ตำรวจ ปคม. ทลายเครือข่ายหลอกลวงคนไทยเปิดบัญชีม้าขายแก๊งสแกมเมอร์ฝั่งกัมพูชา เผยมีเหยื่อตหลงเชื่อกว่า 200 ราย สร้างความเสียหายกว่า 600 ล้านบาท
วันนี้ ( 5 มี.ค.) พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม. สั่งการ พ.ต.อ.ก่อเกียรติ วุฒิจำนงค์ ผกก.1 บก.ปคม. นำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 3 จุด ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี,จันทบุรี และ จ.เชียงใหม่ จับกุมเครือข่ายหลอกลวงชาวบ้านสแกนหน้า-เปิดบัญชีม้าให้แก๊งสแกมเมอร์ได้ 4 ราย ประกอบด้วย นายขันติชัย อายุ 40 ปี , น.ส.อชิรญา อายุ 21 ปี , น.ส.วราพร อายุ 18 ปี และ นายประสพโชค อายุ 52 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา “ร่วมกันค้ามนุษย์จากการบังคับใช้แรงงาน, ร่วมกันค้ามนุษย์ตั้งแต่สามคนขึ้นไป ในลักษณะองค์กรอาชญากรรม, ร่วมกันใช้อุบายหลอกลวง ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อพาหรือส่งบุคคลออกไปนอกราชอาณาจักร”
สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ได้มีคนไทยจำนวนมากถูกหลอกลวงให้เดินทางข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา ก่อนบังคับให้สแกนใบหน้าเปิดบัญชีม้าให้กับแก๊งอาชญากรออนไลน์ ซึ่งที่ผ่านมามีเหยื่อหลายรายต้องตกเป็นผู้ต้องหาบัญชีม้าจากการถูกหลอกให้เปิดบัญชีม้าโดยขบวนการดังกล่าวเป็นจำนวนมาก
หลังรับเรื่องเจ้าหน้าที่จัดกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแส กระทั่งพบว่าขบวนการดังกล่าวมีโครงข่ายเป็นองค์กรอาชญากรรม แบ่งหน้าที่กันทำอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่คนโพสต์ข้อความประกาศรับสมัครคนทำงาน “แอดมินตอบแชทลูกค้า” สามารถทำงานที่บ้านได้ (Work from home) ผ่านทางเพจเฟซบุ๊กต่าง ๆ พร้อมเสนอค่าตอบแทนสูง โดยใช้วุฒิการศึกษาเพียงชั้น ม.6 เพื่อดึงดูดใจ เมื่อมีผู้หลงเชื่อ กลุ่มคนร้ายก็จะออกอุบายว่าก่อนเริ่มงานจริง ผู้สมัครจะต้องเข้ารับการฝึกงานที่ จ.สระแก้ว หรือ จ.จันทบุรี แล้วแต่กรณี เพื่อสร้างความเชื่อใจ
โดยกลุ่มคนร้ายจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางและที่พักทั้งหมด แต่เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อยอมเดินทางไปถึงจุดนัดหมาย ก็จะมีกลุ่มชายฉกรรจ์ มารับตัวแล้วพาข้ามไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนนำตัวไปคุมขังบังคับให้สแกนหน้าเปิดบัญชีม้าให้ อีกทั้งจากแนวทางสืบสวนยังพบอีกว่า ที่ผ่านมา เครือข่ายดังกล่าวมีการหลอกลวงเหยื่อคนไทยไปเป็นบัญชีม้ามากกว่า 200 ราย สร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่ากว่า 600 ล้านบาท
ต่อมาเจ้าหน้าที่แกะรอยพิสูจน์ทราบตัวกลุ่มบุคคลที่ร่วมกันกระทำผิด จึงนำมาสู่การออกหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 6 ราย ก่อนกระจายกำลังเข้าตรวจค้นจนสามารถจับกุมผู้ต้องหากลุ่มนี้ ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนตรวจสอบบัญชีธนาคาร และ ปรับวงเงินการทำธุรกรรม รวมถึงเป็นคนพาผู้เสียหายเปิดบัญชีธนาคารออนไลน์ และ นำพากลุ่มผู้เสียหายเดินทางข้ามไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ได้จำนวน 4 ราย ดังกล่าว
จากการสอบสวนผู้ต้องหา 3 รายแรก ให้การรับสารภาพว่า เดิมทีเคยหางานผ่านช่องทางออนไลน์เช่นกัน และถูกชักชวนให้เข้าร่วมเป็นผู้จัดหาบัญชีม้าให้กับเครือข่ายสแกมเมอร์ โดยได้รับค่าจ้างในการตรวจสอบบัญชีคนละ 1,000 บาท ส่วนนายประสพโชค ผู้ต้องคนสุดท้าย ให้การรับสารภาพว่า ทำหน้าที่ลักลอบขนคนข้ามฝั่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางธรรมชาติได้รับค่าจ้างครั้งละ 3,000-5,000 บาท จึงนำตัวส่ง พนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคม. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป






