“ลุงสนม”สัปเหร่อหื่น! ยังปากแข็ง อ้างเหยื่อยินยอม ตร.ฝากขังพรุ่งนี้ (4 มี.ค.) ค้านประกัน เตรียมล้างป่าช้าทำบุญอุทิศส่วนกุศลศพทารกที่ถูกฝังจำนวนมากในสุสานของสำนัก
วันนี้ ( 3 มี.ค.) ที่ กองปราบปราม พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รอง ผบก.ป. กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีจับกุมนายสนม ผิวบาง หรือ ลุงสนม สัปเหร่อชื่อดังจังหวัดอ่างทอง อนาจารผู้เสียหาย 7 ราย ขณะทำพิธีแก้คุณไสยว่า เบื้องต้นจากการสอบปากคำสัปเหร่อสนมยังคงให้การภาคเสธ โดยยอมรับเฉพาะในข้อเท็จจริง คือกระทำกับผู้เสียหายจริง แต่อ้างว่าผู้เสียหายยินยอม โดยระหว่างสอบปากคำเหร่อสนมก็มีอาการเครียดอย่างเห็นได้ชัด
พ.ต.อ.ปทักข์ กล่าวต่อว่าทั้งนี้ขณะเข้าจับกุมยังได่ยึดมีดหมอและลูกกาเราะ ที่สัปเหร่อสนมใช้ในการทำพิธี และได้ใช้สิ่งเหล่านี้สัมผัสละเมิดร่างกายของผู้เสียหาย รวมถึงทำให้ผู้เสียหายหวาดกลัวว่าจะโดนทำร้าย จนไม่กล้าขัดขืน ซึ่งปัจจุบันมีผู้เสียหายมาแจ้งความแล้ว 7 คน และได้ออกหมายจับไว้แล้ว 7 หมาย ในข้อหากระทำการอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี ต่อหน้าธารกำนัล โดยใช้กำลังประทุษร้าย และใช้วัตถุล่วงล้ำอวัยวะเพศบุคคลอื่น เป็นการกระทำต่างวาระ แต่ตำรวจเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายรายอื่นอีกเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่กล้าแจ้งความ จึงอยากประชาสัมพันธ์หากมีผู้เสียหายรายอื่นตกเป็นเหยื่อขอให้เข้าแจ้งความกับตำรวจ ทางตำรวจพร้อมรับแจ้งความและจะปกปิดข้อมูลผู้เสียหายเป็นความลับ
พ.ต.อ.ปทักข์ กล่าวด้วยว่า พยานหลักฐานอย่างมีดหมอและลูกกาเราะที่ตรวจยึดได้ หากมีการชะล้างไปแล้ว ไม่ใช่กรณีที่เพิ่งเกิด อาจไม่สามารถตรวจหาดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับผู้เสียหายได้ แต่ทางตำรวจก็มั่นใจในพยานหลักฐาน เพราะมีคำให้การจากผู้เสียหายและพยานบุคคลจำนวนมาก โดยวันนี้จะมีการนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติม และเตรียมนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญาภายในวันพรุ่งนี้ (4 มี.ค.) พร้อมคัดค้านการประกันตัว ส่วนภรรยาของสัปเหร่อสนมจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและคำให้การของผู้เสียหาย ว่ามีพฤติการณ์ร่วมในการกระทำความผิดด้วยหรือไม่ หรือเพียงอยู่ด้วยกันเฉย ๆ ในฐานะสามีภรรยา แต่หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด ตำรวจก็จะดำเนินคดีทั้งหมด
“ส่วนร่างเด็กทารกที่นำมาประกอบพิธีและถูกฝังไว้ที่สุสานในพื้นที่ จ.อ่างทอง เชื่อว่าน่าจะมีร่างทารกจำนวนมาก เพราะก่อตั้งสำนักมานาน 46 ปีแล้ว ทางบก.ป.จะประสานตำรวจสภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เป็นผู้ดำเนินการ และหากพนักงานสอบสวน สภ.วิเศษชัยชาญ เห็นว่าพยานหลักฐานใดเป็นประโยชน์ต่อการทำคดีลวนลามนักข่าวช่องดัง ที่ยังค้างอยู่ที่ สภ.วิเศษชัยชาญอีก 1 คดี ทาง บก.ป.ก็จะส่งพยานหลักฐานต่าง ๆ ไปให้ดำเนินการต่อ” รอง ผบก.ป.กล่าว
ด้าน พ.ต.อ.พัทธนันท์ ทรงสมถวิล ผกก. สภ.วิเศษชัยชาญ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการประสานญาติของทารกที่นำมาทำพิธี เพื่อเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ นำไปเทียบกับร่างทารก โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 15 มีนาคม 2569 ซึ่งขณะนี้มีญาติเดินทางมาติดต่อทั้งหมด 3 เคสแล้ว และสามารถตรวจพิสูจน์คืนร่างทารกไปแล้ว 2 เคส หากหลังจากนี้ไม่มีญาติเดินทางเข้ามาติดต่อเพื่อขอรับร่างทารกกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ทางตำรวจพร้อมด้วยสำนักงานพระพุทธศาสนาจ.อ่างทอง ก็จะดำเนินการรื้อสุสานล้างป่าช้า และทำบุญครั้งใหญ่ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ทารกที่ถูกฝังในสุสานแห่งนี้ โดยมีกำหนดการเบื้องต้นเป็นช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้






