“กัน จอมพลัง” ออกโรงป้อง “ผู้กองโทนี่” สยบเสียงวิจารณ์จากผู้ใหญ่ที่เข้าใจผิดว่าทหารไทยไปหาเรื่องกัมพูชาก่อน งัดความจริงในฐานะคนลงพื้นที่ แฉฝั่งเพื่อนบ้านขนกำลังติดอาวุธเข้าล้อมตู้คอนเทนเนอร์และตะโกนด่าทอถึง 2 รอบ ลั่นการที่ผู้กองโต้ตอบกลับไปคือการทำหน้าที่ปกป้องศักดิ์ศรีและป้องปรามไม่ให้อีกฝ่ายได้ใจ ย้ำชัดคนทำงานหน้างานเสี่ยงตายอยู่แล้ว อย่าให้ต้องมาเสียกำลังใจเพราะคนของเราเอง
จากกรณีก่อนหน้านี้ปรากฏคลิปวิดีโอ “ผู้กองโทนี่” ผู้บังคับกองร้อยสนาม นาวิกโยธิน แสดงความกล้าหาญในการเผชิญหน้าและไล่ตะเพิด พลจัตวา กึม โกะซอล พร้อมลูกน้องทหารกัมพูชาที่พยายามเข้ามาโวยวายบริเวณแนวรั้วคอนเทนเนอร์ “ทมอดา” จนกลายเป็นที่ชื่นชมของชาวเน็ตไทยเป็นจำนวนมากถึงความกล้าหาญ และความต้องการในการปกป้องแผ่นดินไทย
อย่างไรก็ตาม วันนี้ (31 มี.ค.) “กัน จอมพลัง” ออกมาโพสต์ข้อความเล่าถึงเหตุการณ์ดังกล่าวในฐานะที่ตนเองอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งเจ้าตัวเผยว่า “การชี้แจงนี้ทำไปเพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ผู้ปฏิบัติงานด่านหน้า การที่คนของเราถูกต่อว่าทั้งที่ทำหน้าที่ปกป้องพื้นที่และรับมือกับความเสี่ยงอย่างดีที่สุดจะทำให้เสียขวัญและกำลังใจ การตอบโต้ของผู้กองและผู้การในวันนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามข่มเหงเราได้เรื่อยๆ ทั้งนี้ เจ้าตัวได้ระบุข้อความว่า
“ผมได้ข่าวว่าผู้ใหญ่บางท่านเข้าใจว่าผู้กองโทนี่ไปหาเรื่องเขมรก่อน ซึ่งได้ดูคลิปเพียงแค่ผู้กองพูดแต่ไม่เห็นคลิปเหตุการณ์ตั้งแต่แรก ผมจึงขอเล่าให้ผู้ใหญ่ฟังเพราะอยู่ในเหตุการณ์เพื่อเป็นการยืนยันว่าผู้กองและผู้การไม่ได้เป็นฝ่ายหาเรื่องเขมรก่อน
เหตุการณ์วันนั้นเริ่มจากพลจัตวานั่งรถทหารมาที่หน้ารั้วตู้คอนเทนเนอร์ ลงรถมาแล้วโวยวายด่าผู้กองโทนี่ห้ามเราตั้งตู้คอนเทนเนอร์เพิ่มในที่เรา พร้อมกับนำกำลังติดอาวุธเข้ามาในพื้นที่ล้อมบริเวณตู้คอนเทนเนอร์และลงไปอยู่ในคูเรด จากที่เห็นมีมากกว่า 40 นาย ซึ่งผู้กองก็เตรียมตัวป้องกันเพราะทหารไทยมีน้อยกว่ามากๆ
หลังจากนั้นพลจัตวาก็ถอยไปเดินไปเดินมาอยู่แถวร้านค้าฝั่งเขมรคุยโทรศัพท์ สักพักทหารเขมรก็ถือกล้อง ถ่ายคลิปพร้อมกับติดอาวุธมาประชิดรั้วตู้คอนเทนเนอร์ ประมาน 10 กว่านาย ระหว่างทางมีบางนายในกลุ่มเขมรด่าเรามาตลอดทาง ซึ่งผู้กองก็ต่อว่ากลับเพื่อให้ถอยไป สถานการณ์ตึงเครียด ตรงนี้ไม่ใช่ฝั่งเรายั่วยุก่อน แต่เป็นที่ฝั่งเขมรพยายามเข้าติดอาวุธมาหาเราถึง 2 ครั้ง คนที่สร้างแรงกดดันผมยืนยันว่าไม่ใช่ฝั่งผู้กองและท่านผู้การ
ที่ผมต้องเล่าเพื่อความแฟร์ ไม่อยากให้มีความรู้สึกเหมือนมีคนมาด่าคนของเรา คนของเราด่ากลับแต่กลับด่าคนของเราขวัญกำลังใจมันจะเสีย อยู่หน้างานมีทั้งแรงกดดันทั้งเสี่ยง ผมเชื่อผู้กอง ผู้การทำดีแล้ว เราหงอให้เขมรมาด่ามารังแกกดขี่เรามันก็ทำเรื่อยๆ ลองถามว่าเป็นตัวเรา เราโอเคไหม อย่างน้อยก็เป็นการปรามไม่ให้เขมรได้ใจ และหยุดมายุ่งกับเรา แล้วมันก็หยุดจริง”




