ผกก.สน.พหลโยธิน แจงกรณีสาว 21 เสียชีวิตคาโรงพัก หลังเกิดอุบัติเหตุจยย.ล้ม กู้ภัยคิดว่าเมานำตัวส่งตำรวจ ระบุอยู่ระหว่างสอบข้อเท็จจริง คาดรู้ผลเบื้องต้น 1–2 สัปดาห์
วันนี้ (9 มี.ค.) พ.ต.อ.มารุต สุดหนองบัว ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลพหลโยธิน เปิดเผยถึงกรณีที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตร้องเรียนผ่านเพจ “สายไหมต้องรอด” ว่า ลูกสาวประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้ม แต่เจ้าหน้าที่กู้ภัยไม่นำส่งโรงพยาบาล เนื่องจากอ้างว่าได้กลิ่นสุรา ก่อนนำตัวมาที่ สน.พหลโยธิน และอ้างว่าตำรวจไม่ได้ให้ความช่วยเหลือ จนกระทั่งเสียชีวิตภายในสถานีตำรวจ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568 และผ่านมาแล้วกว่า 1 ปี แต่คดียังไม่มีความคืบหน้า
พ.ต.อ.มารุต กล่าวว่า ภายหลังเกิดเหตุ ครอบครัวผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวนของ สน.พหลโยธิน ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสอบสวนข้อเท็จจริง โดยได้มีคำสั่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนขึ้นมาเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กู้ภัย รวมถึงพยานที่อยู่ในวันเกิดเหตุ เพื่อนำข้อมูลเข้าสำนวนคดีอย่างละเอียด นอกจากนี้ ยังได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ในวันเกิดเหตุควบคู่กันไปด้วย
“ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดเชิงลึกของคดีได้ เนื่องจากอยู่ในขั้นตอนของการสอบสวน แต่ยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งครอบครัวผู้เสียชีวิตและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยคาดว่าผลการพิจารณาเบื้องต้นของคณะพนักงานสอบสวนจะมีความชัดเจนภายในประมาณ 1–2 สัปดาห์”ผกก.สน.พหลโยธิน ระบุ
พ.ต.อ.มารุต กล่าวเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่คดีใช้ระยะเวลา เนื่องจากต้องมีการทยอยเรียกสอบพยานแวดล้อมในที่เกิดเหตุ ครอบครัวผู้เสียหาย รวมถึงผู้ที่ถูกแจ้งความร้องทุกข์ จึงต้องใช้เวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำอย่างรอบด้าน พร้อมยืนยันว่าทางตำรวจไม่ได้ดำเนินการล่าช้า
ทั้งนี้ ภายหลังเกิดเหตุ ได้มีการกำชับแนวทางปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด โดยหากพบผู้ที่มีอาการป่วย บาดเจ็บ หรือหมดสติ ไม่ว่าจะอยู่ในสภาพมึนเมาหรือไม่ ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาลให้แพทย์วินิจฉัยอาการทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวซ้ำอีก
ส่วนกรณีที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ รวมถึงประเด็นที่อ้างว่าพนักงานสอบสวนข่มขู่ผู้เสียหายนั้น พ.ต.อ.มารุต ระบุว่า หากมีข้อร้องเรียนหรือพยานหลักฐานเพิ่มเติม สามารถนำมาให้ข้อมูลกับพนักงานสอบสวนได้ เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านต่อไป






