เมื่อต้นปี 2010 เมืองลูตันในมณฑลเบดฟอร์ดเชียร์ ได้กลายเป็นข่าวระดับประเทศในเชิงลบ เนื่องจากมีการเผยแพร่แผ่นปลิวที่หยาบคายและปลุกปั่นความเกลียดชัง ชื่อว่า “เรียกร้องให้ชาวมุสลิมหลอกล่อเด็กสาวซิกข์เข้าสู่อิสลาม” แผ่นปลิวถูกแจกจ่ายอย่างกว้างขวางตามที่สาธารณะ รวมถึงลานจอดรถและบริเวณใกล้สถานีรถไฟลูตัน เนื้อหาในแผ่นปลิวกระตุ้นให้ผู้ชายมุสลิมใช้การหลอกลวงและเอารัดเอาเปรียบเพื่อเปลี่ยนศาสนาเด็กผู้หญิงซิกข์ โดยใช้ถ้อยคำดูหมิ่นและเหมารวมอย่างร้ายแรง
ข้อความอ้างว่าเด็กผู้หญิงซิกข์ซึ่งถูกเหมาว่าชอบดื่มแอลกอฮอล์สามารถถูก “พาเข้าสู่อิสลาม” ได้โดยง่าย และยังชี้ว่าสถาบันการศึกษาเป็นสถานที่เหมาะสมสำหรับเยาวชนมุสลิมที่จะทำ “ภารกิจ” ดังกล่าว แผ่นปลิวลงชื่อโดยกลุ่มลึกลับชื่อ “ขบวนการคอลีฟะฮ์ที่แท้จริง” พร้อมให้ข้อมูลติดต่อปลอม
การแจกแผ่นปลิวทำให้เกิดการประณามอย่างรุนแรงจากองค์กรซิกข์ในลูตันและพื้นที่อื่น ๆ โดยมีการเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการทันที หน่วยงานสอบสวนอาชญากรรมจากความเกลียดชังของตำรวจเบดฟอร์ดเชียร์ได้เปิดคดีตรวจสอบ และสื่อระดับชาติเช่น The Daily Mail และ The Sun ก็ได้นำเสนอข่าวนี้
แม้ตอนแรกจะมีการคาดเดาว่าแผ่นปลิวอาจเป็นฝีมือกลุ่มขวาจัดที่ต้องการสร้างความตึงเครียด แต่ผลการสอบสวนชี้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มชายหนุ่มมุสลิมเชื้อสายปากีสถาน-อังกฤษ จำนวน 5 คนถูกจับกุม และหนึ่งในนั้นถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานแจกจ่ายสื่อปลุกปั่นความเกลียดชังทางศาสนา
เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงการล้อเล่นที่คิดผิด แต่ยังแตะต้องประเด็นความตึงเครียดระหว่างชาวซิกข์และมุสลิมในสหราชอาณาจักรที่มีมานานหลายสิบปี ทั้งข้อกล่าวหาเรื่องการล่อลวง การกรูมมิง และการบังคับเปลี่ยนศาสนา นักวิจารณ์หลายคนชี้ว่าการที่สื่อต่าง ๆ หยุดนำเสนอข่าวทันทีหลังรู้ตัวผู้กระทำ ทำให้ประเด็นนี้หายไปจากความสนใจของสังคมเร็วเกินไป
คดีแผ่นปลิวลูตันจึงเป็นเครื่องเตือนใจที่น่าหดหู่ถึงปัญหาเชิงโครงสร้างในความสัมพันธ์ระหว่างชุมชนในสหราชอาณาจักร และหลายคนกังวลว่าทัศนคติแบบเอารัดเอาเปรียบเช่นนี้อาจยังคงมีอยู่ในบางกลุ่มจนถึงปัจจุบัน






