สองหนุ่มชาวจีนวัย 18 ปี ถูกขบวนการพาเข้าพื้นที่ชายแดน “เท” กลางทาง หลบซ่อนตัวในสวนยางพาราหลายวันจนหิวโซ ต้องออกมาขอข้าวชาวบ้านประทังชีวิต สุดท้ายถูกเจ้าหน้าที่ตามรวบตัวได้ พร้อมแจ้งข้อหาเข้าเมืองผิดกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี และ พ.ต.อ.ปริญญา ใคร่ครวญ ผกก.สภ.ทองผาภูมิ ได้รับรายงานจากชุดปฏิบัติการว่า ชาวบ้านพบชายต้องสงสัยลักษณะคล้ายชาวจีนออกมาขอข้าวกิน เนื่องจากความหิวโหย โดยทั้งสองหลบซ่อนตัวอยู่ภายในสวนยางพารา บ้านปรังกาสี หมู่ 3 ตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อช่วงกลางดึกวานนี้นี้ (26 ก.พ.)
เจ้าหน้าที่จึงสั่งการให้กำลังเข้าตรวจสอบ ท่ามกลางความมืดต้องใช้ไฟฉายส่องค้นหา กระทั่งพบชายวัยรุ่น 2 คน หลบอยู่ในสวนยาง ไม่มีสัมภาระหรืออุปกรณ์ยังชีพใด ๆ สภาพอิดโรย มีเพียงเสื้อผ้าที่สวมใส่ จึงเชิญตัวมาสอบสวนที่ สถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ
ทราบชื่อภายหลังคือ นายฮูซี ยู (Mr. Husi Yu) อายุ 18 ปี และ นายจ้าวไห่รุ่ย (Mr. Zhao Hai Rui) อายุ 18 ปี ทั้งคู่เป็นชาวจีน การสอบสวนเป็นไปด้วยความยากลำบากเนื่องจากสื่อสารภาษาไทยไม่ได้ แต่เบื้องต้นให้การว่า เดินทางจากประเทศกัมพูชา นั่งรถยนต์ต่อกันมา 4 คัน เพื่อจะลักลอบข้ามชายแดนไปทำงานในศูนย์สแกมเมอร์ฝั่งประเทศเมียนมา
โดยรถคันสุดท้ายให้ทั้งสองลงบริเวณริมถนนบ้านปรังกาสี อ้างว่าจะกลับมารับภายหลัง แต่สุดท้ายไม่มีใครมารับ ทั้งคู่เกิดความหวาดกลัวว่าจะถูกจับกุม จึงเข้าไปหลบซ่อนในสวนยางพารา รอคอยอยู่นานหลายวันจนหิวจัด จึงตัดสินใจออกมาขอข้าวจากชาวบ้าน ก่อนถูกแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.วริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมผู้บริหารฝ่ายปกครอง และหน่วยงานความมั่นคง ได้ประชุมร่วมกับผู้ประกอบการโรงแรม รีสอร์ท และโฮมสเตย์ ในพื้นที่อำเภอทองผาภูมิ เพื่อขอความร่วมมือตรวจสอบบุคคลเข้าเข้าพักอย่างเข้มงวด หลังพบความเคลื่อนไหวกลุ่มจีนเทาที่พยายามเดินทางไปตั้งฐานฝั่งอำเภอพญาตองซู ประเทศเมียนมา
ทั้งนี้ เส้นทางที่กลุ่มดังกล่าวใช้เดินทางต้องผ่านทางหลวงหมายเลข 323 เข้าสู่อำเภอทองผาภูมิ โดยสถิติตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 ถึงปัจจุบัน หน่วยงานความมั่นคงจับกุมกลุ่มจีนเทาได้แล้ว 10 ครั้ง ผู้ต้องหา 35 คน ผู้ติดตาม 1 คน และผู้นำพา 9 คน รวม 45 คน
ที่ประชุมยังได้ตั้งกลุ่มไลน์ประสานงานกับหน่วยความมั่นคง หากพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยสามารถแจ้งข้อมูลได้ทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบอย่างรวดเร็ว พร้อมประชาสัมพันธ์แอปพลิเคชัน “Police Care” สำหรับตรวจสอบหมายจับ ใบสั่ง และข้อมูลบุคคลต้องสงสัย เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในพื้นที่อย่างเข้มข้นต่อไป.






