ศาลอาญาให้ฝากขัง”บักต้อม” หนุ่มลาวฆ่าหั่นศพแฟนสาว เจ้าตัวใจเด็ดขอศาลไม่ยื่นประกัน ผู้คุมจึงส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร
วันนี้ (27 มี.ค.) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบานทุ่งสองห้อง ได้นำตัวนายต้อม สัญชาติลาว ผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพแฟนสาวชาวปิดคลาว มาฝากขังผัดแรก ที่ศาลอาญา
คำร้องระบุพฤติการณ์ว่า เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 ก่อนเกิดเหตุ น.ส.แอม ผู้เสียชีวิตและนายต้อม ได้เดินทางมายังที่เกิดเหตุ ปรากฎภาพกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าห้องพักพบภาพผู้ต้องหาและผู้เสียชีวิตเดินเข้าไปพร้อมกันจนกระทั่งเวลา 19.00 น.ของวันเดียวกัน ผู้เสียชีวิตได้โทรศัพท์ติดต่อพี่ชายเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ระหว่างที่สนทนากันอยู่เหมือนมีใครแย่งชิงโทรศัพท์ของผู้เสียชีวิตทำให้การติดต่อขาดหายและไม่สามารถติดต่อผู้เสียชีวิตได้อีก จากภาพกล้องวงจรปิด พบพฤติกรรมผู้ต้องหาภายหลังจากนั้นได้เดินออกห้องพักหลายครั้ง แต่ไม่ปรากฎว่ามีผู้เสียชีวิตออกมาด้วย ในครั้งแรกเวลา 14.35 น.ผู้ต้องหาออกจากห้องคนเดียว และพันกลอนประตู เป็นที่คล้องแม่กุญแจ เพื่อขังผู้เสียชีวิต ซึ่งขณะนั้นยังไม่ออกจากห้อง และกลับมาในเวลา 14.43 น.
ในวันเดียวกันช่วงเวลา 21.26 น. ผู้ต้องหาเดินออกจากห้องพัก และกลับเข้ามาพร้อมสิ่งของลักษณะคล้ายถุงเวลา 22.10 น. ต่อมาเวลา 22.37 น. ผู้ต้องหาออกจากห้องพัก ก่อนกลับเข้ามาเวลา 23.08 น. พร้อมกระเป๋าเป้สีดำ ในวันที่ 23 มีนาคม ได้เดินออกจากห้องพักพร้อมถือของลักษณะคล้ายถุงดำและกลับมาในเวลา 00.12 น. ก่อนจะออกไปอีกครั้งในเวลา 00.13 น. พร้อมสิ่งของลักษณะคล้ายเชือก ก่อนกลับเข้ามาในห้องเวลา 00.17 น. ก่อนที่ผู้กล่าวหาจะเดินทางมาตามหาผู้เสียชีวิตที่ห้อง แต่ผู้ต้องหากลับอ้างว่าผู้เสียชีวิตได้ออกจากห้องพักไปแล้วและไม่ทราบว่าไปยังที่ใด ก่อนเวลา 04.10 น.ผู้ต้องหาจะออกจากห้องพักอีกและนำกระเป๋าเป้สีดำไปด้วย
ต่อมาเวลา 09.24 น. ผู้กล่าวหาพร้อมพวกได้มาที่หน้าห้องผู้ต้องหาอีกครั้ง ต่อมาเวลา 19.51 น.ผู้กล่าวหาได้ออกจากห้องผู้ต้องหาจนกระทั่งเวลา 23.59 น.ผู้ต้องหาออกจากห้องพักพร้อมผู้กล่าวหา เป็นภาพสุดท้ายก่อนที่ผู้ต้องหาจะหลบหนีไปยังสนามบินดอนเมือง ผู้กล่าวหาจึงได้เดินทางมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง
วันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 01.19 น.เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุคือห้องของผู้ต้องหา พบร่องรอยการต่อสู้และคราบเลือดติดอยู่บริเวณหน้าประตูห้องพัก รวมทั้งมีกลิ่นคาวเลือดกระจายทั่วห้อง จึงเชื่อได้ว่า มีการทำร้ายร่างการและฆาตกรรมเกิดขึ้นในห้อง ต่อมามีประชาชนเข้ามาแจ้งเบาะแสว่าพบวัตถุต้องสงสัยบริเวณคลองประปา เมื่อตรวจสอบพบเป็นชิ้นส่วนมนุษย์ถูกชำแหละแยกชิ้นส่วนและซุกซ่อนอำพรางหลายจุด พบศรีษะผู้หญิง จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และได้แจ้งพี่ชายผู้ตายมายืนยัน ซึ่งยืนยันว่าเป็นน.ส.แอม น้องสาวของตนเอง
ในวันที่ 25 มีนาคม เวลา 08.30 น. ระหว่างหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.จังหวัดหนองคายได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมยึดของกลาง ยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับ และไม่เคยถูกจับกุมมาก่อน ผู้ต้องหาได้รับว่านำเงินจำนวน 4,120 บาท ของน.ส.แอมมาด้วย จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมของกลางเพื่อดำเนินคดี
การกระทำของผู้ต้องหาเป็นความผิดฐาน ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา ลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพ เพื่อปิดบังการตาย หรือเหตุแห่งการตาย กักขังหน่วงเหนี่ยวเป็นเหตุทำให้ถึงแก่ความตาย และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน
ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนแล้วแแต่การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้นเนื่องจากต้องสอบพยานอีก 5 ปาก รอผลตรวจพิสูจน์ของกลาง และรอผลตรวจลายนิ้วมือและประวัติต้องโทษ ประกอบกับผู้ต้องหาจะถูกควบคุมตัวครบกำหนด 48 ชั่วโมงในวันที่ 28 มีนาคม 2569 เวลา 01.25 น. ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าวจึงขอหายขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนมีกำหนด 12 วัน นับตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม 2569 ถึงวันที่ 7 เมษายน 2569
พนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง หากได้รับการปล่อยชั่วคราวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี
ศาลอาญาอนุญาตให้ฝากขัง
ต่อมาผู้ต้องหาได้แจ้งต่อศาลว่าไม่ประสงค์ที่จะขอให้ศาลปล่อยตัวชั่วคราวในระหว่างสอบสวน และและยังไม่ปรากฏว่ามีญาติมายื่นคำร้องขอให้ปล่อยตัวชั่วคราว หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เตรียมนำตัวนายต้อมไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร






