ภายหลังรัฐบาลโดยการนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาภายใต้นโยบายการพัฒนาที่หลากหลาย และกีฬาก็เป็นหนึ่งในนโยายด้านสังคมที่รัฐบาลพร้อมจะขับเคลื่อนการพัฒนาเช่นกัน เพื่อเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมและสะท้อนมุมมองของประชาชนในมิติที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนากีฬาของประเทศ KBU SPORT POLL โดยศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต ร่วมกับสถาบันการจัดการกีฬาเพื่อองค์กรกีฬา (WISDOM) และเพจ บี บางปะกง จึงสำรวจความคิดเห็นประชาชนเรื่อง “รัฐบาลกับความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อการพัฒนากีฬาชาติ”
สำหรับการสำรวจดังกล่าวดำเนินการผ่านระบบออนไลน์และสอบถามทางโทรศัพท์ ระหว่างวันที่ 20-22 เมษายน 2569 โดยกลุ่มตัวอย่างเป็นประชาชนทั่วไปซึ่งมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป กระจายทั่วทุกภูมิภาคจำนวน 1,103 คน แบ่งเป็นเพศชาย 712 คน คิดเป็นร้อยละ 64.56 เพศหญิง 306 คน คิดเป็นร้อยละ 27.74 และ LGBTQIA+ 85 คน คิดเป็นร้อยละ 7.70 ซึ่งผลการวิเคราะห์ในภาพรวม
เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลที่มีต่อการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการกีฬาชาติ ส่วนใหญ่ร้อยละ 29.10 เชื่อมั่นค่อนข้างมาก รองลงมา ร้อยละ 25.32 เชื่อมั่นน้อย, ร้อยละ 22.90 เชื่อมั่นมาก, ร้อยละ 14.55 เชื่อมั่นค่อนข้างน้อย, ร้อยละ 5.00 ไม่แสดงความคิดเห็น และร้อยละ 3.13 ไม่เชื่อมั่นเลย
ขณะที่ความคาดหวังที่ต้องการให้รัฐบาลขับเคลื่อนการพัฒนากีฬาชาติ ส่วนใหญ่ ร้อยละ 30.80 สนับสนุนงบประมาณให้เพียงพอและเหมาะสม รองลงมา ร้อยละ 27.00 สนับสนุนและให้ความสำคัญกับการพัฒนากีฬามวลชนและการออกกำลังกายของประชาชนเป็นวิถีชีวิต, ร้อยละ 23.62 สนับสนุนการพัฒนากีฬาอาชีพและการแข่งขันระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง, ร้อยละ 9.20 สนับสนุนการวางรากฐานการพัฒนาที่สอดคล้องกับสภาวการณ์, ร้อยละ 7.92 สนับสนุนการจัดตั้งกระทรวงกีฬา และอื่นๆร้อยละ 1.46
ปัญหาของวงการกีฬาที่ต้องการให้ปรับปรุงแก้ไข ส่วนใหญ่ร้อยละ 27.66 ปัญหาการแสวงหาผลประโยชน์และทุจริต รองลงมา ร้อยละ 25.10 ปัญหางบประมาณไม่เพียงพอต่อการส่งเสริมและสนับสนุน, ร้อยละ 22.85 ปัญหาโอกาสการเข้าถึงสถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวกของหน่วยงานภาครัฐสำหรับการออกกำลังกายและเล่นกีฬาของประชาชน, ร้อยละ 15.32 ปัญหาสวัสดิการและความความล่าช้าในการเบิกค่าเบี้ยเลี้ยงของนักกีฬาทีมชาติ, ร้อยละ 6.74 ปัญหาความต่อเนื่องและความเหลื่อมล้ำในการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนา และอื่นๆร้อยละ 2.33
ผศ.ดร.รัฐพงศ์ บุญญานุวัตร ผู้อำนวยการศูนย์นวัตกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากผลการสำรวจพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีความเชื่อมั่นต่อการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนากีฬาของรัฐบาลอยู่ในระดับค่อนข้างมาก แต่ในทางกลับกันอาจจะเป็นเพราะว่าในระยะเวลาที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีไม่ค่อยจะแสดงออกหรือมีมุมมองที่เกี่ยวกับการกีฬามากนักจึงทำให้ประชากรกลุ่มตัวอย่างกลุ่มหนึ่งกลับมีความเชื่อมั่นอยู่ในระดับน้อย สำหรับมิติการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนากีฬาของรัฐบาลนั้นจะเห็นได้ว่าในระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลเกือบจะทุกชุดจะนำการกีฬาไปแทรกไว้ในมิติทางสังคม ซึ่งผลที่ตามมาไม่ค่อยจะตอบโจทย์และทันกับสภาวการณ์เปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบันมากนัก แต่ทั้งนี้ถ้ารัฐบาลชุดนี้ตระหนักและให้ความสำคัญในการเดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนากีฬาควบคู่ไปกับการพัฒนาด้านต่างๆดังนโยบายที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาและจับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรมก็จะเป็นหนึ่งในมิติที่ประชาชนจะเห็นแสงสว่างและมีความเชื่อมั่นตามมา
อย่างไรก็ตามในการสำรวจครั้งนี้นอกจากประชาชนจะคาดหวังให้รัฐบาลสนับสนุนเกี่ยวกับงบประมาณให้เพียงพอแล้ว อีกประเด็นที่สำคัญคือการสะสางและแก้ปัญหาการแสวงหาผลประโยชน์และทุจริตซึ่งเป็นปัญหาที่เกาะเกี่ยวกับวงการกีฬาไทยมาอย่างยาวนาน ตลอดจนปัญหาอื่นๆที่เกี่ยวข้อง และเหนืออื่นใดมุมมองหรือเสียงสะท้อนของประชาชนจากผลการสำรวจดังกล่าวถ้ารัฐบาลตระหนักและให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการพัฒนาการกีฬาของประเทศควบคู่ไปกับมิติต่างๆอย่างจริงจังโดยไม่ปล่อยให้การกีฬาต้องตามหลังหรือเปรียบเสมือนลูกเมียน้อยอย่างที่ผ่านมาก็จะส่งผลดีต่อสังคมและประเทศชาติโดยรวม






