จีน “เคารพและเข้าใจ” ถึงความทะเยอทะยานของอินเดีย ในการก้าวมาเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งของอินเดียเมื่อช่วงกลางสัปดาห์
ถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่โดยกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ระบุว่าจุดยืนดังกล่าวของปักกิ่ง เป็นการแสดงออกโดย นายหม่า เจาซี่ว์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน
“ฝ่ายจีนแสดงความสนับสนุน ความสำเร็จของประชุมซัมมิต BRICS ในอินเดีย” กระทรวงการต่างประเทศระบุในถ้อยแถลง “นอกจากนี้แล้; รัฐมนตรีช่วยหม่า ยังสื่อสารว่าจีนเข้าใจและเคาระความทะเยอทะยานของอินเดีย ในการเป็นสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ”
วิกรม มีศรี รัฐมนตรีต่างประเทศอินเดีย ได้พูดคุยหารือเชิงยุทธศาสตร์กับพม่า ซึ่งเดินทางเยือนอินเดีย เพื่อเข้าร่วมประชุม Sherpa Meeting ของกลุ่ม BRICS
ซู เฟยหง เอกอัครราชทูตจีนประจำอินเดีย โพสต์ข้อความบนสื่อสังคมออนไลน์หลังการประชุม ระบุว่าทั้ง 2 ประเทศควรกระชับความไว้วางใจกันมากขึ้นและขยายขอบเขตความร่วมมือ บริหารจัดการความเห็นต่างอย่างมาเหมาะสมและส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์
ถ้อยแถลงของอินเดียระบุเช่นกันว่า ทั้ง 2 ประเทศ ตระหนักถึงความจำเป็นที่ต้องหาข้อสรุปแต่เนิ่นๆเกี่ยวกับข้อตกลงการบริการทางอากาศ หลังจากเที่ยวบินตรงระหว่างจีนและอินเดียกลับมาเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการอีกครั้งในเดือนตุลาคม 2025 หลังจากหยุดไปนาน 5 ปี
นอกจากนี้แล้วทั้ง 2 ฝ่ายยังเห็นพ้องสนับสนุนการทำงานของอีกฝ่าย ในฐานะประธาน BRICS สำหรับปี 2026 และ 2027 โดยที่ อินเดีย ได้เข้าทำหน้าที่ประธาน BRICS ในปีนี้
ความสัมพันธ์ที่อบอุ่นระหว่าง 2 ชาติ เริ่มขึ้นตามหลังการพบปะกันระหว่างนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดีย กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ในเดือนตุลาคม 2024 รอบนอกการประชุม BRICS ในเมืองคาซาน ประเทศรัสเซีย
ทั้งคู่พบปะกันอีกครั้ง ณ เวทีประชุมองค์กรความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ ในเทียนจิน เดือนกันยายน 2025 ซึ่งพวกเขาเห็นพ้องยกระดับความร่วมมือ
อินเดีย มีแผนยกเลิกข้อจำกัดต่างๆนานาที่กำหนดกับบรรดาบริษัทจีนที่เข้าร่วมประมูลสัญญาจ้างต่างๆของรัฐบาล ในขณะที่ข้อจำกัดเหล่านั้นถูกนำมาบังคับใช้ ตามหลัง 2 ฝ่ายเกิดการปะทะตามแนวชายแดนในปี 2020
เมื่อเดือนธันวาคม จีนเริ่มดำเนินการระบบยื่นคำขอทางออนไลน์ เพื่อเร่งรัดกระบวนการวีซ่าสำหรับนักเดินทางชาวอินเดีย ขณะเดียวกันนิวเดลีก็ยกเลิกการตรวจสอบพินิจพิเคราะห์ทางราชการต่างๆนานาและหั่นกรอบเวลาพิจารณาอนุมัติวีซาให้สั้นลงไม่ถึง 1 เดือน เปิดทางออกวีซ่าธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบอาชีพชาวจีนแบบเร่งด่วน
(ที่มา:อาร์ทีนิวส์)






