ลอนดอน – นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงและนักเคลื่อนไหวชาวบาโลชที่ลี้ภัย ต่างออกมาเตือนครั้งใหม่ หลังอิหร่านเสนอสิ่งที่เรียกว่า “เช็คเปล่าทางการทูตและการเงิน” ให้แก่ปากีสถาน ระหว่างการประชุมระดับสูงในราวัลปินดี — ท่าทีที่หลายฝ่ายมองว่าอาจเร่งให้เกิดความไม่มั่นคงด้านนิวเคลียร์ในตะวันออกกลาง
อาลี ลารีจานี หัวหน้าสภาความมั่นคงแห่งชาติอิหร่าน พบกับผู้บัญชาการทหารของปากีสถาน จอมพล ไซยิด อาซิม มูนีร์ พร้อมกล่าวชื่นชมปากีสถานว่าเป็น “ประเทศที่รักและน่านับถือ” และบ่งชี้ถึงความต้องการของเตหะรานในการเสริมความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แม้ปากีสถานยืนยันว่าการเจรจาเน้นเรื่องต่อต้านก่อการร้ายและความมั่นคงชายแดน แต่ผู้วิจารณ์ชี้ว่าช่วงเวลาที่เกิดขึ้นนั้นชวนให้เกิดคำถามสำคัญ
ตามคำกล่าวของกลุ่มการเมืองบาโลชและนักวิเคราะห์อิสระหลายราย การเคลื่อนไหวนี้อาจสะท้อนถึงความเป็นไปได้ที่ปากีสถานจะถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคงที่อ่อนไหวให้แก่อิหร่าน ซึ่งตลอดมาถูกจับตาอย่างหนักเกี่ยวกับความตั้งใจด้านนิวเคลียร์ของตน ความกังวลยิ่งทวีขึ้น หลังรัฐมนตรีพลังงานของตุรกี อัลปาร์สลัน บายรักตาร์ เดินทางพบมูนีร์ในราวัลปินดีเช่นกัน แม้ทั้งสองฝ่ายระบุว่าพูดคุยกันเรื่องพลังงาน แต่ผู้สังเกตการณ์บางรายเห็นว่า อังการาอาจสนใจเข้าถึงศักยภาพด้านนิวเคลียร์ผ่านปากีสถานด้วย
นักเคลื่อนไหวบาโลชที่ลี้ภัยเตือนว่า การจับมือกันระหว่างปากีสถาน–อิหร่าน–ตุรกี อาจ “ปรับโฉมภูมิทัศน์นิวเคลียร์ของภูมิภาคใหม่” โดยนักวิเคราะห์รายหนึ่งมองว่า “เช็คเปล่า” ของอิหร่านคือความพยายามในการอัดฉีดเงินให้ปากีสถานเพื่อแลกกับผลประโยชน์เชิงยุทธศาสตร์ อีกทั้งวิกฤตเศรษฐกิจของปากีสถานและประวัติการแพร่กระจายนิวเคลียร์ในอดีต ทำให้ความกังวลดังกล่าวปฏิเสธได้ยาก
ผู้เชี่ยวชาญยังชี้ถึงการโหมโฆษณาชวนเชื่อของ ISIS ที่อ้างว่ากลุ่มอาจได้อุปกรณ์นิวเคลียร์จากปากีสถาน — แม้หน่วยข่าวกรองปฏิเสธคำกล่าวนี้ แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้ความกังวลด้านความมั่นคงและการก่อการร้ายพุ่งสูงขึ้น
นักวิจัยด้านความมั่นคงยุโรปเตือนว่า หากปากีสถานขยายรัศมีด้านนิวเคลียร์ไปสู่อิหร่านหรือตุรกี อาจก่อให้เกิดการแข่งขันสะสมอาวุธที่สร้างความไม่มั่นคงอย่างรุนแรงต่อภูมิภาค ขณะที่นักการทูตตะวันตกระบุว่า ขณะนี้ผู้กำหนดนโยบายของอังกฤษและสหภาพยุโรปกำลังถกเถียงกันว่า จำเป็นต้องเพิ่มแรงกดดันต่ออิสลามาบาดหรือไม่
แม้ยังไม่มีรัฐบาลใดยืนยันข้อกล่าวหาเหล่านี้ แต่นักวิเคราะห์เห็นตรงกันอย่างหนึ่งว่า การเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ของอิหร่านครั้งนี้ ได้ทำให้คำถามเกี่ยวกับเจตจำนงด้านนิวเคลียร์ของปากีสถานกลับมาสะท้อนในเวทีโลกอีกครั้ง — และอาจไม่ใช่เรื่องที่ทั่วโลกจะเพิกเฉยได้อีกต่อไป






