ศาลอาญาสั่งจำคุก”ประสิทธิ์ เจียวก๊ก” 4 ปี 12 เดือน ลักกุญแจโซ่ข้อเท้า หลบหนีจากห้องพิจารณาศาลอาญาเมื่อปี 65 ส่วนมือช่วยวางแผนหลบหนี เจอคุก 3 ปี 6 เดือน
วันนี้ (21 ก.ค.) ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายสมประสงค์ ทิพย์สุคน กับพวก จำเลยที่ 1 นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก จำเลยที่ 5 จากกรณีพยายามช่วยนายประสิทธิ์ ซึ่งถูกคุมขังในเรือนจำ หลบหนีจากห้องพิจารณาศาลอาญารัชดา ระหว่างเบิกตัวมานัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐานคดีฉ้อโกงประชาชนหลอกให้ร่วมลงทุนซื้อคูปองทอง, ลงทุนซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยว และ ระบบสหกรณ์ออมทรัพย์ เมื่อปี 2565
อัยการโจทก์ฟ้อง นายสมประสงค์ จำเลยที่ 1 และ นายประสิทธิ์ จำเลยที่ 5 ให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2565 เวลากลางวัน จำเลยที่ 5 กับพวกซึ่งยังไม่ได้ตัวมาฟ้อง ร่วมกันลักเอาลูกกุญแจที่ไขเครื่องพันธนาการ (กุญแจข้อเท้า) ยี่ห้อ BOA W.W.W.BOA-S.T.COM MEDECO หมายเลข 4 จำนวน 1 ดอก ราคา 9,950 บาท ของเรือนจำกลางคลองเปรม ซึ่งเป็นส่วนราชการสังกัดกรมราชทัณฑ์ ผู้เสียหาย ที่เก็บรักษาไว้ภายในอาคารส่วนควบคุมผู้ต้องขังของเรือนจำกลางคลองเปรม อันเป็นสถานที่ราชการ ไปโดยทุจริต เหตุเกิดที่ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.
ระหว่างต้นเดือนธันวาคม 2565 เวลาใดไม่ปรากฏชัด ถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2565 เวลากลางวัน ต่อเนื่องกัน จำเลยที่ 1 กับพวก ร่วมกันช่วยจำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นจำเลยที่ 4 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1837/2564 ของศาลนี้ ในความผิดฐานร่วมกันกู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ซึ่งถูกใส่เครื่องพันธนาการ (กุญแจข้อเท้า) อันเป็นการถูกคุมขังตามอำนาจของศาล ให้หลบหนีจากห้องพิจารณาคดี หมายเลข 903 ของศาลนี้ ในระหว่างพิจารณาคดีดังกล่าว ด้วยการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำ โดยจำเลยที่ 1 กับพวก ร่วมกันจัดหาและส่งมอบลูกกุญแจไขเครื่องพันธนาการ (กุญแจข้อเท้า) ซึ่งเป็นทรัพย์ที่ถูกลักเอาไปตามฟ้อง ให้แก่จำเลยที่ 5 นำไปไขเครื่องพันธนาการ (กุญแจข้อเท้า) ออกได้สำเร็จ ร่วมกันจัดหาและส่งมอบเสื้อแขนสั้นสีน้ำเงิน 1 ตัว กางเกงยีนส์ 1 ตัว รองเท้าคัชชู 1 คู่ ถุงเท้า 1 คู่ ให้แก่จำเลยที่ 5 ใช้เปลี่ยนชุดนักโทษออกแล้ว นำเสื้อ กางเกง ถุงเท้า และรองเท้าดังกล่าวสวมใส่แทนเพื่ออำพรางตัวจากเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และประชาชน และร่วมกันจัดหาและส่งมอบเงินสด 11,000 บาท ให้จำเลยที่ 5 ติดตัวสำหรับใช้ระหว่างหลบหนี อันเป็นการทำให้จำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นผู้ที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาลหลุดพ้นไปจากการคุมขังตามอำนาจของศาลนี้ เหตุเกิดที่ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม.
เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2565 เวลากลางวัน หลังจากการกระทำความผิดดังกล่าวข้างต้นแล้ว จำเลยที่ 5 ซึ่งเป็นจำเลยที่ 4 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1837/2564 ของศาลนี้ หลบหนีไปจากการคุมขังของศาล โดยจำเลยที่ 5 ทำทีขออนุญาตเจ้าพนักงานศาลยุติธรรมที่อยู่ในห้องพิจารณาคดีหมายเลข 903 ของศาลอาญา ไปเข้าห้องน้ำชาย ชั้น 9 จากนั้นจำเลยที่ 5 ใช้ลูกกุญแจซึ่งเป็นทรัพย์ที่จำเลยที่ 5 กับพวกร่วมกันลักไปข้างต้น ไขเครื่องพันธนาการ (กุญแจข้อเท้า) ออกสำเร็จ จากนั้นจำเลยที่ 5 ถอดชุดนักโทษออกแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้า กางเกง ถุงเท้า รองเท้า และรับเงินสด 11,000 บาท ซึ่งจำเลยที่ 1 กับพวกของจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 5 ร่วมกันจัดหาเตรียมไว้ให้ หลบหนีการคุมขังออกจากห้องน้ำชายดังกล่าวไปบริเวณโถงทางเดินกลาง ชั้น 9 และลงบันไดไปที่ชั้น 3 อาคารศาลอาญา เหตุเกิดที่ แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม.
ต่อมาในวันเดียวกันหลังเกิดเหตุข้างต้น เจ้าพนักงานจับกุมจำเลยที่ 5 ได้ พร้อมยึดเสื้อแขนสั้นสีน้ำเงิน 1 ตัว กางเกงยีนส์ 1 ตัว รองเท้าคัชชู 1 คู่ ถุงเท้า 1 คู่ และเงินสด 11,000 บาท จากจำเลยที่ 5 เป็นของกลาง และตรวจยึดลูกกุญแจไขเครื่องพันธนาการ 1 ดอก เครื่องพันธนาการ (กุญแจเท้า) จากจำเลยที่ 1 เป็นของกลางส่งพนักงานสอบสวน เสื้อแขนสั้นสีน้ำเงิน 1 ตัว กางเกงยีนส์ 1 ตัว รองเท้าคัชชู 1 คู่ ถุงเท้า 1 คู่ และเงินสด 11,000 บาท ของกลางเจ้าพนักงานเก็บรักษาไว้ ลูกกุญแจไขเครื่องพันธนาการ 1 ดอก ของกลาง ผู้เสียหายได้รับคืนแล้ว ส่วนเครื่องพันธนาการ (กุญแจเท้า) 1 อัน ของกลาง โจทก์แจ้งให้เจ้าพนักงานจัดการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 85 แล้ว
จำเลยที่ 5 เป็นผู้ต้องคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1837/2564 ของศาลนี้ ให้จำคุก 1,155 ปี ซึ่งเป็นโทษจำคุกตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป และเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อทย.273/2569 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.607/2567 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ อทย.638/2567 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ฟ.11/2569 ของศาลนี้ และเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.3437/2568 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.2943/2568 ของศาลนี้ และเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.3740/2568 ของศาลนี้ และเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยที่ 4 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.1835/2566 ของศาลนี้ ที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ
พิพากษาว่า นายสมประสงค์ จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 191 วรรคสอง ประกอบมาตรา 83 ฐานกระทำด้วยประการใดให้ผู้ที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาลหลุดพ้นจากการคุมขังไป โดยผู้ที่หลุดพ้นจากการคุมขังไปนั้นเป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาจากศาลให้จำคุกตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป จำคุก 7 ปี
นายประสิทธิ์ จำเลยที่ 5 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) (8) วรรคสอง, 190 ประกอบมาตรา 83 การกระทำของจำเลยที่ 5 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันลักทรัพย์โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปในสถานที่ราชการ จำคุก 7 ปี ฐานหลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาล จำคุก 3 ปี
นายสมประสงค์ จำเลยที่ 1 และ นายประสิทธิ์ จำเลยที่ 5 ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงลงโทษ นายสมประสงค์จำเลยที่ 1 จำคุก 3 ปี 6 เดือน และลงโทษ นายประสิทธิ์ จำเลยที่ 5 ฐานร่วมกันลักทรัพย์โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปในสถานที่ราชการ จำคุก 3 ปี 6 เดือน ฐานหลบหนีไประหว่างที่ถูกคุมขังตามอำนาจของศาล จำคุก 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุก นายประสิทธิ์ จำเลยที่ 5 เป็นเวลา 4 ปี 12 เดือน นับโทษจำคุกของ จำเลยที่ 5 ต่อจากโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อทย.273/2569 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.607/2567 และคดีอาญาหมายเลขดำที่ อทย.638/2567 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ฟ.11/2569 ของศาลนี้ โทษจำคุกของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.3437/2568 และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.2943/2568 ของศาลนี้ โทษจำคุกของจำเลยที่ 3 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.3740/2568 ของศาลนี้ และโทษจำคุกของจำเลยที่ 4 ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.1835/2566 ของศาลนี้ และริบของกลางทั้งหมดที่เจ้าพนักงานเก็บรักษาไว้






