เจ้าหน้าที่บุกช่วยสัตว์ป่าและสัตว์แปลก เกือบ 400 ตัว ถูกแก๊งค้าสัตว์อำพรางสแลนดำทิ้งไว้ข้างป่าอ้อย จ.สระแก้ว พบสภาพสุดสลด ทั้งสลอธ งู และเต่า อัดแน่นในตะกร้าจนอิดโรยปางตาย ล่าสุด รมว.ทส. สั่งการด่วนที่สุด “ช่วยสัตว์ก่อน” พร้อมจับมือตำรวจ ปทส.ล่าตัวขบวนการข้ามชาติมาลงโทษ!
วันนี้ (11 มี.ค.) นายยศสวัสดิ์ เธียรสวัสดิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) เปิดเผยถึงปฏิบัติการการลักลอบค้าสัตว์ป่าครั้งใหญ่ในพื้นที่ชายแดนว่า เมื่อวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) ภายใต้การนำของ นายสมฤกษ์ ศุภมิตรกฤษณา ผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า ได้สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหาด เข้าตรวจสอบพื้นที่บริเวณข้างป่าอ้อย ทิศตะวันออกของหมู่บ้านคลองไผ่ หมู่ที่ 3 ต.ไทรทอง อ.คลองหาด จ.สระแก้ว หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบวัตถุต้องสงสัยถูกอำพรางด้วยสแลนสีดำวางทิ้งไว้ในจุดดังกล่าว
จากการเข้าตรวจสอบ เจ้าหน้าที่พบสัตว์ป่านานาชนิดและสัตว์ต่างประเทศ (Exotic Pets) จำนวนมาก ถูกอัดแน่นอยู่ในกล่องลังและตะกร้าพลาสติก รวมทั้งสิ้น 366 ชีวิต ประกอบด้วย สลอธ 2 ตัว, งู 172 ตัว, เต่าญี่ปุ่น 58 ตัว (พบซาก 3 ตัว), เต่าบก 16 ตัว, กิ้งก่า 47 ตัว, ตุ๊กแก 25 ตัว และตะพาบ 46 ตัว โดยสัตว์ทั้งหมดอยู่ในสภาพอิดโรยอย่างหนักจากการขาดน้ำและอาหารเป็นเวลานาน
ภายหลังรับทราบรายงานเหตุการณ์ดังกล่าว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้สั่งการด่วนที่สุดให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งระดมกำลังเพื่อช่วยเหลือชีวิตสัตว์ทั้งหมดให้ปลอดภัยเป็นลำดับแรก พร้อมกำชับไปยังอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช (ออส.) ให้ดำเนินการสืบสวนเชิงลึกประสานความร่วมมือกับตำรวจ ปทส.เพื่อแกะรอยติดตามตัวผู้อยู่เบื้องหลังขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติรายนี้มาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
สำหรับการดูแล เบื้องต้น สัตวแพทย์หญิง ศุภลักษณ์ ประจันทร์ พร้อมทีมสัตวแพทย์และเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสัตว์ป่าอรัญประเทศ ได้เข้าทำการปฐมพยาบาลและให้น้ำแก่สัตว์ที่มีอาการวิกฤตในจุดเกิดเหตุทันที ก่อนจะดำเนินการเคลื่อนย้ายสัตว์ของกลางทั้งหมดไปอยู่ในความดูแลของสถานีเพาะเลี้ยงนกน้ำบางพระ จังหวัดชลบุรี เพื่อรับการฟื้นฟูสภาพร่างกายตามระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ต่อไป
นายยศสวัสดิ์ระบุทิ้งท้ายว่า การนำสัตว์มาทิ้งครั้งนี้คาดว่าเป็นผลจากการยกระดับมาตรการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนอย่างเข้มงวดตามนโยบายของกระทรวงฯ ทำให้ขบวนการลักลอบเกรงกลัวความผิดและไม่สามารถเคลื่อนย้ายสัตว์ออกนอกพื้นที่ได้ จึงตัดสินใจนำมาทิ้งไว้ ซึ่งทางหน่วยงานจะยังคงยืนหยัดมาตรการเชิงรุกเพื่อกวาดล้างขบวนการเหล่านี้ให้หมดไปจากพื้นที่อย่างเด็ดขาด






