
    • E-Paper
    • E-Magazine
    • Management Team
  • Subscriptions
  • Countries
    • USA
    • Canada
    • India
    • Balochistan
    • Thailand
    • UK
    • Australia
  • Language Wise News
    • Thai News
    • Punjabi News
    • Hindi News
  • Other News
    • World News
    • Latest Movie Reviews
    • Culture
    • Finance
    • Hollywood
    • Business
    • Entertainment
    • Sports
    • Lifestyle
    • Fashion
    • food
    • Health
    • Travel
    • Politics
    • Science
    • Tech
  • Multilingual Editorial
    • English Editorials
    • Thai Editorials
    • Hindi Editorials
    • Punjabi Editorials
    • Page3News Special
No Result
View All Result
Page3News Worldwide
No Result
View All Result
Home Thailand

“อนุทิน” เผยเร่งอพยพคนไทยจากอิหร่าน 300 คน ยันน้ำมันมีเพียงพอ ยึดหลัก “ไทยแลนด์เฟิร์ส” ไม่ให้ฝนตกทางโน้นหนาวถึงคนทางนี้

by Dr. Parvinder Singh
March 3, 2026
in Thailand, Thai Editorials, Thai News
0
“อนุทิน” เผยเร่งอพยพคนไทยจากอิหร่าน 300 คน ยันน้ำมันมีเพียงพอ ยึดหลัก “ไทยแลนด์เฟิร์ส” ไม่ให้ฝนตกทางโน้นหนาวถึงคนทางนี้
0
SHARES
6
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on WhatsappShare on TelegramShare on LineShare on Email

นายกฯ ประชุมด่วนประเมินสถานการณ์ตะวันออกกลาง เร่งอพยพคนไทยจากอิหร่าน 270-300 คน เปิดทุกทางเลือก ส่วนอิสราเอลมีคนไทยอยู่กว่า 6 หมื่น กลับแล้ว 20 คน สั่งเตรียมพร้อมรับมือปิดช่องแคบฮอร์มุซ ย้ำไทยมีน้ำมันเพียงพอ ยึดหลัก “ไทยแลนด์เฟิร์ส” สั่งห้ามส่งออกได้ หากจำเป็น แจงน้ำมันใช้ได้ 60 วันหมายถึงนำเข้าไม่ได้เลย ยันดูแลให้มีผลกระทบน้อยที่สุด อย่าให้ฝนตกทางโน้น หนาวถึงคนทางนี้

เมื่อเวลา 13.10 น. วันที่ 3 มี.ค.ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมศูนย์ติดตามสถานการณ์ เพื่อประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง และการช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง ร่วมกับนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ผู้บริหารกระทรวงฯ และสถานเอกอัครราชทูต สถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งในภูมิภาคตะวันออกกลาง

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้กระทรวงการต่างประเทศได้จัดให้มีการประชุมออนไลน์กับเอกอัครราชทูต และสำนักงานของกระทรวงการต่างประเทศที่อยู่ในแถบภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อรับฟังสถานการณ์ของแต่ละประเทศ และรับฟังข้อเสนอ ตลอดจนเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวกต่อคนไทยที่อยู่ในประเทศต่างๆแถบตะวันออกกลาง

เมื่อถามว่า ทางสถานทูตสะท้อนปัญหาอะไรบ้างหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรารับฟังทุกปัญหา ซึ่งในภาพรวมขวัญกำลังใจของพวกเราทุกคนที่นั่นถือว่ายังดีอยู่ และมีการแนะนำให้ดูแลตัวเองให้พ้นจากภัยการโจมตีต่างๆ ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตไทยได้ทำหน้าที่ประสานงาน ซึ่งเราได้กำหนดไว้ว่าในจุดที่อันตรายที่สุดคือที่ประเทศอิหร่าน เราจะเร่งดำเนินการนำคนไทยประมาณ 300 คน รวมเจ้าหน้าที่ของราชการด้วย ให้มีบทสรุปว่าให้ถอยออกจากประเทศนั้นมาตั้งหลักในเมืองไทยก่อน เรามีคนไทยไม่เกิน 300 คน ถือว่าโชคดีที่เราสามารถบริหารจัดการเคลื่อนย้ายผู้คนเหล่านั้นในขีดความสามารถที่เรามีอยู่ได้

เมื่อถามว่า วิธีการจะนำมาที่ชายแดนตุรกีตามที่ รมว.ต่างประเทศ ระบุไว้หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ในส่วนของเราปัจจัยที่จะทำให้เขากลับมาที่ประเทศไทยครบหมดแล้ว ขณะนี้อยู่ที่สถานทูต กระทรวงการต่างประเทศ และรัฐบาล จะต้องเร่งประสานงาน เพราะประเทศนั้นจะต้องมีวีซ่าขาออกด้วย ไม่ใช่วีซ่าขาเข้าเพียงอย่างเดียว เช่น วันนี้ถ้าอยู่ในอิหร่าน จะไปกรอกคำร้องอะไรคงเป็นไปไม่ได้ เพราะระบบการให้บริการทางราชการขณะนี้คงไม่ได้เป็นไปตามปกติ แต่เราจะดำเนินการทุกวิถีทาง

เมื่อถามว่า ขณะนี้กังวลอะไรเป็นพิเศษหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า สิ่งที่กังวลที่สุดคือความปลอดภัยของคนไทย แต่ส่วนใหญ่พวกเขาได้รับการแนะนำว่าต้องปฏิบัติตนอย่างไรให้ได้รับความปลอดภัย และในประเทศเหล่านั้นมีระบบป้องกันภัย โดยเฉพาะประเทศที่มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจสูงจะมีระบบป้องกันภัยของเขา แต่เราก็ต้องเป็นห่วงคนของเรา จึงได้กำชับท่านทูตทั้งหลายว่าให้อำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ถ้าบุคคลใดประสงค์จะกลับประเทศไทยต้องให้ความช่วยเหลือทุกอย่าง และขอชื่นชมจิตใจของพี่น้องเหล่านั้น ถ้าเทียบกับเปอร์เซ็นต์ที่ประสงค์จะกลับเมืองไทยมีไม่ถึง 25% ถ้านับจำนวนรายหัว เขายังมีความมั่นใจว่าสามารถดำรงชีวิตอยู่ตรงนั้นได้

เมื่อถามว่า ขณะนี้มีคนไทยที่อิสราเอลประสงค์จะเดินทางกลับไทยจำนวนเท่าใด นายกฯ กล่าวว่า มีชาวไทยในอิสราเอล ประมาณ 60,000 กว่าคน มีความประสงค์จะเดินทางกลับ 20 คน ซึ่งอาจเพิ่มขึ้นได้ตลอดเวลาหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ สมัยที่ตนเคยเป็น รมว.มหาดไทย และรองนายกฯ จากเหตุการณ์ที่มีการโจมตีเมื่อสองปีที่แล้ว ได้มีการประสานงานใกล้ชิดกับเอกอัครราชทูตในสมัยนั้น ซึ่งสถานการณ์คล้ายคลึงกัน คนไทยที่ไปประกอบอาชีพที่นั่นส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรม ส่วนใหญ่อยู่ในโซนที่ปลอดภัย และตนได้ประชุมกับทูตไทยประจำอิสราเอล พบว่าคนไทยยังมีขวัญกำลังใจดี และเชื่อมั่นว่าจะดูแลตัวเองได้

เมื่อถามว่า คนไทยในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ประสงค์จะกลับประเทศไทย จำนวน 1,000 คน จะดำเนินการต่อจากอิหร่านเลยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า มีที่ประสงค์กลับตามข้อมูลเดิม ซึ่งที่ยูเออี มีความเป็นฮับศูนย์กลางการเดินทาง ทำให้ทางเลือกในการเดินทางยังเยอะอยู่ ซึ่งในจุดนั้นยังสามารถใช้วิธีการเดินทางกลับวิธีปกติได้ แต่รัฐบาลได้มีการเตรียมการไว้ เช่น กรณีเกิดเหตุที่ต้องเดินทางกลับออกจากประเทศหนึ่งประเทศใดไม่ได้ สถานทูตจะจัดให้มีการนำคนไทยไปยังอีกเมืองหนึ่งที่น่านฟ้ายังเปิดอยู่ และสามารถเดินทางกลับภูมิลำเนาได้

RelatedPosts

ฉาวโฉ่! สพฐ. สั่งฟันครูพละบุรีรัมย์ ลวนลามศิษย์-ขู่เกรดแลกตัว พบเหยื่อนับร้อย ตำรวจแจ้งข้อหาหนัก

หุ้นปิดร่วง 35.65 จุด รับแรงกระแทกสงคราม ตอ.กลางยืดเยื้อ กังวลราคาน้ำมัน-เงินเฟ้อพุ่ง

อุบัติเหตุหมู่สลด! ชาวลาวเหมารถไปส่งช่องเม็ก ชนท้ายรถเทรลเลอร์ทหารพังยับ ดับ 2 รวมเด็ก 5 ขวบ สาหัสอีก 2

เมื่อถามว่า มีแผนรับมือจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างไร นายกฯ กล่าวว่า เรามีมาตรการในการบริหารจัดการเรื่องน้ำมัน ที่มีการให้ข้อมูลเปรียบเทียบว่าน้ำมันของเราอยู่ในมือเอกชนนั้น เอกชนที่ว่าหมายถึงอยู่ใน ปตท.ที่แม้เป็นเอกชนแต่ก็ถือหุ้นใหญ่โดยรัฐ อีกทั้งมีกฎหมายว่าถ้ามีความจำเป็นด้านความมั่นคง จะสามารถสั่งห้ามในการส่งออกน้ำมันได้ ซึ่งทุกวันนี้เราก็สั่งห้าม ยกเว้น สปป.ลาว นอกจากเป็นบ้านพี่เมืองน้องแล้ว เราต้องรักษาเรื่องพลังงานด้วย พูดง่ายๆ คือเราก็ต้องใช้ไฟฟ้าบางส่วนจากสปป.ลาวอยู่ ซึ่งการส่งออกน้ำมันไป สปป.ลาว คือส่วนที่เหลือจากปริมาณการใช้ในประเทศไทย ซึ่งเรากลั่นในประเทศได้ประมาณวันละ 170 ล้านลิตร แต่ใช้อยู่ประมาณ 130 ล้านลิตร เราส่งไปที่ลาวประมาณวันละ 7 ล้านลิตร ที่เหลือส่งไปประเทศอื่นๆ ซึ่งตนได้ให้นโยบายไปว่าถ้าสถานการณ์พัฒนาไปในทางที่รุนแรงขึ้นส่วน 30 กว่าล้านลิตร ที่เคยส่งไปสร้างรายได้ให้กับประเทศต้องมีการกำหนดใหม่ ย้ำว่าที่เราต้องส่ง เพราะความเป็นประเทศเพื่อนบ้าน และยังมีการพึ่งพาไฟฟ้าจากเขา หากมีอะไรที่มีความจำเป็น ยังเชื่อว่าเรายังมีแหล่งผลิตไฟฟ้าที่เราสามารถนำเข้ามาใช้ในประเทศได้ หากไปตรึงตอนนี้เมื่อถึงเวลาที่เราต้องพึ่งพาเขา อาจเป็นปัญหา แต่เรายังไม่ถึงจุดนั้น

เมื่อถามว่า ต้องมีการทบทวนได้หรือยัง เพราะล่าสุดมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันแล้ว นายกฯ กล่าวว่า เรื่องราคาน้ำมันจะต้องไปดำเนินการ แต่เป็นกลไกตลาด เราจะพยายามตรึงราคาให้มากที่สุด ในวันที่ 4 มี.ค. จะมีการหารือกับกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงพลังงาน ในการตรึงราคาสิ่งต่างๆ ที่มีผลต่อต้นทุน และการใช้ชีวิตของประชาชน

เมื่อถามว่า หลายพื้นที่ประชาชนเริ่มมีการกักตุนน้ำมัน นายกฯ กล่าวว่า เราตื่นตัวไว้ไม่เป็นไร แต่ยืนยันว่าในช่วงนี้ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตแน่นอน เรามีน้ำมันที่ใช้ได้ไม่ใช่แค่ 60 วัน ซึ่ง 60 วันหมายถึงถ้าไม่มีน้ำมันดิบเข้ามาเลย ซึ่งเราไม่ได้นำเข้าจากตะวันออกกลางเท่านั้น แต่มีแหล่งนำน้ำมันดิบจากภูมิภาคอื่นๆ อีกด้วย แน่นอนว่าวันนี้หากกำลังผลิตของโลกหายไป กลไกตลาดอาจมีผลต่อราคาน้ำมัน ราคาแก๊สต่างๆ ซึ่งเราต้องพิจารณาดูว่าจะทำอย่างไร

เมื่อถามว่า จะต้องหาแหล่งน้ำมันเพิ่มหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า การใช้ในแต่ละวันในประเทศไทยยังมีเพียงพอ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ตนได้มาล่าสุด และจะกำชับให้ทางกระทรวงพลังงาน และ ปตท. ออกมาชี้แจง ตอนนี้ได้แจ้งไปยังปลัดกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นประธานปตท. ด้วย ว่าให้ชี้แจงเพื่อเกิดความมั่นใจกับประชาชน

เมื่อถามว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ 1 เดือน ห่วงอะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า หนึ่งวันก็ห่วงแล้ว เพราะเป็นสงครามมีการทำลายล้างกัน ซึ่งของประเทศไทย คือ อย่าให้ฝนที่ตกทางโน้นหนาวถึงคนทางนี้ ทั้งเรื่องความปลอดภัยของคนไทย ค่าครองชีพของประเทศไทย เรื่องราคาสินค้า อย่าให้มีการฉวยโอกาส การสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถือว่าเป็นปัจจัยหลักในการใช้ในประเทศ เลยยังไม่ได้ประเมินสถานการณ์ว่าจะจบเมื่อไหร่ เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงทุกวัน แต่ขออย่าให้มีอะไรส่งผลกระทบกับไทย ตอนนี้ไทยแลนด์เฟิร์ส ยืนยันว่า รัฐบาลไทยต้องทำทุกวิถีทางที่จะทำให้เกิดผลกระทบกับประเทศไทย และคนไทยน้อยที่สุด

นายกฯ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ตนแจ้งไปยังรมว.ต่างประเทศ และปลัดกระทรวงฯ ให้จัดศูนย์แถลงข่าว เพราะจะมีข้อมูลที่อัปเดตอยู่ตลอด จึงขอให้ติดตามจากการแถลงข่าวในแต่ละวัน

เมื่อถามถึงความมั่นใจในการดูแลความปลอดภัยการท่องเที่ยว นายกฯ กล่าวว่า การดูแลไม่ใช่เฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว แต่เป็นการดูแลคนในประเทศที่เป็นคู่กรณีที่อาศัยในประเทศไทย โดยได้มีการกำชับหน่วยงานความมั่นคง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รับทราบความจำเป็นเร่งด่วนเรื่องนี้เป็นอย่างดี มีการแบ่งหน้าที่กันไปปฏิบัติเรียบร้อยแล้ว

เมื่อถามว่า ต้องรีบตั้งรัฐบาลหรือไม่เพื่อแก้ปัญหาให้เป็นเอกภาพ นายกฯ กล่าวว่า หวังว่าการรับรองสส.จะะเกิดขึ้นโดยเร็ว แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลปัจจุบันยังบริหารราชการแผ่นดินอยู่ โดยเฉพาะในช่วงนี้ถ้ามีวิกฤตการณ์ต่างๆ ตนพร้อมที่จะใช้กลไกเครือข่ายทุกอย่างอย่างเต็มที่ในการพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของคนไทย ไม่ได้นึกว่าตอนนี้จะเป็นรักษาการหรือไม่ ยิ่งการเลือกตั้งผ่านไปแล้วสิ่งที่เขาห้ามรัฐบาลทำคือผูกพันงบประมาณรัฐบาลต่อไป ซึ่งขณะนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะต้องมานั่งคุยเรื่องงบงบประมาณก็ตัดประเด็นนี้ไป เรื่องการแต่งตั้งข้าราชการซี 10 ขึ้นไป ช่วงนี้ก็ไม่ใช่ฤดูกาลโยกย้ายก็ตัดประเด็นนี้ไป นอกเหนือจากนี้ก็ทำได้หมด ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดไหน เพราะฉะนั้น อย่าไปผูก ประเทศไทยต้องมีรัฐบาลตลอดเวลา

นายกฯ กล่าวย้ำว่า ในส่วนของอิหร่านปัจจัยต่างๆ ถือว่าเอื้ออำนวย เพราะมีคนเพียง 270-300 คน จะเช่าเหมาลำหรือส่งจากเมืองไทยไปก็ดำเนินการได้หมดเราเปิดไว้ทุกออปชั่น ขณะนี้เอกอัครราชทูตไทยประจำอิหร่าน บอกว่าพร้อมหมดแล้ว ในที่ประชุมตนก็บอกว่าถ้าอันตรายทูตก็กลับมาด้วยกลับมาทีเดียวเลย แต่ทั้งหมดคือสถานการณ์ที่เป็นอยู่นาทีนี้ ถ้าพรุ่งนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปก็ปรับ แต่โครงสร้างความพร้อมเกิดขึ้นแล้ว

นายกฯ กล่าวว่า ส่วนประเทศอื่นๆ แต่ละประเทศมีปัจจัยต่างกัน ซึ่งท่านทูตแต่ละประเทศได้เตรียมไว้หมดทั้งเรื่องของงบประมาณ น้ำดื่ม หรือการใช้จ่ายต่างๆ ถ้าอยากจะกลับประเทศไทยจริงๆสถานทูตสำรองที่นั่งหรือสำรองอะไรต่างๆ เราจัดไว้หมด มีการกำหนดไว้ในทุกๆประเทศที่มีฮับมีไฟลท์บินได้เยอะที่จะกลับเมืองไทยได้เลย

ขณะที่ ในส่วนกองทัพอากาศผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) มีการเตรียมพร้อมที่ท่านบอกว่าเตรียมเครื่องบินไว้ 5-6 ลำ ซึ่งต้องขอบคุณท่านด้วย แต่ก็ยังมีออฟชั่นอื่นๆ และไม่จำเป็นต้องเป็นสายการบินไทยก็ได้ ซึ่งทางสถานเอกอัครราชทูตของไทยได้ประสานงานไปหมดแล้ว

Get real time update about this post categories directly on your device, subscribe now.

Unsubscribe
Dr. Parvinder Singh

Dr. Parvinder Singh

Page3news Worldwide, founded by Dr. Parvinder Singh, is a pioneering multilingual newspaper based in Thailand. Our mission is to deliver news that resonates with truth and integrity, free from fear and pressure. We believe in the principles of simple living and high thinking, striving to connect with a global audience. Page3news is dedicated to providing diverse perspectives, ensuring that every voice is heard. Join us in our journey to redefine journalism for a better world. Dr. Parvinder Singh Founder - Page3News Worldwide & Dr. Monruedee Sommart Co-Founder & President - Page3news Worldwide Email : page3newsthai@gmail.com

Related Posts

ฉาวโฉ่! สพฐ. สั่งฟันครูพละบุรีรัมย์ ลวนลามศิษย์-ขู่เกรดแลกตัว พบเหยื่อนับร้อย ตำรวจแจ้งข้อหาหนัก

ฉาวโฉ่! สพฐ. สั่งฟันครูพละบุรีรัมย์ ลวนลามศิษย์-ขู่เกรดแลกตัว พบเหยื่อนับร้อย ตำรวจแจ้งข้อหาหนัก

by Dr. Parvinder Singh
March 23, 2026
0
9

คืบหน้าคดีครูพละบุรีรัมย์ลวนลามศิษย์! ผกก.สภ.ลำปลายมาศ แจ้งข้อหาอนาจารฯ หลังสหวิชาชีพสอบปากคำเด็กชัดเจน ขณะที่รองเลขาฯ กพฐ. ย้ำนโยบายโรงเรียนต้องปลอดภัย สั่งพักราชการผู้ถูกกล่าวหาทันที พร้อมขู่ฟันผู้บริหารหากพบปล่อยปละละเลย ความคืบหน้ากรณีอื้อฉาวในวงการการศึกษา หลังผู้ปกครองนักเรียนหญิงชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ เข้าร้องเรียนว่าถูกครูพลศึกษาล่วงละเมิดทางเพศและใช้อำนาจข่มขู่มาอย่างยาวนาน ล่าสุด สพฐ. สั่งพักราชการทันที ขณะที่ตำรวจแจ้งข้อหาอนาจารฯ เล็งตรวจสอบประวัติย้อนหลังพบอาจมีเหยื่อมากกว่า...

หุ้นปิดร่วง 35.65 จุด รับแรงกระแทกสงคราม ตอ.กลางยืดเยื้อ กังวลราคาน้ำมัน-เงินเฟ้อพุ่ง

หุ้นปิดร่วง 35.65 จุด รับแรงกระแทกสงคราม ตอ.กลางยืดเยื้อ กังวลราคาน้ำมัน-เงินเฟ้อพุ่ง

by Dr. Parvinder Singh
March 23, 2026
0
7

SET ปิดวันนี้ที่ 1,397.34 จุด ลดลง 35.65 จุด (-2.49%) มูลค่าซื้อขาย 61,490.16 ล้านบาท การซื้อขายหุ้นวันนี้ดัชนีปรับตัวลดลงแรง โดยทำจุดสูงสุด 1,409.81 จุด และจุดต่ำสุด 1,396.11 จุด ส่วนหลักทรัพย์เปลี่ยนแปลงวันนี้ เพิ่มขึ้น...

อุบัติเหตุหมู่สลด! ชาวลาวเหมารถไปส่งช่องเม็ก ชนท้ายรถเทรลเลอร์ทหารพังยับ ดับ 2 รวมเด็ก 5 ขวบ สาหัสอีก 2

อุบัติเหตุหมู่สลด! ชาวลาวเหมารถไปส่งช่องเม็ก ชนท้ายรถเทรลเลอร์ทหารพังยับ ดับ 2 รวมเด็ก 5 ขวบ สาหัสอีก 2

by Dr. Parvinder Singh
March 23, 2026
0
6

อุบัติเหตุหมู่สลด ชาวสปป.ลาวเหมารถไปส่งช่องเม็ก อุบลฯ ชนท้ายรถเทรลเลอร์ทหารพังยับ ชาวลาวเสียชีวิต 2 ราย รวมเด็กชาย 5 ขวบ สาหัสอีก 2 ราย เกิดเหตุ บนถนน 24 อ.สังขะ สุรินทร์ วันนี้ (...

แฟนใหม่วิวาทปมหึงหวงสาว ฟันมือขาด-แทงคอแฟนเก่าดับ ตร.เร่งล่าตัว

แฟนใหม่วิวาทปมหึงหวงสาว ฟันมือขาด-แทงคอแฟนเก่าดับ ตร.เร่งล่าตัว

by Dr. Parvinder Singh
March 23, 2026
0
5

คนร้ายใช้มีดฟันมือขาด-ไขควงแทงคอชายเสียชีวิต พบคนก่อเหตุเป็นแฟนใหม่ หลังมีปากเสียงวิวาทเรื่องหึงหวงฝ่ายหญิงมานาน ตำรวจเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดี วันนี้ (23 มี.ค.) ร.ต.ท.ปฏิพล ท้าวแก่นจันทร์ รองสารวัตร (สอบสวน) สน.พระโขนง เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 22.00 น.ของวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาททำร้ายร่างกาย บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่ง...

“กฤษอนงค์” เบิกความไต่สวนมูลฟ้อง คดีฟ้องกลับ “ดิไอคอน -บอสพอล-บอสปัน” เรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเอง

“กฤษอนงค์” เบิกความไต่สวนมูลฟ้อง คดีฟ้องกลับ “ดิไอคอน -บอสพอล-บอสปัน” เรียกร้องความเป็นธรรมให้ตัวเอง

by Dr. Parvinder Singh
March 23, 2026
0
6

"กฤษอนงค์"  เบิกความไต่สวนมูลฟ้อง คดีฟ้องกลับ “ดิไอคอน -บอสพอล-บอสปัน” เรียกร้องความเป็นธรรมและพิสูจน์ความจริงให้กับตัวเอง เป็นบทเรียนให้กับสังคม พร้อมตั้ง “กองทุนการด่าแห่งชาติ” เพื่อเตือนสติให้โพสต์ด่าในโลกออนไลน์อย่างมีสติ  เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ (23 มี.ค.) ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก น.ส.กฤษอนงค์ สุวรรณวงศ์ หรือพัช...

ชาวบ้านโต้! ไม่เชื่อพบเซ็กซ์ทอยเกลื่อนกุฏิเจ้าอาวาสวัดดังหลังไฟไหม้ จนท.ปิดล้อมที่เกิดเหตุรอพิสูจน์

ชาวบ้านโต้! ไม่เชื่อพบเซ็กซ์ทอยเกลื่อนกุฏิเจ้าอาวาสวัดดังหลังไฟไหม้ จนท.ปิดล้อมที่เกิดเหตุรอพิสูจน์

by Dr. Parvinder Singh
March 23, 2026
0
6

ชาวบ้านสีคิ้ว โคราช โต้ ไม่เชื่ออพบเซ็กซ์ทอยเกลื่อนกุฏิเจ้าอาวาสวัดหลังไฟไหม้ ขณะวัดดัง เงียบเหงา เจ้าหน้าที่ปิดล้อมที่เกิดเหตุห้ามเข้า รอพิสูจน์ข้อเท็จจริง เผยชาวบ้านญาติโยมต่างเคารพศรัทธาเจ้าอาวาสมาก ไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสีย และเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมาโดยตลอด วันนี้ (23 มี.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีเหตุเพลิงไหม้กุฏิเจ้าอาวาสวัดดังในพื้นที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา จนได้รับความเสียหายหลายรายการ และมีกระแสข่าวว่า...

Facebook Twitter Youtube Instagram Tumblr Pinterest

Page 3 News Multilingual Worldwide

The Page 3 News is a Multilingual Worldwide daily newspaper founded in 2021. It is published in Bangkok, Thailand by the Page 3 News Thai Limited Partnership. Page 3 News is available to the world in all the three formats i.e. e-Paper, digital and print.

The Page 3 News is having offices in many countries like Thailand, India, Canada, USA, etc. and is currently published in English, Thai, Hindi and Punjabi languages.

Category

Calanderwise News

March 2026
MTWTFSS
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
« Feb    

© 2024 Page 3 News - First Multilingual Worldwide Newspaper based in Thailand.

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Fill the forms below to register

*By registering into our website, you agree to the Terms & Conditions and Privacy Policy.
All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • E-Magazine
  • Management Team
  • Subscriptions
  • E-Paper
  • World News
  • Balochistan
  • USA
  • India
  • Thailand
  • Canada
  • UK
  • Australia
  • About Us
  • Contact
  • Privacy Policy
  • Terms and Conditions
  • Disclaimer

© 2024 Page 3 News - First Multilingual Worldwide Newspaper based in Thailand.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.