• About Us
  • Contact
  • Privacy Policy
  • Terms and Conditions
Thursday, August 13, 2026
  • Login
  • Register
Page3News Worldwide
  • Home
  • E-Paper
  • Subscriptions
  • Countries
    • USA
    • Canada
    • India
    • Balochistan
    • Thailand
    • UK
    • Australia
  • Language Wise News
    • Thai News
    • Punjabi News
    • Hindi News
  • Other News
    • World News
    • Latest Movie Reviews
    • Culture
    • Finance
    • Hollywood
    • Business
    • Entertainment
    • Sports
    • Lifestyle
    • Fashion
    • food
    • Health
    • Travel
    • Politics
    • Science
    • Tech
  • Multilingual Editorial
    • English Editorials
    • Thai Editorials
    • Hindi Editorials
    • Punjabi Editorials
    • Page3News Special
No Result
View All Result
  • Home
  • E-Paper
  • Subscriptions
  • Countries
    • USA
    • Canada
    • India
    • Balochistan
    • Thailand
    • UK
    • Australia
  • Language Wise News
    • Thai News
    • Punjabi News
    • Hindi News
  • Other News
    • World News
    • Latest Movie Reviews
    • Culture
    • Finance
    • Hollywood
    • Business
    • Entertainment
    • Sports
    • Lifestyle
    • Fashion
    • food
    • Health
    • Travel
    • Politics
    • Science
    • Tech
  • Multilingual Editorial
    • English Editorials
    • Thai Editorials
    • Hindi Editorials
    • Punjabi Editorials
    • Page3News Special
No Result
View All Result
Page3News Worldwide
No Result
View All Result
Home Thailand

ศาลสั่งจำคุก “ประสิทธิ์ เจียวก๊ก” 4 ปี 12 เดือน ขโมยกุญแจ-วางแผนหลบหนีเมื่อปี 65 มือช่วยโดน 3 ปี 6 เดือน

by Dr. Parvinder Singh
July 21, 2026
in Thailand, Thai Editorials, Thai News
0
ศาลสั่งจำคุก “ประสิทธิ์ เจียวก๊ก” 4 ปี 12 เดือน ขโมยกุญแจ-วางแผนหลบหนีเมื่อปี 65 มือช่วยโดน 3 ปี 6 เดือน
0
SHARES
7
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on WhatsappShare on TelegramShare on LineShare on Email

ศาลอาญาสั่งจำคุก”ประสิทธิ์ เจียวก๊ก” 4 ปี 12 เดือน ลักกุญแจโซ่ข้อเท้า หลบหนีจากห้องพิจารณาศาลอาญาเมื่อปี 65 ส่วนมือช่วยวางแผนหลบหนี เจอคุก 3 ปี 6 เดือน 
วันนี้ (21 ก.ค.) ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสมประสงค์ ทิพย์สุคน กับพวก จำเลยที่ 1 นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก จำเลยที่ 5 จากกรณีพยายามช่วยนายประสิทธิ์ ซึ่งถูกคุมขังในเรือนจำ หลบหนีจากห้องพิจารณาศาลอาญารัชดา ระหว่างเบิกตัวมานัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐานคดีฉ้อโกงประชาชนหลอกให้ร่วมลงทุนซื้อคูปองทอง, ลงทุนซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยว และ ระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ เมื่อปี 2565

อัยการโจทก์ฟ้อง นายสมประสงค์ จำเลยที่ 1 และ นายประสิทธิ์ จำเลยที่ 5 ให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2565 เวลากลางวัน จำเลยที่ 5 กับพวกซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันลักเอาลูกกุญแจที่ไขเครื่องพันธนาการ (กุญแจข้อเท้า) ยี่ห้อ BOA W.W.W.BOA-S.T.COM MEDECO หมายเลข 4 จำนวน 1 ดอก ราคา 9,950 บาท ของเรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งเป็นส่วนราชการสังกัดกรมราชทัณฑ์ ผู้เสียหาย ที่เก็บรักษาไว้ภายในอาคารส่วนควบคุมผู้ต้องขังของเรือนจำกลางคลองเปรม อันเป็นสถานที่ราชการ ไปโดยทุจริต เหตุเกิดที่ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.

RelatedPosts

India–Thailand Cultural Ties and Youth Engagement Discussed Ahead of 80th Diplomatic Anniversary

เวียดนาม-ออสเตรเลียยกระดับความร่วมมือทางทหาร รับมืออิทธิพลจีนในแปซิฟิก-ทะเลจีนใต้

“สุชาติ” แจงปมปืน 12 กระบอก ยอมรับเป็นความชื่นชอบส่วนตัว แย้มเคยเป็นนักกีฬายิงปืนมาก่อน

ระหว่างต้นเดือนธันวาคม 2565 เวลาใดไม่ปรากฏชัด ถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2565 เวลากลางวัน ต่อเนื่องกัน จำเลยที่ 1 กับพวก ร่วมกันช่วยจำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นจำเลยที่ 4 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1837/2564 ของศาลนี้ ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ซึ่งถูกใส่เครื่องพันธนาการ (กุญแจข้อเท้า) อันเป็นการถูกคุมขังตามอำนาจของศาล ให้หลบหนีจากห้องพิจารณาคดี หมายเลข 903 ของศาลนี้ ในระหว่างพิจารณาคดีดังกล่าว ด้วยการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำ โดยจำเลยที่ 1 กับพวก ร่วมกันจัดหาและส่งมอบลูกกุญแจไขเครื่องพันธนาการ (กุญแจข้อเท้า) ซึ่งเป็นทรัพย์ที่ถูกลักเอาไปตามฟ้อง ให้แก่จำเลยที่ 5 นำไปไขเครื่องพันธนาการ (กุญแจข้อเท้า) ออกได้สำเร็จ ร่วมกันจัดหาและส่งมอบเสื้อแขนสั้นสีน้ำเงิน 1 ตัว กางเกงยีนส์ 1 ตัว รองเท้าคัชชู 1 คู่ ถุงเท้า 1 คู่ ให้แก่จำเลยที่ 5 ใช้เปลี่ยนชุดนักโทษออกแล้ว นำเสื้อ กางเกง ถุงเท้า และรองเท้าดังกล่าวสวมใส่แทนเพื่ออำพรางตัวจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และประชาชน และร่วมกันจัดหาและส่งมอบเงินสด 11,000 บาท ให้จำเลยที่ 5 ติดตัวสำหรับใช้ระหว่างหลบหนี อันเป็นการทำให้จำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาลหลุดพ้นไปจากการคุมขังตามอำนาจของศาลนี้ เหตุเกิดที่ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2565 เวลากลางวัน หลังจากการกระทำความผิดดังกล่าวข้างต้นแล้ว จำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นจำเลยที่ 4 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1837/2564 ของศาลนี้ หลบหนีไปจากการคุมขังของศาล โดยจำเลยที่ 5 ทำทีขออนุญาตเจ้าพนักงานศาลยุติธรรมที่อยู่ในห้องพิจารณาคดีหมายเลข 903 ของศาลอาญา ไปเข้าห้องน้ำชาย ชั้น 9 จากนั้นจำเลยที่ 5 ใช้ลูกกุญแจซึ่งเป็นทรัพย์ที่จำเลยที่ 5 กับพวกร่วมกันลักไปข้างต้น ไขเครื่องพันธนาการ (กุญแจข้อเท้า) ออกสำเร็จ จากนั้นจำเลยที่ 5 ถอดชุดนักโทษออกแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า กางเกง ถุงเท้า รองเท้า และรับเงินสด 11,000 บาท ซึ่งจำเลยที่ 1 กับพวกของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 5 ร่วมกันจัดหาเตรียมไว้ให้ หลบหนีการคุมขังออกจากห้องน้ำชายดังกล่าวไปบริเวณโถงทางเดินกลาง ชั้น 9 และลงบันไดไปที่ชั้น 3 อาคารศาลอาญา เหตุเกิดที่ แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.

ต่อมาในวันเดียวกันหลังเกิดเหตุข้างต้น เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยที่ 5 ได้ พร้อมยึดเสื้อแขนสั้นสีน้ำเงิน 1 ตัว กางเกงยีนส์ 1 ตัว รองเท้าคัชชู 1 คู่ ถุงเท้า 1 คู่ และเงินสด 11,000 บาท จากจำเลยที่ 5 เป็นของกลาง และตรวจยึดลูกกุญแจไขเครื่องพันธนาการ 1 ดอก เครื่องพันธนาการ (กุญแจเท้า) จากจำเลยที่ 1 เป็นของกลางส่งพนักงานสอบสวน เสื้อแขนสั้นสีน้ำเงิน 1 ตัว กางเกงยีนส์ 1 ตัว รองเท้าคัชชู 1 คู่ ถุงเท้า 1 คู่ และเงินสด 11,000 บาท ของกลางเจ้าพนักงานเก็บรักษาไว้ ลูกกุญแจไขเครื่องพันธนาการ 1 ดอก ของกลาง ผู้เสียหายได้รับคืนแล้ว ส่วนเครื่องพันธนาการ (กุญแจเท้า) 1 อัน ของกลาง โจทก์แจ้งให้เจ้าพนักงานจัดการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85 แล้ว

จำเลยที่ 5 เป็นผู้ต้องคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1837/2564 ของศาลนี้ ให้จำคุก 1,155 ปี ซึ่งเป็นโทษจำคุกตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป และเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อทย.273/2569 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.607/2567 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ อทย.638/2567 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ฟ.11/2569 ของศาลนี้ และเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.3437/2568 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.2943/2568 ของศาลนี้ และเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.3740/2568 ของศาลนี้ และเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 4 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.1835/2566 ของศาลนี้ ที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ


พิพากษาว่า นายสมประสงค์ จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 191 วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 ฐานกระทำด้วยประการใดให้ผู้ที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาลหลุดพ้นจากการคุมขังไป โดยผู้ที่หลุดพ้นจากการคุมขังไปนั้นเป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาจากศาลให้จำคุกตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป จำคุก 7 ปี

นายประสิทธิ์ จำเลยที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) (8) วรรคสอง, 190 ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 5 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันลักทรัพย์โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปในสถานที่ราชการ จำคุก 7 ปี ฐานหลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาล จำคุก 3 ปี

นายสมประสงค์ จำเลยที่ 1 และ นายประสิทธิ์ จำเลยที่ 5 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษ นายสมประสงค์จำเลยที่ 1 จำคุก 3 ปี 6 เดือน และลงโทษ นายประสิทธิ์ จำเลยที่ 5 ฐานร่วมกันลักทรัพย์โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปในสถานที่ราชการ จำคุก 3 ปี 6 เดือน ฐานหลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาล จำคุก 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุก นายประสิทธิ์ จำเลยที่ 5 เป็นเวลา 4 ปี 12 เดือน นับโทษจำคุกของ จำเลยที่ 5 ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อทย.273/2569 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.607/2567 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ อทย.638/2567 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ฟ.11/2569 ของศาลนี้ โทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.3437/2568 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.2943/2568 ของศาลนี้ โทษจำคุกของจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.3740/2568 ของศาลนี้ และโทษจำคุกของจำเลยที่ 4 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.1835/2566 ของศาลนี้ และริบของกลางทั้งหมดที่เจ้าพนักงานเก็บรักษาไว้

Get real time update about this post categories directly on your device, subscribe now.

Unsubscribe
Dr. Parvinder Singh

Dr. Parvinder Singh

Page3news Worldwide, founded by Dr. Parvinder Singh, is a pioneering multilingual newspaper based in Thailand. Our mission is to deliver news that resonates with truth and integrity, free from fear and pressure. We believe in the principles of simple living and high thinking, striving to connect with a global audience. Page3news is dedicated to providing diverse perspectives, ensuring that every voice is heard. Join us in our journey to redefine journalism for a better world. Dr. Parvinder Singh Founder - Page3News Worldwide & Dr. Monruedee Sommart Co-Founder & President - Page3news Worldwide Email : page3newsthai@gmail.com

Related Posts

India–Thailand Cultural Ties and Youth Engagement Discussed Ahead of 80th Diplomatic Anniversary

by Page 3 News International Desk
August 13, 2026
0
2

Bangkok: Ambassador of India to Thailand H.E. Shri Puneet Agrawal met a delegation led by Mr. Rahul Laxman Patil, prominent...

เวียดนาม-ออสเตรเลียยกระดับความร่วมมือทางทหาร รับมืออิทธิพลจีนในแปซิฟิก-ทะเลจีนใต้

เวียดนาม-ออสเตรเลียยกระดับความร่วมมือทางทหาร รับมืออิทธิพลจีนในแปซิฟิก-ทะเลจีนใต้

by Dr. Parvinder Singh
August 12, 2026
0
3

ออสเตรเลียและเวียดนามระบุว่าพวกเขาจะขยายความร่วมมือระหว่างกองทัพของทั้งสองประเทศ เนื่องจากทั้งสองกำลังเผชิญหน้ากับการขยายอิทธิพลของปักกิ่งในมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลจีนใต้ หลังจากการเจรจาหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีส และประธานาธิบดีโต เลิม ในกรุงแคนเบอร์รา ทั้งสองประเทศระบุว่ากองกำลังป้องกันประเทศของพวกเขาจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมากขึ้นในด้านความมั่นคงทางทะเลและดำเนินการฝึกซ้อมร่วมกัน “อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของเรา รวมถึงกองกำลังป้องกันประเทศของเรา กำลังร่วมมือกันมากขึ้นเรื่อยๆ” อัลบานีสกล่าว “โลกที่ไม่แน่นอนในปัจจุบันหมายความว่าการที่มิตรประเทศจะร่วมมือกันในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม มีความสำคัญยิ่งกว่าเคยเพื่อรับมือกับความท้าทายที่อยู่ตรงหน้า” ผู้นำแดนจิงโจ้ กล่าว การเยือนออสเตรเลียของผู้นำเวียดนามเกิดขึ้นในขณะที่ทั้งสองประเทศไม่พอใจกับการเสริมสร้างกำลังทหารของจีนในภูมิภาคนี้...

“สุชาติ” แจงปมปืน 12 กระบอก ยอมรับเป็นความชื่นชอบส่วนตัว แย้มเคยเป็นนักกีฬายิงปืนมาก่อน

“สุชาติ” แจงปมปืน 12 กระบอก ยอมรับเป็นความชื่นชอบส่วนตัว แย้มเคยเป็นนักกีฬายิงปืนมาก่อน

by Dr. Parvinder Singh
August 12, 2026
0
5

สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีรายชื่อครอบครองอาวุธปืนมากถึง 12 กระบอก ท่ามกลางมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ออกมาชี้แจงแบบแมนๆสไตล์คนกีฬา โดยเปิดเผยว่า ปืนทั้งหมดเกิดจากความชอบและเริ่มสะสมมาตั้งแต่ในอดีตก่อนจะก้าวเข้าสู่เส้นทางการเมืองอย่างเต็มตัว  นายสุชาติ เผยโปรไฟล์ดั้งเดิมว่า ตนเองเคยเป็นนักกีฬายิงปืนมาก่อน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมีอุปกรณ์กีฬาและของสะสมชนิดนี้ เปรียบเหมือนความชอบส่วนตัวของลูกผู้ชายทั่วไปที่ชอบสะสมพระเครื่อง แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่นักกีฬาและผู้ครอบครองต้องมีคือสติในการใช้งานอย่างถูกต้อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ยังขานรับนโยบายรัฐบาล ยืนยันไม่เคยพกปืนไปไหนมาไหนด้วยตัวเอง ยิ่งยุคนี้ไม่มีการอนุมัติใบอนุมัติพกพา...

เด็ดหัวเครือข่ายยาเสพติดเมืองกาญจน์ ยึดทรัพย์กว่า 8.3 ล้าน

เด็ดหัวเครือข่ายยาเสพติดเมืองกาญจน์ ยึดทรัพย์กว่า 8.3 ล้าน

by Dr. Parvinder Singh
August 12, 2026
0
54

ป.ป.ส. - นครบาล เปิดปฏิบัติการ 90 วัน กรุงเทพปลอดภัย (Safe BKK) จับกุมเครือข่ายยานรกรายใหญ่ ยึดทรัพย์กว่า 8.3 ล้าน พร้อมขยายผลขบวนการ วันนี้ (12 ส.ค.) สำนักงาน ป.ป.ส. ภายใต้การนำของ...

รัฐบาลดึงเด็กหลุดระบบกลับเข้าเรียนแล้วกว่า 3 หมื่นราย พร้อมอนุมัติ ”โฮมสกูล” เปิดทางครอบครัวจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับเด็ก

รัฐบาลดึงเด็กหลุดระบบกลับเข้าเรียนแล้วกว่า 3 หมื่นราย พร้อมอนุมัติ ”โฮมสกูล” เปิดทางครอบครัวจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับเด็ก

by Dr. Parvinder Singh
August 12, 2026
0
5

รัฐบาลเดินหน้าดึงเด็กหลุดระบบกลับเข้าเรียนแล้วกว่า 3 หมื่นราย พร้อมอนุมัติการเรียนแบบ ”โฮมสกูล” เปิดทางครอบครัวจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับเด็ก  ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลโดยกระทรวงศึกษาธิการได้เร่งติดตามและดึงเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษากลับเข้าเรียน ควบคู่กับการใช้ฐานข้อมูลจริง วางแผนจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับจำนวนเด็กในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสเรียนรู้และไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง  ทั้งนี้จากการเดินหน้านโยบาย Thailand Zero Dropout อย่างจริงจังในพื้นที่กรุงเทพฯ...

คุกคืนแรก! “ฉลอง“ ไม่ชินปกตินอนกลางวัน มีโรคความดันโลหิต พกยาประจำตัวมาด้วย

คุกคืนแรก! “ฉลอง“ ไม่ชินปกตินอนกลางวัน มีโรคความดันโลหิต พกยาประจำตัวมาด้วย

by Dr. Parvinder Singh
August 12, 2026
0
5

 “ฉลอง เรี่ยวแรง” เข้าเรือนจำฯ คืนแรก อยู่แดนกักโรคโควิด 5 วันตามมาตรการ ปรับตัวได้ ไม่เครียด แต่นอนหลับยากตอนกลางคืน เป็นความดันโลหิตสูงเล็กน้อย พกยาประจำตัว วันนี้ (12 ส.ค.) แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เปิดเผยกรณีศาลจังหวัดนนทบุรี มีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว นายฉลอง...

Facebook Twitter Youtube Instagram Tumblr Pinterest

Page 3 News Multilingual Worldwide

The Page 3 News is a Multilingual Worldwide daily newspaper founded in 2021. It is published in Bangkok, Thailand by the Page 3 News Thai Limited Partnership. Page 3 News is available to the world in all the three formats i.e. e-Paper, digital and print.

The Page 3 News is having offices in many countries like Thailand, India, Canada, USA, etc. and is currently published in English, Thai, Hindi and Punjabi languages.

Category

Calanderwise News

August 2026
MTWTFSS
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
« Jul    

© 2024 Page 3 News - First Multilingual Worldwide Newspaper based in Thailand.

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Fill the forms below to register

*By registering into our website, you agree to the Terms & Conditions and Privacy Policy.
All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Subscriptions
  • E-Paper
  • World News
  • Balochistan
  • USA
  • India
  • Thailand
  • Canada
  • UK
  • Australia
  • About Us
  • Contact
  • Privacy Policy
  • Terms and Conditions
  • Disclaimer

© 2024 Page 3 News - First Multilingual Worldwide Newspaper based in Thailand.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.