นายกฯ ลั่นเสียงแข็ง เขมรอ้างยูเอ็นเร่งไทยใช้เอ็มโอยู 43 เจรจาชายแดน ย้ำชัดประเทศไทยมีหลักการและจุดยืนของตัวเอง ไม่มีใครสามารถมาบังคับได้ โยน “สีหศักดิ์” แถลงโต้ผู้รายงานพิเศษ UN พาดพิงไทยปมผู้อพยพชายแดน
เมื่อเวลา 09.50 น.วันที่ 3 ส.ค.ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงแถลงการณ์สิ้นสุดภารกิจของนายทอม แอนดรูว์ ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา ซึ่งแถลงการณ์มีการพาดพิงถึงประเทศไทยในบริบทของสถานการณ์ไทยในกัมพูชาว่า วันนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.ต่างประเทศ จะแถลงในเรื่องนี้ ซึ่งถือว่านายทอม แอนดรูว์ แถลงโดยที่ยังไม่ฟังข้อมูลจากฝั่งไทย ซึ่งข้อมูลนี้สําหรับประเทศไทย ยังไม่ยอมรับความเห็นนั้น เดี๋ยวให้รอฟังกระทรวงการต่างประเทศแถลงอีกทีจะมีความชัดเจนกว่า
เมื่อถามถึงกรณีกัมพูชามีท่าทีผลักดันให้นําบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสํารวจและปักปันเขตแดนทางบก ไทย – กัมพูชา พ.ศ.2543 ( เอ็มโอยู 2543 ) รวมถึงแผนที่มาตราส่วน 1: 200,000 มาใช้อ้างอิงในการหารือ ประเด็นชายแดนผ่านเวทีองค์การสหประชาชาติ(ยูเอ็น) เพื่อนํามาเจรจากับไทย ซึ่งนายกฯ ย้อนถามว่า เจรจาแปลว่าอะไร แล้วเราไม่มีข้อต่อรองเลยหรือ เราก็มีจุดยืนชัดเจนของเราว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไรก่อน ถ้าตราบใดในเรื่องของสนธิสัญญาทางทะเล ผ่านกฎเกณฑ์อนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (UNCLOS ) ซึ่งเป็นของยูเอ็นเช่นกัน และยังมีคําว่าภาคบังคับ และส่วนประกอบต่าง ๆ ไม่มีใครมาบังคับประเทศไทยได้ เพราะฉะนั้นเงื่อนไขของเราก็คืออย่าใช้คําว่าบังคับกับเรา
เมื่อถามย้ําว่า แผนที่เรายังคงเดิมใช่หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เราก็มีหลักของเราอยู่แล้ว ก็เจรจากันมาโดยตลอด ซึ่งก็ใช้หลักนั้น การเจรจาทางบก ตามเอ็มโอยู 43 ก็เจรจากันไป แต่พอเราบอกว่าเรายกเลิกเจรจา เอ็มโอยู 44 เขาบอกว่าไม่ได้ ต้องใช้ภาคบังคับเท่านั้น มันก็ทําให้การเจรจาเกิดขึ้นไม่ได้ เป็นเรื่องที่เขาต้องไปพิจารณาทบทวน ว่าถ้าเขาจะมาเจรจากับประเทศไทย เขาต้องมาในเงื่อนไขอะไร ไม่มีใครมาบังคับได้ จะส่งไปฟ้องใคร ประเทศไทยเรามีความมั่นใจ ไม่ต้องไป อธิบายอะไรให้ใครฟัง






