“พล.ต.สมาน” พ่อหนุ่มคลั่ง เปิดชนวนลูกน้อยใจ ปมบ้านถูกยึด 5 วัน ก่อนก่อเหตุเผาบ้านและจบชีวิตตนเอง หลังพี่สาวนำไปขายฝาก ยันปืนสงคราม-ระเบิดไม่ใช่ของตน ไม่ทราบที่มา
วันนี้ (25 ก.ย.) เมื่อเวลา 13.00 น. ที่ซอยจรัสลาภ เขตบางพลัด พล.ต.สมาน เกษรอินทร์ ข้าราชการบำนาญ บิดาของนายสราวุธ หรือ “ต๊อก” ผู้ก่อเหตุ เดินทางมาติดตามความคืบหน้าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในบ้านพัก ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้กั้นพื้นที่โดยรอบ ห้ามบุคคลภายนอกเข้าไป
พล.ต.สมาน เปิดเผยว่า เดิมครอบครัวพักอาศัยอยู่ภายในบ้านหลังดังกล่าวรวม 4 คน กระทั่งวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีนำหมายศาลมาปิดประกาศบริเวณหน้าบ้าน พร้อมห้ามบุคคลภายนอกเข้าไปภายใน ทำให้สมาชิกในครอบครัวต้องแยกย้ายกันไปพักอาศัยที่อื่น
ภายหลังจึงทราบว่า ลูกสาวได้นำบ้านหลังดังกล่าวไปขายฝากในมูลค่า 50 ล้านบาท แต่ตนไม่ทราบว่าเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด ก่อนเรื่องจะเข้าสู่กระบวนการทางศาล และมีคำพิพากษาให้บริษัทเอกชนซึ่งรับขายฝากเป็นผู้ชนะคดี จนนำไปสู่การบังคับคดีและปิดกั้นบ้านเมื่อ 5 วันก่อน
ส่วนลูกชาย “ต๊อก” เป็นคนผูกพันกับสัตว์เลี้ยงภายในบ้านอย่างมาก ทั้งแมว สุนัข และปลาอัลลิเกเตอร์ รวมแล้วมากกว่า 20 ตัว โดยพยายามจะเข้าไปให้อาหารและดูแลสัตว์ แต่ถูกเจ้าหน้าที่กีดกันไม่ให้เข้าไปภายในบ้าน ทำให้เกิดความไม่สบายใจและอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดความเครียด
พล.ต.สมาน กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นลูกชายมีอาการทางจิตเวช และยืนยันว่าไม่ได้เสพยาเสพติดหรือดื่มสุรา จึงไม่ทราบแน่ชัดว่าอะไรเป็นชนวนให้เกิดอาการคลุ้มคลั่งจนก่อเหตุ
ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่พบอาวุธปืนสงครามและวัตถุระเบิดจำนวนมากภายในบ้าน พล.ต.สมาน ยืนยันว่าไม่ใช่อาวุธของตนเอง และไม่ทราบว่าลูกชายไปนำมาไว้จากที่ใด ขณะที่ศพที่พบภายในบ้าน ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นนายสราวุธ ลูกชายของตนหรือไม่ เนื่องจากไม่สามารถติดต่อลูกชายได้ตั้งแต่วันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา
เบื้องต้น พล.ต.สมานถูกตำรวจ สน.บางพลัด เชิญตัวไปให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับครอบครัวและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน ตำรวจ EOD ตำรวจนครบาล เจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตำรวจกลาง เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อเก็บรวบรวมพยานหลักฐานประกอบสำนวนคดี โดยเจ้าหน้าที่ยังคงกั้นพื้นที่และไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าไปภายในบ้าน






