ปคบ.ร่วม อย. ทลายโกดังจีนเทา ลักลอบขายผ้าอนามัยไม่มี อย. ทางแพลตฟอร์มออนไลน์ ยึดของกลาง 1.2 ล้านชิ้น มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท เตือนเสี่ยงติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์
วันนี้ ( 18 ก.พ.) พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. สั่งการ พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ.พ.ต.ท.หญิง อนุสรา บัวแดง สว.กก.4 บก.ปคบ. สนธิกำลังร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เข้าตรวจค้นโกดังผ้าอนามัย ไม่มีเลขจดแจ้งสองแห่ง พร้อมตรวจยึดของกลาง 13 รายการ จำนวน 1,289,333 ชิ้น มูลค่ากว่า 20 ล้านบาท
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้รับเรื่องร้องเรียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ตรวจสอบการจำหน่ายผ้าอนามัย ที่ไม่มีเลขจดแจ้งและแสดงฉลากไม่ถูกต้องบนแพลตฟอร์มออนไลน์ จากการสืบสวนขยายผลทราบว่า ผลิตภัณฑ์บางรายการมีการขออนุญาตจดแจ้งกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจริง โดยมีการขออนุญาตเพียง 1 เลขจดแจ้ง แต่นำเลขไปใช้กับผลิตภัณฑ์รายการอื่นด้วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ซึ่งเครือข่ายดังกล่าวลักลอบนำสินค้าเข้ามาจากประเทศจีน โดยสั่งผลิตและนำเข้าสินค้าแล้วนำมาเก็บไว้ยังโกดังเพื่อรอคำสั่งซื้อจากลูกค้าในประเทศไทย แล้วแพ็คส่งให้ลูกค้าตามออเดอร์
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจนทราบถึงสถานที่จัดเก็บและจุดกระจายสินค้า ก่อนนำหมายศาลเข้าตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องในการกระทำความผิด จำนวน 2 แห่ง ประกอบด้วยสถานที่จัดเก็บสินค้า ในพื้นที่แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ โดยมี น.ส.อริยา (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี แสดงตัวเป็นผู้ดูแลและตรวจค้นสถานที่จัดเก็บและไลฟ์สด ภายในโกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บางน้ำจืด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยมี นายฑิตาธร (สงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี แสดงตัวเป็นผู้ดูแลตรวจยึดของกลางจำนวน 13 รายการ เป็นผ้าอนามัย จำนวน 11 รายการ รวม 1,288,804 ชิ้น วัตถุอันตราย จำนวน 2 รายการ รวม 572 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 20,200,000 บาท
สอบสวน น.ส.อริยา กล่าวอ้างว่า ตนเป็นผู้ดูแลสถานที่ดังกล่าว มีหน้าที่คอยรับผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจากประเทศจีนมาจัดเก็บไว้ที่โกดังดังแล้วแพ็คส่งตามออเดอร์ที่แอดมินชาวจีนส่งมาให้ในแต่ละวัน ซึ่งตนดำเนินกิจการต่าง ๆ แทนเจ้าของชาวจีน เนื่องจากมีความชำนาญด้านการแปลภาษาจีน มียอดขายวันละ 5,000 ชิ้น โดยทำมาแล้วประมาณ 8 เดือน เบื้องต้นแจ้งข้อหา “ขายเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง, ขายเครื่องสำอางที่ฉลากไม่แสดงฉลากภาษาไทย, ขายเครื่องสำอางปลอม, ขายวัตถุอันตรายโดยไม่มีฉลากหรือมีฉลากแต่ฉลากหรือการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง”
ภญ. สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า อย. มีความห่วงใยสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชนสุภาพสตรีเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากผ้าอนามัยเป็นผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสกับจุดซ่อนเร้นโดยตรงหากใช้ของปลอมหรือของเถื่อน หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจเสี่ยงต่อการระคายเคือง ผื่นคัน หรือการติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ได้ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อขอให้ตรวจสอบเลข อย. บนฉลากผลิตภัณฑ์ได้ที่ www.fda.moph.go.th และ Line@FDAThai และขอเตือนผู้ประกอบการให้ขออนุญาตนำเข้าเครื่องสำอางให้ถูกต้อง และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค หากตรวจพบจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด






