ตำรวจไซเบอร์ยันไม่ได้นิ่งนอนใจคดีเว็บพนันออนไลน์ “Shuffle” แจงปมล่าช้าเหตุเครือข่ายจดทะเบียนต่างประเทศและใช้คริปโตฯ ฝาก-ถอน ล่าสุดได้ข้อมูลเส้นทางการเงินจาก 3 เอ็กซ์เชนจ์แล้ว พร้อมตั้ง 80 ชุดปฏิบัติการ เร่งขยายผลสาวถึงผู้เกี่ยวข้อง เตรียมเปิดปฏิบัติการจับกุมเร็ว ๆ นี้
วันนี้ (2 พ.ย.) ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 (บก.สอท.2) พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองจเรตำรวจ ช่วยราชการกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ชี้แจงความคืบหน้าการดำเนินคดีเว็บไซต์พนันออนไลน์ “Shuffle” ภายหลังเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการกฎหมาย โดยยืนยันว่าตำรวจไซเบอร์ไม่เคยละเว้นหรือเลือกปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมาย และเดินหน้าสืบสวนสอบสวนคดีนี้มาอย่างต่อเนื่อง
พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ กล่าวว่า คดีเว็บไซต์พนันออนไลน์ Shuffle มีความซับซ้อนกว่าคดีเว็บพนันทั่วไป เนื่องจากเว็บไซต์มีการจดทะเบียนในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศกูราเซา (Curacao) อีกทั้งยังใช้สินทรัพย์ดิจิทัลหรือคริปโตเคอร์เรนซีเป็นช่องทางในการฝากและถอนเงิน ทำให้การรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามเส้นทางการเงินต้องดำเนินการอย่างรอบคอบ
เจ้าหน้าที่จึงต้องอาศัยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 5 ดำเนินคดีกับผู้เล่นในประเทศไทยเป็นลำดับแรก เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานยืนยันว่ามีการกระทำความผิดเกิดขึ้นภายในราชอาณาจักร ก่อนขยายผลไปถึงผู้จัดให้มีการเล่นพนันในต่างประเทศ ดังนั้น การดำเนินคดีไม่ได้มุ่งเอาผิดเฉพาะผู้เล่นตามที่หลายฝ่ายเข้าใจ แต่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสืบสวนเพื่อสาวไปถึงเครือข่ายผู้ที่อยู่เบื้องหลัง
สำหรับความคืบหน้าการสืบสวน ขณะนี้ตำรวจได้รับข้อมูลเส้นทางการเงินจากแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือเอ็กซ์เชนจ์แล้ว 3 แห่ง พร้อมประชุมกำหนดแนวทางการดำเนินงานและจัดตั้งชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจถึง 80 ชุด เพื่อเร่งรัดการสืบสวนและขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้อง โดยยืนยันว่าตำรวจดำเนินการสืบสวนคดีนี้มาก่อนที่จะเกิดกระแสข่าว ไม่ได้เพิ่งเริ่มดำเนินการตามกระแสสังคม และเตรียมเปิดปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรมในเร็ว ๆ นี้
ส่วนภาพรวมการปราบปรามเว็บไซต์พนันออนไลน์และเว็บไซต์ผิดกฎหมาย บช.สอท. ได้ส่งข้อมูลให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์แล้วกว่า 900,000 เว็บไซต์ โดยสามารถปิดกั้นได้สำเร็จประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ พร้อมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ช่วยตรวจค้นและคัดกรองเว็บไซต์ที่เข้าข่ายกระทำผิดกฎหมาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปราม
นอกจากนี้ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ยังกล่าวถึงกรณีเพจสื่อสังคมออนไลน์ “Godd Dam” ว่า ก่อนหน้านี้ตำรวจสันติบาลได้แจ้งความร้องทุกข์และดำเนินการสืบสวนเพื่อพิสูจน์ตัวบุคคลไว้แล้ว เมื่อพบว่ามีการโพสต์ข้อความใหม่ที่เข้าข่ายเป็นความผิด เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการตามกฎหมายทันที พร้อมขอให้ประชาชนติดตามผลการปฏิบัติงานของตำรวจ ซึ่งจะมีความคืบหน้าและผลการดำเนินการที่เป็นรูปธรรมต่อไป






