ตำรวจไซเบอร์ทลาย 2 เครือข่ายสแกมเมอร์ รวบเพิ่ม 5 ผู้ต้องหา ตระเวนถอนเงินซื้อทองฟอกเงินส่งนายทุนจีน เหยื่อสูญกว่า 8.4 ล้านบาท
วันนี้ (2 พ.ย.) ที่กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2 (บก.สอท.2) พล.ต.ต.อรุษ แสงจันทร์ รองผู้บัญชาการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (รอง ผบช.สอท.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ช่วยราชการ บช.สอท. ร่วมแถลงผลปฏิบัติการตัดวงจรทางการเงินเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ หลังพบพฤติการณ์ตระเวนถอนเงินสดและกว้านซื้อทองคำแท่ง เพื่อแปลงสภาพอำพรางเส้นทางการเงิน ก่อนส่งต่อให้นายทุนชาวจีน
สำหรับปฏิบัติการแรก เป็นการขยายผลจากปฏิบัติการ “จับเงาเหนือบัญชีม้า” ซึ่งก่อนหน้านี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 8 ราย ล่าสุดเจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผลจับกุมผู้ควบคุมบัญชีม้าเพิ่มเติมอีก 2 ราย ได้แก่ น.ส.อภิวรรณ อายุ 33 ปี จับกุมได้ที่บ้านพักใน อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี และนายธัญพิสิษฐ์ อายุ 47 ปี จับกุมได้ที่ป๊อปปูล่าคอนโด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี
จากการสืบสวนพบว่า เครือข่ายดังกล่าวมีพฤติการณ์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ค่ายโทรศัพท์มือถือและตำรวจ สภ.เมืองระนอง โทรศัพท์ข่มขู่หลอกลวงนักศึกษาให้โอนเงิน มีมูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท จากนั้นสั่งการให้เจ้าของบัญชีม้านำเงินที่ได้ไปโอนซื้อทองคำ ก่อนนำทองไปขายให้ร้านหลอมทองเพื่อเปลี่ยนกลับเป็นเงินสด แล้วส่งต่อให้ผู้สั่งการชาวจีน เพื่ออำพรางเส้นทางการเงิน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาสนับสนุนการฉ้อโกงประชาชน นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ จัดหาหรือซื้อขายบัญชีม้า และร่วมกันฟอกเงิน
ส่วนปฏิบัติการที่ 2 เป็นการขยายผลคดีเครือข่ายสแกมเมอร์สร้างเพจปลอมหลอกขายต้นมะกอก ก่อนใช้กลอุบายชักชวนผู้เสียหายร่วมทำกิจกรรมเพื่อรับส่วนลด โดยหลอกให้โอนเงินเข้าระบบ เมื่อผู้เสียหายต้องการถอนเงินกลับพบว่าระบบถูกล็อก จากนั้นคนร้ายอ้างว่าต้องโอนเงินเพื่อรีเซตระบบ ทำให้มีผู้เสียหายสูญเงินรวม 6,481,165 บาท
คดีนี้เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดนนทบุรีออกหมายจับผู้ต้องหา 6 ราย และสามารถติดตามจับกุมได้แล้ว 3 ราย ประกอบด้วย นายทินกร อายุ 38 ปี ทำหน้าที่ถอนเงินสด น.ส.ขัตติยา อายุ 35 ปี ทำหน้าที่รับเงินสด และ น.ส.อรอุมา อายุ 31 ปี ทำหน้าที่ถอนเงินและนำเงินไปแปลงสภาพเป็นทองคำ
ทั้งหมดถูกแจ้งข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์
พล.ต.ต.อรุษ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินเพิ่มเติม เพื่อติดตามดำเนินคดีกับนายทุนชาวจีนและผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมเดินหน้าตัดวงจรเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ไม่ให้กลับมาก่อเหตุซ้ำอีก






