“เรืองไกร” ชี้การขอเลเซอร์ไอดีสมัครสมาชิกพรรค เป็นความยินยอม แต่กฎหมายครอบคลุมหรือไม่ ปัดเชื่อมโยงปมบาร์โค้ดอย่าคิดมากไป เผยสเปคเตอร์ซี” ของพรรคประชาชน หากพรรคถือหุ้นหรือได้ประโยชน์จริง อาจเข้าข่ายห้ามประกอบธุรกิจ-เสี่ยงยุบพรรค
วันนี้ (18ก.พ.) นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ นักกฎหมาย ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคการเมืองเก็บข้อมูลเลเซอร์ไอดีจากผู้ที่เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรค อาจส่งผลทำให้ข้อมูลของประชาชนรั่วไหลหรือไม่ ว่า ถ้าเราไปสมัครเป็นสมาชิกพรรค แล้วพรรคการเมืองขอเก็บเลเซอร์ไอดี แล้วเราให้ ก็จะเป็นความยินยอมทั้ง 2 ฝ่าย คนไม่รู้ก็จะไปบอกว่าเรื่องนี้ไปยินยอมกันได้หรือไม่ ต้องดูว่ากฎหมายครอบคลุมถึงเรื่องนี้หรือเปล่า อย่างถ้าไปที่ธนาคารเขาจะต้องนำบัตรประชาชนของเราไปเสียบเพื่อยืนยันตัวตน การที่บุคคลที่ 3 บอกว่าเขาจะไปทำอย่างนั้นอย่างนี้เราพิสูจน์ได้หรือไม่ เวลาขึ้นศาลในหลายๆคดี ศาลอาจจะบอกว่าเรื่องนี้เป็นการคาดเดาหรือคาดการณ์
เมื่อถามว่ามีคนไปเชื่อมโยงกับกรณีบาร์โค้ดที่อยู่บนบัตรเลือกตั้งว่าอาจจะทำให้ความลับรั่วไหลหรือไม่ นายเรืองไกร กล่าวว่า “Think to much” คิดมากไป ส่วนมุมมองกรณีบริษัท สเปคเตอร์ซี ของพรรคประชาชน นายเรืองไกร กล่าวว่า เรื่องนี้มีมุมที่น่าสนใจ ซึ่งน.ส.พรรณิการ์ วานิช อดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ ให้ข้อมูลเยอะไปหน่อยอาจจะมีผลย้อนเข้าตัวได้ ซึ่งตนกำลังเก็บรายละเอียดอยู่ แต่ยังไม่เห็นข้อเท็จจริงว่าพรรคการเมืองไปถือหุ้นบริษัท สเปคเตอร์ซี หรือไม่ ซึ่งถ้าพรรคประชาชนไปถือหุ้นบริษัทดังกล่าว ก็จะเข้าข่ายยุบพรรค ซึ่งเป็นข้อห้ามให้พรรคการเมืองประกอบธุรกิจ
“การพยายามแก้ต่าง การไปคลุมผ้า พานักข่าวไปดูพิธีล้างองล้างแอร์ ผมว่าไม่ใช่ ตกใจเร็วไปหน่อย เหมือนพยายามทำให้เรื่องที่ไม่ถูกให้มันถูก ส่วนที่อ้างว่าเอาพนักงานบัญชี พนักงานกฎหมาย หรือฝ่ายคอมพิวเตอร์ ไปฝากอีกบริษัทหนึ่ง ผมถามคำเดียวว่าพรรคได้ประโยชน์จากบริษัทนี้หรือไม่ หรือพรรคนำเงินกองทุนพัฒนาพรรคการเมืองไปจ่ายเป็นค่าจ้างหรือไม่ ถ้าผมเข้าไปตรวจยุ่งเลยนะ”






