• About Us
  • Contact
  • Privacy Policy
  • Terms and Conditions
Friday, May 15, 2026
  • Login
  • Register
Page3News Worldwide
  • Home
  • Page 3 Family
    • E-Paper
    • E-Magazine
    • Management Team
  • Subscriptions
  • Countries
    • USA
    • Canada
    • India
    • Balochistan
    • Thailand
    • UK
    • Australia
  • Language Wise News
    • Thai News
    • Punjabi News
    • Hindi News
  • Other News
    • World News
    • Latest Movie Reviews
    • Culture
    • Finance
    • Hollywood
    • Business
    • Entertainment
    • Sports
    • Lifestyle
    • Fashion
    • food
    • Health
    • Travel
    • Politics
    • Science
    • Tech
  • Multilingual Editorial
    • English Editorials
    • Thai Editorials
    • Hindi Editorials
    • Punjabi Editorials
    • Page3News Special
No Result
View All Result
  • Home
  • Page 3 Family
    • E-Paper
    • E-Magazine
    • Management Team
  • Subscriptions
  • Countries
    • USA
    • Canada
    • India
    • Balochistan
    • Thailand
    • UK
    • Australia
  • Language Wise News
    • Thai News
    • Punjabi News
    • Hindi News
  • Other News
    • World News
    • Latest Movie Reviews
    • Culture
    • Finance
    • Hollywood
    • Business
    • Entertainment
    • Sports
    • Lifestyle
    • Fashion
    • food
    • Health
    • Travel
    • Politics
    • Science
    • Tech
  • Multilingual Editorial
    • English Editorials
    • Thai Editorials
    • Hindi Editorials
    • Punjabi Editorials
    • Page3News Special
No Result
View All Result
Page3News Worldwide
No Result
View All Result
Home Thailand

ศาลอาญาคดีทุจริตยกฟ้อง อดีตเจ้าคณะนครสวรรค์คดียักยอกเงินวัด 4 ล้านกว่าบาท

by Dr. Parvinder Singh
May 5, 2026
in Thailand, Thai Editorials, Thai News
0
ศาลอาญาคดีทุจริตยกฟ้อง อดีตเจ้าคณะนครสวรรค์คดียักยอกเงินวัด 4 ล้านกว่าบาท
0
SHARES
4
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on WhatsappShare on TelegramShare on LineShare on Email

ศาลอาญาคดีทุจริตยกฟ้อง อดีตเจ้าคณะนครสวรรค์คดียักยอกเงินวัด 4 ล้านกว่าบาท ชี้เป็นการกู้ยืมเงินกัน ด้านอธ.ศาลอาญาทุจริตทำความเห็นเเย้ง ระบุพยานหลักฐานชัดเบียดบังเงินวัดโดยทุจริต

วันนี้(5 พ.ค.) ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง อ่านคำพิพากษา ยกฟ้องนายสฤษฏิ์ จันท์ประธาตุ อายุ 67 ปี อดีตพระธรรมวชิรธีรคุณสฤษฏิ์ จันท์ประธาตุ อดีตเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ เเละเจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ ,น.ส.ภูธิณี กิวพิทักษ์ เป็นจำเลยที่ 1-2 ในคดียักยอกเงินวัดนครสวรรค์ 4 กว่าล้านบาท เป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแกผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ฯ

คดีนี้พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามทุจริต 1 ฟ้องว่า จำเลยที่ 2 กับจำเลยที่ 1 วางแผนร่วมกันในการเบียดบังยักยอกเอาเงินของวัดนครสวรรค์ ซึ่งอยู่ในความครอบครองดูแลของจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 2 ได้ช่วยเหลือและให้ความสะดวกในการที่จำเลยที่ 1 เบียดบังยักยอกเอาเงินของวัดนครสวรรค์ ผู้เสียหาย ก่อนและขณะกระทำความผิด จำเลยที่ 2 จึงเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1

โดยวัดนครสวรรค์ ได้เปิดบัญชีเงินฝากไว้กับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาถนนสวรรค์วิถี ชื่อบัญชี วัดนครสวรรค์ โดยมีบุคคลที่มีอำนาจสั่งจ่าย ได้แก่ จำเลยที่ 1 พระครู น. และนายส. (ไวยาวัจกร) โดยมีเงื่อนไขการสั่งจ่ายเงินคือต้องลงลายมือชื่อ 2 ใน 3 คน ซึ่ง 2 ใน 3 คนดังกล่าวต้องลงลายมือชื่อของเจ้าอาวาสวัดนครสวรรค์ จึงจะเบิกถอนเงินได้ จำเลยทั้งสองได้วางแผนร่วมกันเพื่อที่จะนำเงินของวัดนครสวรรค์ ผู้เสียหาย จากบัญชีดังกล่าว โดยจำเลยที่ 1 ได้มอบหมายให้พระ ศ. ซึ่งเป็นพระที่อยู่ในวัดนครสวรรค์ ด้วยวิธีการให้พระ ศ. นำใบเบิกถอนเงินของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) มากรอกจำนวนเงินที่จำเลยที่ 1 ต้องการ และนำไปให้จำเลยที่ 1 กับผู้มีอำนาจอีกคนหนึ่งลงลายมือชื่อ เพื่อไปถอนเงินจากบัญชีวัดนครสวรรค์ โอนผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาถนนสวรรค์วิถี ชื่อบัญชี พระ ศ. และบัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขานครสวรรค์ ชื่อบัญชี พระ ศ. แล้วเบิกถอนเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาโกสีย์ ชื่อบัญชี จำเลยที่ 1 เพื่อจำเลยที่ 1 จะได้โอนต่อไปยังบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) สาขาถนนสวรรค์วิถี ชื่อบัญชีของจำเลยที่ 2 อีกต่อหนึ่ง ตามวิธีการที่จำเลยทั้งสองได้ตกลงวางแผนร่วมกันไว้ รวมทั้งสิ้น 49 กรรม ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, 91, 147, 157 พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและการปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172 และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน 4,965,087 บาท

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า วันพระ ศ. ได้รับมอบหมายให้โอนเงินจากบัญชีวัดนครสวรรค์ ผู้เสียหาย แล้วโอนเงินเข้าบัญชีของตน ต่อมาพระ ศ. โอนเงินจากบัญชีของตนเข้าบัญชีจำเลยที่ 1 รวม 49 ครั้ง เป็นเงิน 4,965,087 บาท หลังจากนั้นจำเลยที่ 1 โอนเงินจากบัญชีธนาคารของตนไปยังบัญชีจำเลยที่ 2 รวม 32 ครั้ง เป็นเงิน 405,000 บาท มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ โจทก์มีพระ ศ. เป็นพยานเบิกความว่า พยานได้รับคำสั่งจากวัดนครสวรรค์ให้เป็นเจ้าหน้าที่การเงิน เป็นผู้จัดทำสัญญายืมเงินระหว่างวัดนครสวรรค์ ผู้ยืม กับจำเลยที่ 1 ผู้ให้ยืมเงิน สัญญายืมเงินและคืนเงินจะมีจำนวนเงินตรงกับสลิปการโอนเงิน เมื่อหักกลบลบหนี้ระหว่างวัดนครสวรรค์กับจำเลยที่ 1 แล้ว วัดนครสวรรค์ยังคงเป็นหนี้จำเลยที่ 1 และพระครู น. เบิกความว่า พยานเป็นผู้ลงนามในฐานะผู้ยืมเงินแทนวัดนครสวรรค์ ผู้เสียหาย ส่วนจำเลยที่ 1 ลงนามเป็นผู้ให้ยืมโดยมีสลิปการโอนเงินเป็นหลักฐานการโอนเงินตามสัญญายืมเงิน และพยานเป็นผู้จัดทำบันทึกการคืนเงินให้แก่จำเลยที่ 1 โดยมีหลักฐานการโอนเงินคืนให้แก่จำเลยที่ 1 ประกอบการจัดทำบันทึกการคืนเงินดังกล่าว การโอนเงินจากบัญชีพระ ศ. เข้าบัญชีของจำเลยที่ 1 ตามฟ้อง เป็นการคืนเงินของวัดนครสวรรค์ให้แก่จำเลยที่ 1 เห็นว่า วัดนครสวรรค์ยืมเงินจำเลยที่ 1 หลายครั้ง และวัดนครสวรรค์โอนเงินชำระหนี้ให้แก่จำเลยที่ 1 หลายครั้ง โดยมีพระ ศ. เป็นเจ้าหน้าที่การเงินซึ่งพระ ศ. ไม่ได้เป็นผู้มีวิชาชีพทางบัญชีโดยตรง แต่เป็นการทำบัญชีเท่าที่มีความรู้ความสามารถตามแนวทางปฏิบัติกันมา จึงไม่ได้จัดทำบัญชีให้ครอบคลุมทุกรายการ บางรายการคลาดเคลื่อนบ้าง บางรายการก็ไม่ได้บันทึกในบัญชี การโอนเงินจากบัญชีพระ ศ. เข้าบัญชีจำเลยที่ 1 ไม่มีลักษณะปกปิดหรือโอนเงินไปยังจำเลยที่ 2 โดยไม่มีการจัดทำบัญชี แต่โดยความเห็นของ พระ ศ. แม้การจัดทำบัญชีจะคลาดเคลื่อน ไม่ครบถ้วน หรือไม่มีรายละเอียด ก็เป็นเรื่องปกติของวัดที่ไม่มีวิชาชีพบัญชีเป็นผู้จัดทำ หากมีการโต้แย้งกันเกี่ยวกับจำนวนเงินก็เป็นเรื่องทางแพ่ง ซึ่ง พระ ศ. มอบสัญญายืมเงิน รายการสรุปยืมเงิน-คืนเงิน และรายการสนทนาทางแอปพลิเคชันไลน์ระหว่าง พระ ศ. กับจำเลยที่ 1 ดังกล่าวให้แก่พนักงานสอบสวนตั้งแต่แรกที่ทำการสอบสวน และสลิปการโอนเงินมีบันทึกท้ายสลิประบุข้อความแสดงให้เห็นว่าเป็นเรื่องกู้ยืมกัน ซึ่งไม่สามารถทำย้อนหลังได้ จึงไม่มีโอกาสคิดสร้างพยานหลักฐานเพื่อช่วยเหลือจำเลยที่ 1 ได้ทันทีทันใด

เชื่อว่า พยานโจทก์ทั้งสองปากเบิกความตามความเป็นจริง มีน้ำหนักรับฟัง ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่า พระ ศ. โอนเงินจากบัญชีธนาคารของตนไปยังบัญชีจำเลยที่ 1 ตามฟ้องเป็นการโอนเงินคืนตามสัญญายืมเงินที่วัดนครสวรรค์ ผู้เสียหาย ยืมเงินจำเลยที่ 1 เมื่อหักกลบลบหนี้แล้ววัดนครสวรรค์ยังคงเป็นหนี้จำเลยที่ 1 อยู่ ดังนั้น การที่พระ ศ. โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของจำเลยที่ 1 ตามฟ้อง จึงมิใช่เป็นการโอนเงินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย 

ประกอบกับโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องโอนเงินคืนเข้าบัญชีวัดนครสวรรค์ แต่จำเลยทั้งสองร่วมกันเบียดบังเงินดังกล่าว แสดงว่าการโอนเงินจากบัญชีพระ ศ. เข้าบัญชีจำเลยที่ 1 เป็นเรื่องกู้ยืมเงิน จึงไม่เป็นการเบียดบังกรรมสิทธิ์ในเงินดังกล่าวจึงตกเป็นของจำเลยที่ 1 หากจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องโอนเงินคืนวัดนครสวรรค์ตามฟ้อง ก็จะทำให้วัดนครสวรรค์ไม่สามารถชำระหนี้หรือหักกลบลบหนี้กับจำเลยที่ 1 ได้เลย และก็จะทำให้โอนเงินกันไปมาไม่รู้จบ จำเลยที่ 1 จึงไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องชำระคืนแก่วัดนครสวรรค์ ผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นความผิดตามฟ้อง เมื่อฟังว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 ไม่เป็นความผิดแล้ว การกระทำของจำเลยที่ 2 จึงไม่เป็นผู้สนับสนุนจำเลยที่ 1 กระทำความผิด ปัญหาอื่นนอกจากนี้ไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลของคดีเปลี่ยนแปลงไป

พิพากษายกฟ้องและยกคำขอในส่วนแพ่ง

อย่างไรก็ตามคดีนี้ นายธนรัตน์ ทั่งทอง
อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางได้ทำความเห็นแย้งท้ายคำพิพากษาสรุปว่า

โดยองค์คณะผู้พิพากษาคดีนี้ ได้วินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเป็นการโอนเงินคืนตามสัญญายืมเงินที่วัดยืมจากจำเลยที่ 1 จึงพิพากษายกฟ้อง นั้น ข้าพเจ้ามีความเห็นแย้งในส่วนที่ยกฟ้องจำเลยที่ 1 และยกคำขอส่วนแพ่ง โดยมีเหตุผลตามข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายดังนี้

ในเบื้องต้น ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยที่ 1 ในฐานะเจ้าอาวาสเป็นผู้แทนของวัดในกิจการ ทั่วไป มีหน้าที่บำรุงรักษาวัด จัดกิจการและศาสนสมบัติของวัดให้เป็นไปด้วยดี ตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505และมีอำนาจหน้าที่ตามคำสั่งวัดนครสวรรค์ ที่ 4/2567นการพิจารณาอนุมัติเบิกค่าใช้จ่ายของวัดตามรูปแบบการจัดทำบัญชีที่กำหนด แต่จากการไต่สวนพบว่าเงินที่โอนออกจากบัญชีของพระ ศ. ให้แก่จำเลยที่ 1 นั้น ล้วนมาจากเงิน ของวัดนครสวรรค์ผู้เสียหายทั้งสิ้น โดยไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ หรือจัดทำเอกสารให้เป็นไปตามคำสั่งวัด แต่บัญชีส่วนตัวของจำเลยที่ 1กลับมีเงินโอนเข้าอย่างต่อเนื่อง

สําหรับคำให้การและทางไต่สวนของจำเลยที่ 1 นั้น พบว่ามีความย้อนแย้งในหลายประเด็น กล่าวคือ ในส่วนที่จําเลยที่ 1อ้างว่าเงินจำนวนมากเป็นค่าใช้จ่ายทั่วไปในกิจการของวัดนั้น มีเพียงคำเบิกความกล่าวอ้างลอย ๆ โดยไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นยืนยัน อีกทั้งประเด็นที่อ้างว่า ยืมเงินวัดมาก่อนเพื่อนำมาใช้จ่ายในกิจการของวัดนั้น เป็นข้ออ้างที่ขัดแย้งกันเอง เพราะหากเป็นเงิน เพื่อกิจการวัดจริง จำเลยที่ 1 ย่อมสามารถอนุมัติเบิกจ่ายตามระเบียบได้โดยไม่จำต้องยืมเงินวัดก่อน

RelatedPosts

Giant new dinosaur identified from fossils in Thailand

ลุงชาวขอนแก่นเสพยาบ้ากินเหล้าจนเมาจุดไฟเผาตู้ ATM เสียหาย 3 ตู้รวด

“ฮุนเซน” ตั้งเป้าการค้ากัมพูชา-เวียดนาม 20,000 ล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ยังได้ความจากคำรับของจำเลยที่ 2 ว่าจำเลยที่ 1 ได้โอนเงินให้จำเลยที่ 2 โดยเสน่หา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งสนับสนุนว่าจำเลยที่ 1 ได้นำเงินวัดไปใช้ประโยชน์ส่วนตน และผู้อื่นโดยทุจริต

อย่างไรก็ดี เมื่อพิจารณาเป็นรายกระทงความผิด เห็นว่ามีเงินบางส่วนตามฟ้องรวม 5 ครั้ง เป็นเงิน 2,000,000 บาท ที่มีหลักฐานเป็น บันทึกการคืนเงิน เช็คสั่งจ่าย และสลิปการโอนเงินที่ระบุว่า “วัด นว คืน หลวงพ่อ” จึงรับฟังได้ว่า เป็นการชำระหนี้เงินยืมจริง และจำเลยที่ 1 ไม่ได้กระทำความผิดใน 5 กรรมนี้ แต่สำหรับฟ้อง ข้ออื่นที่เหลือรวม 38 กรรม พยานหลักฐานโจทก์รับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยที่ 1อาศัยโอกาสที่มีตำแหน่งหน้าที่รับเงินของวัดเข้าบัญชีส่วนตัวแล้วเบียดบังไปโดยทุจริต เป็นเงินรวม 2,136,047 บาทด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงเห็นควรให้พิพากษาว่า การกระทําของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 และพ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561มาตรา 172โดยเป็นการกระทำ ความผิดหลายกรรมต่างกัน รวม 38กระทง ทางไต่สวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสาม แต่จำเลยที่ 1 ยังคงมีหน้าที่ต้องคืนเงินจำนวน 2,136,047 บาท ที่เบียดบังยักยอกไปคืนให้แก่วัดนครสวรรค์ผู้เสียหาย ส่วนของจำเลยที่ 2 นั้น เห็นพ้องด้วยกับคําพิพากษาเดิมที่ให้ยกฟ้องเนื่องจากพยานหลักฐานไม่เพียงพอ

Get real time update about this post categories directly on your device, subscribe now.

Unsubscribe
Dr. Parvinder Singh

Dr. Parvinder Singh

Page3news Worldwide, founded by Dr. Parvinder Singh, is a pioneering multilingual newspaper based in Thailand. Our mission is to deliver news that resonates with truth and integrity, free from fear and pressure. We believe in the principles of simple living and high thinking, striving to connect with a global audience. Page3news is dedicated to providing diverse perspectives, ensuring that every voice is heard. Join us in our journey to redefine journalism for a better world. Dr. Parvinder Singh Founder - Page3News Worldwide & Dr. Monruedee Sommart Co-Founder & President - Page3news Worldwide Email : page3newsthai@gmail.com

Related Posts

Giant new dinosaur identified from fossils in Thailand

Giant new dinosaur identified from fossils in Thailand

by Page 3 News International Desk
May 15, 2026
0
1

A new type of giant long-necked dinosaur has been identified by scientists from remains dug up in Thailand. The nagatitan,...

ลุงชาวขอนแก่นเสพยาบ้ากินเหล้าจนเมาจุดไฟเผาตู้ ATM เสียหาย 3 ตู้รวด

ลุงชาวขอนแก่นเสพยาบ้ากินเหล้าจนเมาจุดไฟเผาตู้ ATM เสียหาย 3 ตู้รวด

by Dr. Parvinder Singh
May 14, 2026
0
1

ศูนย์ข่าวขอนแก่น-หนุ่มใหญ่ อายุ56 ปีเสพยาบ้าและดื่มเหล้าจนเมาเกิดคึกคะนอง จุดไฟเผาตู้ ATM กรุงไทย สาขาพลริมถนนมิตรภาพ 3 ตู้รวด ได้รับความเสียหายทั้งหมด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(14 พ.ค.)เวลาประมาณ 05.10 น. ที่ ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย สาขาอำเภอพล...

“ฮุนเซน” ตั้งเป้าการค้ากัมพูชา-เวียดนาม 20,000 ล้านดอลลาร์

“ฮุนเซน” ตั้งเป้าการค้ากัมพูชา-เวียดนาม 20,000 ล้านดอลลาร์

by Dr. Parvinder Singh
May 14, 2026
0
0

ฮุนเซน รักษาการประมุขแห่งรัฐกัมพูชาได้ให้การต้อนรับการเข้าเยี่ยมคารวะจาก จีง วัน เกียต สมาชิกกรมการเมืองและประธานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร การศึกษา และการระดมมวลชนของเวียดนามยังทำเนียบวุฒิสภาในกรุงพนมเปญ วานนี้ (13) ระหว่างการพบหารือ ฮุนเซนได้ยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะขยายการค้าทวิภาคีระหว่างกัมพูชาและเวียดนามให้ถึง 20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอนาคตอันใกล้ โดยมีเป้าหมายระยะยาวที่ 30,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากการค้ายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องทุกปี อดีตผู้นำกัมพูชาระบุว่าการเยือนครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างมิตรภาพและความร่วมมือระหว่างกัมพูชาและเวียดนามให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรอบความสัมพันธ์ทางการเมือง...

“ชุดไทยพระราชนิยม–หัตถศิลป์ไทย” อวดโฉม ณ กรุงเฮก ประกาศศักดา “มรดกที่ยังมีชีวิต” ของไทยต่อชาวโลก

“ชุดไทยพระราชนิยม–หัตถศิลป์ไทย” อวดโฉม ณ กรุงเฮก ประกาศศักดา “มรดกที่ยังมีชีวิต” ของไทยต่อชาวโลก

by Dr. Parvinder Singh
May 14, 2026
0
1

SACIT ร่วมส่งต่อคุณค่า “ชุดไทยพระราชนิยม–หัตถศิลป์ไทย” สู่เวทีโลก ณ กรุงเฮก นำองค์ความรู้ ภูมิปัญญา สร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในสายตานานาชาติอย่างสง่างาม ภายใต้โครงการ “ชุดไทย: มรดกภูมิปัญญาผ้าไทยและศิลปหัตถกรรมไทยสู่เวทีสากล” เพื่อเผยแพร่ “มรดกที่ยังมีชีวิต” ของไทย โดยได้รับพระกรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา เสด็จมาทรงเป็นองค์ปาฐกในงานเสวนาวิชาการและการถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับชุดไทยพระราชนิยม  สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน)...

ตะลึง!แก๊งค้ารถเถื่อนข้ามชาติจ้างคนขับกระบะจอดซุกรอบรีสอร์ต-จ่อริมโขง ลงเรือส่งขึ้นฝั่งลาวล็อตใหญ่

ตะลึง!แก๊งค้ารถเถื่อนข้ามชาติจ้างคนขับกระบะจอดซุกรอบรีสอร์ต-จ่อริมโขง ลงเรือส่งขึ้นฝั่งลาวล็อตใหญ่

by Dr. Parvinder Singh
May 12, 2026
0
10

เบ็ดเสร็จ 11 คัน..โชคดีตำรวจ-นรข.สกัดได้ก่อน กระบะซุกรอบรีสอร์ตเวียงแก่น จ้างคนขับรอเสร็จสรรพ จ่อลอบขนลงเรือข้ามโขงส่งฝั่ง สปป.ลาว วันนี้ (12 พ.ค.) พล.ต.ต.มานพ เสนากุล ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.สงกรานต์ สันวงค์ ผกก.สภ.เวียงแก่น จ.เชียงราย นำเจ้าหน้าที่แถลงปฏิบัติการตรวจยึดรถยนต์กระบะที่เตรียมส่งข้ามน้ำโขงไปสปป.ลาว จำนวนทั้งสิ้น 11...

หนุ่มไรเดอร์ถูกสาวแสบสั่งของหลักหมื่น หลอกโอนเงินทิพย์

หนุ่มไรเดอร์ถูกสาวแสบสั่งของหลักหมื่น หลอกโอนเงินทิพย์

by Dr. Parvinder Singh
May 12, 2026
0
8

หนุ่มไรเดอร์ร้องทีมงานเพจสายไหมต้องรอด ถูกสาวสั่งของมูลค่าหลักหมื่นบาท ทำทีจะโอนเงิน แต่เชิดของหนี วันนี้ (12 พ.ค.) นายวุฒิชัย เทียนมุระ อายุ 24 ปี ไรเดอร์ผู้เสียหาย ร้องขอความช่วยเหลือทีมงานเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกสาวสั่งของมูลค่าหลักหมื่นบาท ทำทีว่าจะโอนเงินให้ แต่สุดท้ายไม่ได้โอน นายวุฒิชัย เปิดเผยว่า เมื่อวันที่...

Facebook Twitter Youtube Instagram Tumblr Pinterest

Page 3 News Multilingual Worldwide

The Page 3 News is a Multilingual Worldwide daily newspaper founded in 2021. It is published in Bangkok, Thailand by the Page 3 News Thai Limited Partnership. Page 3 News is available to the world in all the three formats i.e. e-Paper, digital and print.

The Page 3 News is having offices in many countries like Thailand, India, Canada, USA, etc. and is currently published in English, Thai, Hindi and Punjabi languages.

Category

Calanderwise News

May 2026
MTWTFSS
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
« Apr    

© 2024 Page 3 News - First Multilingual Worldwide Newspaper based in Thailand.

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Fill the forms below to register

*By registering into our website, you agree to the Terms & Conditions and Privacy Policy.
All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • E-Magazine
  • Management Team
  • Subscriptions
  • E-Paper
  • World News
  • Balochistan
  • USA
  • India
  • Thailand
  • Canada
  • UK
  • Australia
  • About Us
  • Contact
  • Privacy Policy
  • Terms and Conditions
  • Disclaimer

© 2024 Page 3 News - First Multilingual Worldwide Newspaper based in Thailand.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.