ศาลแพ่งสั่งอายัดทรัพย์ เครือข่ายสแกมเมอร์ 1.3 หมื่นล้าน “แตงไทยฯ-เบน สมิธ-ยิม เลียก-ก๊ก อาน-เฉิน จื้อ” ปปง.อาจสั่งให้นำทรัพย์สินขายทอดตลาดชดใช้ผู้เสียหาย
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ได้เผยแพร่เอกสารข่าวแจกกรณี ศาลแพ่งมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีฉ้อโกงประชาชนของขบวนการสแกมเมอร์เป็นการชั่วคราวในระหว่างการพิจารณาคดี โดยมีมูลค่ารวมกว่า 13,074 ล้านบาท หลัง ปปง.ประสานงานส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาล
นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. เปิดเผยว่า คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นตามมติของคณะกรรมการธุรกรรม ปปง. เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 ที่เห็นควรให้เลขาธิการ ปปง. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากพิจารณาคำขอเพิกถอนการยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราวของผู้มีส่วนได้เสียแล้ว ไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้รับฟังได้ว่าทรัพย์สินนั้นมิใช่ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด. ต่อมาเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. ได้มอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งสำนวนไปยังพนักงานอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณายื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินในคดีสำคัญ 4 รายคดี รวมมูลค่าประมาณ 13,074 ล้านบาท
ปัจจุบัน พนักงานอัยการได้ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งแล้ว ซึ่งศาลแพ่งได้พิเคราะห์พยานหลักฐานในชั้นไต่สวนและมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจมีการโอน จำหน่าย หรือยักย้ายทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จึงมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินดังกล่าวไว้ชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น ตามมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยให้เลขาธิการ ปปง. เป็นผู้ดำเนินการยึด อายัด และเก็บรักษาทรัพย์สิน
รายละเอียด 4 รายคดีสำคัญที่ถูกยึดและอายัดทรัพย์สินชั่วคราว ได้แก่:
1.รายคดี นางสาวแตงไทยฯ กับพวก (กรณี MR.LEAK YIM, นางวิรินยาฯ, MR.SMITH BEN และนางสาวแคทรียาฯ) ศาลแพ่งรับเป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ 31/2569 มีคำสั่งเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 มูลค่าประมาณ 12,123 ล้านบาท
2.รายคดี นายเฉิน จื้อ กับพวก ศาลแพ่งรับเป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ 25/2569 มีคำสั่งเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 มูลค่าประมาณ 345 ล้านบาท
3.รายคดี นายก๊ก อาน กับพวก ศาลแพ่งรับเป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ 29/2569 มีคำสั่งเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 มูลค่าประมาณ 560 ล้านบาท
4.รายคดี นายเอื้ออังกูรฯ กับพวก ศาลแพ่งรับเป็นคดีหมายเลขดำที่ ฟ 20/2569 มีคำสั่งเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 มูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท
นายวิทยายังกล่าวเสริมว่า หากทรัพย์สินที่ศาลสั่งยึดหรืออายัดไว้ชั่วคราวในทั้ง 4 รายคดี ไม่เหมาะสมที่จะเก็บรักษาไว้ หรือหากเก็บรักษาไว้จะเป็นภาระแก่ทางราชการ เช่น รถยนต์ หรือเรือยอร์ช เลขาธิการ ปปง. อาจสั่งให้นำทรัพย์สินประเภทดังกล่าวออกขายทอดตลาดและเก็บรักษาไว้เป็นเงินแทนได้ ตามมาตรา 57 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 นอกจากนี้ ในรายคดีดังกล่าวข้างต้น หากมีผู้เสียหายในความผิดมูลฐาน สำนักงาน ปปง. จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานตามกฎหมาย และส่งเรื่องให้พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้ศาลนำเงินหรือทรัพย์สินในรายคดีดังกล่าว มาคืนหรือชดใช้คืนให้แก่ผู้เสียหาย แทนการสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป เพื่อเป็นการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำความผิด
สำหรับความเคลื่อนไหวครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นสัญญาณคุมเข้มอาชญากรรมการเงินครั้งใหญ่ในยุครัฐบาลของนายอนุทิน ที่ประกาศเดินหน้าปราบปราบหลอกลวงข้ามชาติอย่างจริงจัง เร่งรัดอายัด–ยึด–ขายทรัพย์ เพื่อตัดวงจรทุนสีเทาและทวงความเป็นธรรมให้ประชาชนผู้เสียหาย.






