หลัง ‘นายกฯ อนุทิน’ ไฟเขียวงบเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพ พร้อมสั่งเดินหน้าสร้างรั้วถาวรปิดจุดบอดเขตแดนไทย-กัมพูชา ด้านอดีตทหารพื้นที่ขัดแย้งแฉพนมเปญเริ่มลนลาน สั่งกองทัพ High Alert-ส่งโดรนบินว่อนสอดแนมแนวรั้ว หวั่นไทยรื้อ MOU 44 ทวงคืนขุมทรัพย์พลังงานและปิดตายท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มทุนสีเทาที่เคยเสวยสุขบนความคลุมเครือมานาน
จากกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหาชายแดน เมื่อถูกถามว่าสามารถให้ความมั่นใจกับประชาชนได้ด้วยการสร้างรั้วแนวชายแดนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ใช่ดำเนินการแน่นอน รวมถึงการเสริมศักยภาพด้านอาวุธและความแข็งแกร่งของกองทัพ ซึ่งตนได้เห็นชอบในหลักการไปแล้ว ให้ไปดำเนินการได้เลย
ล่าสุด เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ผู้ใช้เฟซบุ๊ก “พีระชาติ อินตา” อดีตทหารที่เคยประจำการอยู่ในพื้นที่ขัดแย้งบริเวณปราสาทตาควาย ได้ออกมาโพสต์ตั้งข้อสังเกตถึงปฏิกิริยาของกัมพูชาภายหลัง “นายกฯ อนุทิน” อนุมัติงบเสริมอาวุธและสั่งสร้างรั้วชายแดนถาวร รวมถึงนโยบายรื้อฟื้นเขตแดนและขุมทรัพย์พลังงาน ผู้โพสต์ มองว่าการขยับตัวของไทยในครั้งนี้เป็นการใช้ “อำนาจการทหาร” ควบคู่กับ “มาตรการทางเขตแดน” เพื่อกดดันให้กัมพูชายอมรับความจริงเรื่องอธิปไตย และเป็นการยุติยุคสมัยที่ไทยยอมเสียเปรียบเพื่อรักษาความสัมพันธ์เพื่อนบ้าน ทั้งนี้ ผู้โพสต์ได้ระบุข้อความว่า
“พี่น้องครับ… ทันทีที่กระแสข่าวว่า “นายกฯ อนุทิน” สะบัดปากกาอนุมัติงบซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์แบบจัดเต็มเสริมเขี้ยวเล็บกองทัพ พร้อมสั่งเดินเครื่องแม็คโครเกรดดินสร้างรั้วชายแดนถาวรอย่างเต็มกำลังในวันนี้แพร่สะพัดออกไป ฝั่งพนมเปญก็แทบจะนั่งไม่ติดเก้าอี้เลยครับ!
นี่ไม่ใช่แค่การขยับทางทหารทั่วไป แต่มันคือการประกาศ “เซตซีโร่” ความสัมพันธ์ที่ไทยเคยเสียเปรียบมานาน ทั้งการเดินหน้ายกเลิก MOU 44 เพื่อทวงคืนขุมทรัพย์พลังงาน และการปักปันเขตแดนตาม MOU 43 ที่ยึดถือเอาดินแดนของเราเป็นที่ตั้ง ใครอยู่ตรงไหนหยุดตรงนั้น ห้ามล้ำเส้น! นาทีนี้ ท่าทีของกัมพูชาเปลี่ยนจาก “นิ่งสงบ” กลายเป็น “รนราน” อย่างเห็นได้ชัด ผมแกะรอยความเคลื่อนไหวล่าสุดมาให้เห็นภาพชัดๆ ว่าฝั่งโน้นเขากำลังดิ้นพล่านกันขนาดไหนครับ
1. รัฐบาลฮุน มาเนต: “นิ่งสงบ… สยบความกลัว?”
ในขณะที่ไทยขยับรถถังและรั้วคอนกรีต ฝั่งสมเด็จฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พยายามเล่นบท “ผู้ใหญ่ใจเย็น” (Political Maturity) ออกแถลงการณ์ผ่านสื่อรัฐอย่าง Fresh News ว่าจะรักษาดินแดนทุกตารางนิ้ว แต่เบื้องหลังกลับเรียกประชุมด่วนสภาความมั่นคงฯ และสั่งกองทัพภูมิภาคที่ 4-5 เตรียมพร้อมสูงสุด (High Alert)
* การทูตที่เริ่มสั่นคลอน: กัมพูชากำลังเร่งร่างหนังสือประท้วงทางการทูต (Diplomatic Note) และเตรียมเดินสายล็อบบี้ชาติอาเซียน เพื่อฟ้องว่าไทยกำลังทำลายความสงบ นี่คืออาการของคนกำลังจะเสีย “ผลประโยชน์ก้อนโต” ที่เคยนอนกินมานาน
* การทหารหน้างาน: ตรวจพบทหารกัมพูชาระงับการลาพัก และใช้ “โดรน” บินสอดแนมแนวรั้วไทยถี่ยิบ บ่งบอกว่าเขากำลัง “เกาะติด” ทุกฝีก้าวของเราด้วยความหวาดระแวง เพราะกลัวว่ารั้วคอนกรีตนี้จะปิดตายทางเข้าออกสีเทาที่เขาเคยใช้มั่วนิ่มมาตลอด
2. โซเชียลเขมรระอุ: สงครามคำศัพท์ที่เต็มไปด้วย “ความกลัว”
ใน Facebook และ TikTok ฝั่งกัมพูชาวันนี้ “ลุกเป็นไฟ” ครับ กระแสชาตินิยมถูกจุดติดเพื่อบังหน้าความสูญเสียของกลุ่มทุนพลังงาน วลีเด็ดที่ผมแปลมาให้เห็นภาพชัดๆ คือ
* “ការពារទឹកដី” (Car-phea Tuk-dei) – ปกป้องดินแดน: วลีนี้ถูกปั่นจนติดเทรนด์เพื่อปลุกใจให้คนเขมรรู้สึกว่าเป็นเหยื่อ แต่ความจริงคือเขาไม่อยากเสียสิทธิ์ในพื้นที่ทับซ้อน
* “សៀមឈ្លានពាន” (Siem Chlean Pean) – สยามรุกราน: คำนี้ถูกใช้เรียกคนไทยในเชิงเหยียดหยามและป้ายสีว่าเราไปรุกราน ทั้งที่เราแค่ “ล้อมรั้วบ้านตัวเอง” ไม่ให้โจรแอบเข้ามาขโมยมะม่วง!
* การเปลี่ยนโปรไฟล์: ชาวเน็ตเขมรจำนวนมากโพสต์รูปธงชาติทับแผนที่ “เกาะกูด” พร้อมคอมเมนต์ถล่มทลายว่า “กูไม่ยอม!” นี่คืออาการของคนกำลังจะเสียของที่ตัวเองแอบอ้างสิทธิ์มานานนั่นเอง
3. เจาะลึกเส้นทางการเงิน: “กลุ่มทุนนอมินี” ที่กำลังจะตกสวรรค์
ทำไมเพื่อนบ้านถึงต้องเดือดร้อนขนาดนั้น? คำตอบอยู่ที่ “ท่อน้ำเลี้ยง” ครับ เส้นทางการเงินที่ไหลผ่านบริษัทนอมินีในเกาะสวรรค์ภาษีที่โยงใยกับกลุ่มอิทธิพลในพนมเปญกำลังจะถูกตัดขาด
* MOU 44 คือการปลดแอก: การรื้อ MOU ที่เสียเปรียบ คือการเดินออกมาจากกรงที่เพื่อนบ้านขังเราไว้ เพื่อให้ไทยขุด “ทองคำดำ” (พลังงาน) มาใช้เองได้ 100% ไม่ต้องหารครึ่งกับใคร
* อำนาจต่อรองคืนสู่มือไทย: เมื่อกองทัพแกร่งและรั้วชัดเจน กลุ่มทุนข้ามชาติที่เคย “เหยียบเรือสองแคม” วันนี้ต้องเลือกข้าง และไม่มีใครอยากขัดใจไทยที่มีเขี้ยวเล็บครบมือและเด็ดขาดขนาดนี้ครับ
ภาพที่ชายแดนวันนี้ชัดเจนที่สุดครับ ฝั่งไทยเรามีรถแม็คโครและทหารช่างทำงานกันแบบ “กัดไม่ปล่อย” เสียงเครื่องจักรที่ดัง
สนั่นมันคือเสียงของการทวงคืนอธิปไตย
* รั้วคือข้อยุติ: เมื่อมีรั้ว ความคลุมเครือจะหายไป เหมือนการขีดเส้นใต้คำผิดที่ใครก็แก้ไม่ได้
* อาวุธคือเกราะกำบัง: การที่นายกฯ อนุทินสั่งเสริมอาวุธ ไม่ได้แปลว่าเราจะไปรบก่อน แต่เป็นการบอกว่า “ถ้าใครจะมาพังรั้วบ้านผม ผมมีปืนนะ”
หมากเกมนี้ของนายกฯ อนุทิน คือการบอกโลกว่า “ยุคของการเกรงใจเพื่อนบ้านจนลืมรักษาผลประโยชน์ตัวเองได้จบลงแล้ว” วันนี้กัมพูชากำลังเผชิญกับ “ความจริงที่เจ็บปวด” ว่าประเทศไทยไม่ได้ใจดีจนยอมให้โดนเอาเปรียบอีกต่อไป การที่เขาดิ้นรนปานจะขาดใจ สะท้อนว่าหมากเกมนี้เราเดินได้ถูกทางและทรงพลังที่สุดในรอบหลายสิบปีครับพี่น้อง”






