• About Us
  • Contact
  • Privacy Policy
  • Terms and Conditions
Friday, February 13, 2026
  • Login
  • Register
Page3News Worldwide
  • Home
  • Page 3 Family
    • E-Paper
    • E-Magazine
    • Management Team
  • Subscriptions
  • Countries
    • USA
    • Canada
    • India
    • Balochistan
    • Thailand
    • UK
    • Australia
  • Language Wise News
    • Thai News
    • Punjabi News
    • Hindi News
  • Other News
    • World News
    • Latest Movie Reviews
    • Culture
    • Finance
    • Hollywood
    • Business
    • Entertainment
    • Sports
    • Lifestyle
    • Fashion
    • food
    • Health
    • Travel
    • Politics
    • Science
    • Tech
  • Multilingual Editorial
    • English Editorials
    • Thai Editorials
    • Hindi Editorials
    • Punjabi Editorials
    • Page3News Special
No Result
View All Result
  • Home
  • Page 3 Family
    • E-Paper
    • E-Magazine
    • Management Team
  • Subscriptions
  • Countries
    • USA
    • Canada
    • India
    • Balochistan
    • Thailand
    • UK
    • Australia
  • Language Wise News
    • Thai News
    • Punjabi News
    • Hindi News
  • Other News
    • World News
    • Latest Movie Reviews
    • Culture
    • Finance
    • Hollywood
    • Business
    • Entertainment
    • Sports
    • Lifestyle
    • Fashion
    • food
    • Health
    • Travel
    • Politics
    • Science
    • Tech
  • Multilingual Editorial
    • English Editorials
    • Thai Editorials
    • Hindi Editorials
    • Punjabi Editorials
    • Page3News Special
No Result
View All Result
Page3News Worldwide
No Result
View All Result
Home Thailand

ประธาน กสม.ยื่นนายกฯ เร่งแก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ดันกฎหมายอากาศสะอาด

by Dr. Parvinder Singh
December 26, 2025
in Thailand, Thai Editorials, Thai News
0
ประธาน กสม.ยื่นนายกฯ เร่งแก้ปัญหาฝุ่นพิษ PM 2.5 ดันกฎหมายอากาศสะอาด
0
SHARES
6
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on WhatsappShare on TelegramShare on LineShare on Email

ประธาน กสม. ส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา PM 2.5 ดันร่าง กม.อากาศสะอาด เพื่อลดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

วันนี้(26ธ.ค.)นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) เปิดเผยว่า กสม.ได้ติดตามสถานการณ์มลพิษทางอากาศ จากฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) รวมทั้งการดำเนินการของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่สถานการณ์ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศซึ่งกระทบต่อสิทธิมนุษยชนของประชาชนในวงกว้าง กสม. จึงได้ศึกษาข้อมูลรวมทั้งจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเห็นว่าฝุ่น PM 2.5 เป็นปัญหามลพิษทางอากาศที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงและต่อเนื่องในประเทศไทย โดยมีแหล่งกำเนิดจากหลายภาคส่วน ได้แก่ ภาคอุตสาหกรรม ภาคคมนาคม ภาคป่าไม้ ภาคเกษตรกรรม ภาคเมือง รวมทั้งจากมลพิษข้ามพรมแดน ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อสิทธิมนุษยชนด้านต่าง ๆ ดังนี้

 1.สิทธิในสุขภาพ โดยฝุ่น PM 2.5 ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ เช่น โรคผิวหนังอักเสบ โรคตาอักเสบ และโรคระบบทางเดินหายใจ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

2. สิทธิทางเศรษฐกิจและมาตรฐานการครองชีพ โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและภาคบริการ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจนำเที่ยวที่ขาดรายได้ ขณะที่มาตรการห้ามเผาเด็ดขาดของรัฐที่ประกาศใช้เป็นการทั่วไป ยังส่งผลกระทบต่อเกษตรกรรายย่อยที่ต้องกำจัดเศษวัสดุทางการเกษตรและแบกรับต้นทุนการจัดการเพิ่มขึ้น อีกทั้งยังส่งผลต่อวิถีชีวิตของชุมชนรวมถึงกลุ่มชาติพันธุ์ที่ทำการเกษตรแบบไร่หมุนเวียนหรือการใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างยั่งยืนซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการบรรลุมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอ และ

RelatedPosts

นายกฯ ไม่สบายใจดัชนีความโปร่งใสไทยรูดต่ำเหลือ 33 จากเต็ม 100 กำชับทุกภาคส่วนเข้มงววด “บวรศักดิ์” เสนอ 5 ข้อรัฐบาลหน้าต้องทำ

มหาอำนาจชาติที่6!จีนไม่ขวางอินเดีย ปรารถนาก้าวเป็นสมาชิกถาวรUNSC

สายหื่นจบเห่!ญี่ปุ่นเล็งแก้กฎหมายต่อต้าน’ขายตัว’ ให้ลูกค้าซื้อเซ็กซ์มีความผิดด้วย

 3. สิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เนื่องจากการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารหรือการแจ้งเตือนสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่รวดเร็ว ถูกต้อง ครอบคลุมและเข้าใจได้ง่าย ยังคงเป็นข้อท้าทายสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมรับมือและป้องกันตนเอง โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทและกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก รวมทั้งผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างทั่วถึง

ปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 ยังเป็นวิกฤตสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำรงชีวิตและสิทธิของประชาชนในการมีอากาศที่สะอาดและปลอดภัย โดยธนาคารโลก (World Bank) ประเมินความเสียหายทางสุขภาพจากมลพิษทางอากาศของประเทศไทยมีมูลค่า 45,334 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 1.4 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 3.89 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ และฝุ่น PM 2.5 ส่งผลต่อมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐศาสตร์ต่อครัวเรือนไทยที่ 2.173 ล้านล้านบาท ซึ่งประเทศไทยมีพันธกิจดำเนินการคุ้มครองสิทธิดังกล่าวตามพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี อาทิ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (ICESCR) อีกทั้ง คณะกรรมการประจำกติกา ICESCR ได้มีความเห็นทั่วไปลำดับที่ 27 ยืนยันว่า สิ่งแวดล้อมที่สะอาด มีสุขภาวะ และยั่งยืน เป็นเงื่อนไขพื้นฐานของการใช้สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม และกำหนดให้รัฐต้องป้องกันและลดมลพิษจากแหล่งกำเนิดต่าง ๆ รวมทั้งจัดให้มีกลไกการเยียวยาที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ สิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดียังได้รับการรับรองจากสมัชชาสหประชาชาติว่าเป็นสิทธิมนุษยชน

ดังนั้น การป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 จึงเป็นหน้าที่สำคัญที่รัฐต้องดำเนินการอย่างจริงจังทั้งด้านกฎหมาย นโยบาย และการปฏิบัติ โดยมุ่งเน้นการควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ เผยแพร่ข้อมูลอย่างโปร่งใส โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเร่งออกกฎหมายว่าด้วยอากาศสะอาดที่เข้มข้น ครอบคลุม และให้ความสำคัญกับการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ การคุ้มครองประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ซึ่งในขณะนี้ ประชาชนยังคงเผชิญผลกระทบอย่างต่อเนื่องและรุนแรง จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐต้องเร่งดำเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับกระบวนการทางกฎหมาย

ด้วยเหตุผลดังกล่าวน.ส.พรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จึงมีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2568 แจ้งข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่น PM 2.5 เพื่อให้พิจารณามอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ

1.ให้รัฐบาลผลักดันร่างพ.ร.บ.บริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. …. ที่ยังไม่ได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาเพื่อให้มีผลใช้บังคับโดยเร็ว

2. ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการตามแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติการแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2568 – 2570 ครอบคลุมมาตรการป้องกัน ควบคุม และการลดมลพิษที่แหล่งกำเนิดอย่างเป็นระบบ

3. ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องพัฒนาระบบฐานข้อมูลคุณภาพอากาศโดยบูรณาการเทคโนโลยีดาวเทียมและระบบตรวจวัดมลพิษทางอากาศที่สามารถระบุแหล่งกำเนิดมลพิษได้อย่างชัดเจน เพื่อเพิ่มศักยภาพการเฝ้าระวัง การเตือนภัย และการสื่อสารให้ครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่ม

4.ให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง เร่งกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อร่วมป้องกันแก้ไขปัญหา โดยจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอ มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย สนับสนุนองค์ความรู้และอุปกรณ์ด้านการตรวจวัดหรือเทคโนโลยีติดตามคุณภาพอากาศ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถป้องกันแก้ไขปัญหามลพิษในพื้นที่ของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5.ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องทบทวนมาตรการห้ามเผาเด็ดขาดโดยคำนึงบริบทเชิงพื้นที่และการเกษตรที่ยังพึ่งพาการเผาแบบไร่หมุนเวียน รวมถึงนำเทคโนโลยี อาทิ แอปพลิเคชัน Fire-D สนับสนุนการบริหารจัดการการเผาที่ยืดหยุ่นและไม่ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของประชาชน

6. ให้กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ควบคุมและกำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรมอย่างทั่วถึงและเข้มงวด โดยกำหนดให้ใช้ระบบตรวจวัดการระบายมลพิษแบบต่อเนื่อง (Continuous Emission Monitoring System: CEMS) ซึ่งต้องเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส

7.ให้กระทรวงคมนาคม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ยกระดับมาตรฐานไอเสียรถยนต์ให้เป็นไปตามเกณฑ์ EURO 6 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลกำหนดปริมาณการปล่อยมลพิษของรถยนต์ ตรวจจับรถยนต์ที่ปล่อยควันดำเกินมาตรฐานในพื้นที่เสี่ยงอย่างจริงจัง

8.ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง พัฒนาและส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีการจัดการเศษวัสดุการเกษตร โดยกำหนดมาตรการจูงใจทางเศรษฐกิจและมุ่งปรับเปลี่ยนวิธีการเพื่อลดหรือหลีกเลี่ยงการเผา

9. ให้กระทรวงพลังงาน กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และชีวมวล เป็นต้น เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวมถึงฝุ่น PM 2.5 จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิลในภาคอุตสาหกรรม

10. ให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรการด้านสาธารณสุขเพื่อคุ้มครองประชาชนรวมถึงกลุ่มเสี่ยง อาทิ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยโรคประจำตัว โดยจัดหาอุปกรณ์ป้องกันที่เข้าถึงง่ายและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการปรับรูปแบบการเรียนการสอนในช่วงที่ค่าฝุ่น PM 2.5 สูงและ

11.ให้กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ผลักดันความร่วมมือระหว่างประเทศภายใต้กลไกศูนย์ประสานงานอาเซียนว่าด้วยมลพิษทางอากาศข้ามพรมแดน (ASEAN Coordinating Centre for Transboundary Haze Pollution) ทั้งในด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูล การเฝ้าระวังร่วมและการพัฒนามาตรการลดการเผาในประเทศต้นทาง รวมถึงกำหนดมาตรการคัดกรองหรือควบคุมการนำเข้าสินค้าเกษตรที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผาหรือกระบวนการผลิตที่ก่อให้เกิดมลพิษ

Get real time update about this post categories directly on your device, subscribe now.

Unsubscribe
Dr. Parvinder Singh

Dr. Parvinder Singh

Page3news Worldwide, founded by Dr. Parvinder Singh, is a pioneering multilingual newspaper based in Thailand. Our mission is to deliver news that resonates with truth and integrity, free from fear and pressure. We believe in the principles of simple living and high thinking, striving to connect with a global audience. Page3news is dedicated to providing diverse perspectives, ensuring that every voice is heard. Join us in our journey to redefine journalism for a better world. Dr. Parvinder Singh Founder - Page3News Worldwide & Dr. Monruedee Sommart Co-Founder & President - Page3news Worldwide Email : page3newsthai@gmail.com

Related Posts

นายกฯ ไม่สบายใจดัชนีความโปร่งใสไทยรูดต่ำเหลือ 33 จากเต็ม 100 กำชับทุกภาคส่วนเข้มงววด “บวรศักดิ์” เสนอ 5 ข้อรัฐบาลหน้าต้องทำ

นายกฯ ไม่สบายใจดัชนีความโปร่งใสไทยรูดต่ำเหลือ 33 จากเต็ม 100 กำชับทุกภาคส่วนเข้มงววด “บวรศักดิ์” เสนอ 5 ข้อรัฐบาลหน้าต้องทำ

by Dr. Parvinder Singh
February 12, 2026
0
1

“อนุทิน” ไม่สบายใจค่าคะแนน CPI ไทยต่ำ 33 คะแนน สะท้อนภาพลักษณ์ประเทศอยู่ในเกณฑ์สอบตก กำชับการปฎิบัติงานทุกภาคส่วนโปร่งใส เคร่งครัด ฝ่าฝืนลงโทษวินัย แย้ม ครม.หน้ามีผู้อาวุโสดูเรื่องนี้โดยเฉพาะ ด้าน เลขาฯ ป.ป.ท. บอกมาถูกทางแล้ว แก้เรื่องอุปสรรคการอนุมัติ-อนุญาตการทำธุรกิจ “บวรศักดิ์” ลั่น “อนุทิน”...

มหาอำนาจชาติที่6!จีนไม่ขวางอินเดีย ปรารถนาก้าวเป็นสมาชิกถาวรUNSC

มหาอำนาจชาติที่6!จีนไม่ขวางอินเดีย ปรารถนาก้าวเป็นสมาชิกถาวรUNSC

by Dr. Parvinder Singh
February 12, 2026
0
2

จีน "เคารพและเข้าใจ" ถึงความทะเยอทะยานของอินเดีย ในการก้าวมาเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งของอินเดียเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ ถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่โดยกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ระบุว่าจุดยืนดังกล่าวของปักกิ่ง เป็นการแสดงออกโดย นายหม่า เจาซี่ว์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน  "ฝ่ายจีนแสดงความสนับสนุน ความสำเร็จของประชุมซัมมิต BRICS ในอินเดีย" กระทรวงการต่างประเทศระบุในถ้อยแถลง "นอกจากนี้แล้; รัฐมนตรีช่วยหม่า ยังสื่อสารว่าจีนเข้าใจและเคาระความทะเยอทะยานของอินเดีย...

สายหื่นจบเห่!ญี่ปุ่นเล็งแก้กฎหมายต่อต้าน’ขายตัว’ ให้ลูกค้าซื้อเซ็กซ์มีความผิดด้วย

สายหื่นจบเห่!ญี่ปุ่นเล็งแก้กฎหมายต่อต้าน’ขายตัว’ ให้ลูกค้าซื้อเซ็กซ์มีความผิดด้วย

by Dr. Parvinder Singh
February 12, 2026
0
3

ญี่ปุ่นกำลังมองถึงการปรับแก้กฎหมายต่อต้านการค้าบริการทางเพศ เป็นไปได้ที่จะนับรวมผู้ซื้อบริการเป็นผู้กระทำผิดด้วย ในความพยายามดับเสียงวิพากษ์วิจารณ์และปิดช่องโหว่ ที่ปัจจุบันกำหนดให้ผู้ค้าประเวณีเท่านั้นที่เป็นฝ่ายกระทำผิดกฎหมาย ระหว่างการแถลงข่าวประจำวันเมื่อวันอังคาร(10ก.พ.) ฮิโรชิ ฮิรากูชิ รัฐมนตรียุติธรรม บอกว่าทางกระทรวงจะจัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปรับแก้กฎหมายภายในปีงบประมาณปัจจุบัน ซึ่งสิ้นสุดในเดือนมีนาคม "ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมต่างๆนานาอย่างเช่นซื้อขายบริการทางเพศบนท้องถนนถูกประกาศว่าเป็นประเด็นทางสังคม มีเสียงเรียกร้องมากขึ้นให้ใช้มาตรการต่างๆด้วยความเหมาะสม" ฮิรากูชิกล่าว "ผมเชื่อว่าคณะผู้เชี่ยวชาญชุดนี้ จะใช้ความเชี่ยวชาญของตนเอง พูดคุยถกเถียงกันว่าควรกำหนดกฎเกณฑ์อย่างไรต่อการขายบริการทางเพศ ท่ามกลางประเด็นปัญหาทางสังคมเมื่อเร็วๆนี้" เมื่อถูกถามว่าการปรับเปลี่ยนที่กำลังอยู่ในการพิจารณา...

“อนุทิน” โยน ตร.แจงรายละเอียดเหตุกราดยิงใน รร.พะตงฯ ลั่นต้องเด็ดขาด ตัดไฟแต่ต้นลม

“อนุทิน” โยน ตร.แจงรายละเอียดเหตุกราดยิงใน รร.พะตงฯ ลั่นต้องเด็ดขาด ตัดไฟแต่ต้นลม

by Dr. Parvinder Singh
February 12, 2026
0
4

“อนุทิน” โยน ตร.แจงรายละเอียดเหตุคนร้ายคลั่งกราดยิงใน รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ ชี้ เป็นเหตุอุกอาจ ลั่นต้องจัดการเข้มงวด ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม วันที่ 12 ก.พ. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีคนร้ายบุกกราดยิงและจับครู-นักเรียนเป็นตัวประกัน ภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ล่าสุด...

​”อนุทิน” ไฟเขียวกองทัพเสริมอาวุธ-รั้วชายแดน เพิ่มความแข็งแกร่ง ย้ำใช้อำนาจ ครม.เลิก MOU44 ได้ ไม่ต้องผ่านสภา

​”อนุทิน” ไฟเขียวกองทัพเสริมอาวุธ-รั้วชายแดน เพิ่มความแข็งแกร่ง ย้ำใช้อำนาจ ครม.เลิก MOU44 ได้ ไม่ต้องผ่านสภา

by Dr. Parvinder Singh
February 12, 2026
0
2

​"อนุทิน" ไฟเขียวกองทัพเสริมแนวรั้วชายแดน-อาวุธ เพิ่มความแข็งแกร่งแล้ว ยันเหตุเหยียบระเบิดศรีสะเกษไม่ใช่การปะทะ ส่วนวัยรุ่นเขมรยั่วยุเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่เราลงนามระดับรัฐบาล ชี้ยกเลิก MOU44 ใช้อำนาจ ครม.ได้ ไม่ต้องผ่านสภา ส่วน MOU43 ถือว่ามีประโยชน์เรื่องปักปันเขตแดน แย้มปรับเปลี่ยนได้ แต่ตอนนี้อยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น เมื่อเวลา 11.34 น.วันที่ 12...

เปิดหีบเป็นเหตุ! ผอ.กกต.ชลบุรีแจ้งความเอาผิด “เบญจพร” ด้านทนายโวย “นิติสงคราม” พร้อมสู้คดี

เปิดหีบเป็นเหตุ! ผอ.กกต.ชลบุรีแจ้งความเอาผิด “เบญจพร” ด้านทนายโวย “นิติสงคราม” พร้อมสู้คดี

by Dr. Parvinder Singh
February 12, 2026
0
2

ผอ.กกต.ชลบุรีแจ้งความเอาผิด "เบญจพร" หญิงเสื้อแดงปมเปิดหีบบัตรเลือกตั้งเขต 1 กลางสนามแบดมินตันเมืองชล ชี้โทษหนักคุกสูงสุด 10 ปี ปรับ 2 แสน พร้อมตัดสิทธิเลือกตั้งยาว 20 ปี ด้านทนาย "นรเศรษฐ์" โดดป้อง ลั่นพร้อมสู้คดีเต็มที่ จี้หยุดใช้ "นิติสงคราม"...

Facebook Twitter Youtube Instagram Tumblr Pinterest

Page 3 News Multilingual Worldwide

The Page 3 News is a Multilingual Worldwide daily newspaper founded in 2021. It is published in Bangkok, Thailand by the Page 3 News Thai Limited Partnership. Page 3 News is available to the world in all the three formats i.e. e-Paper, digital and print.

The Page 3 News is having offices in many countries like Thailand, India, Canada, USA, etc. and is currently published in English, Thai, Hindi and Punjabi languages.

Category

Calanderwise News

February 2026
MTWTFSS
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
232425262728 
« Jan    

© 2024 Page 3 News - First Multilingual Worldwide Newspaper based in Thailand.

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Fill the forms below to register

*By registering into our website, you agree to the Terms & Conditions and Privacy Policy.
All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • E-Magazine
  • Management Team
  • Subscriptions
  • E-Paper
  • World News
  • Balochistan
  • USA
  • India
  • Thailand
  • Canada
  • UK
  • Australia
  • About Us
  • Contact
  • Privacy Policy
  • Terms and Conditions
  • Disclaimer

© 2024 Page 3 News - First Multilingual Worldwide Newspaper based in Thailand.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.