• About Us
  • Contact
  • Privacy Policy
  • Terms and Conditions
Tuesday, October 13, 2026
  • Login
  • Register
Page3News Worldwide
  • Home
  • E-Paper
  • Subscriptions
  • Countries
    • USA
    • Canada
    • India
    • Balochistan
    • Thailand
    • UK
    • Australia
  • Language Wise News
    • Thai News
    • Punjabi News
    • Hindi News
  • Other News
    • World News
    • Latest Movie Reviews
    • Culture
    • Finance
    • Hollywood
    • Business
    • Entertainment
    • Sports
    • Lifestyle
    • Fashion
    • food
    • Health
    • Travel
    • Politics
    • Science
    • Tech
  • Multilingual Editorial
    • English Editorials
    • Thai Editorials
    • Hindi Editorials
    • Punjabi Editorials
    • Page3News Special
No Result
View All Result
  • Home
  • E-Paper
  • Subscriptions
  • Countries
    • USA
    • Canada
    • India
    • Balochistan
    • Thailand
    • UK
    • Australia
  • Language Wise News
    • Thai News
    • Punjabi News
    • Hindi News
  • Other News
    • World News
    • Latest Movie Reviews
    • Culture
    • Finance
    • Hollywood
    • Business
    • Entertainment
    • Sports
    • Lifestyle
    • Fashion
    • food
    • Health
    • Travel
    • Politics
    • Science
    • Tech
  • Multilingual Editorial
    • English Editorials
    • Thai Editorials
    • Hindi Editorials
    • Punjabi Editorials
    • Page3News Special
No Result
View All Result
Page3News Worldwide
No Result
View All Result
Home Thailand

ACSC บุกช่วย นศ. ถูกแก๊งคอลฯ ตุ๋น 2.4 ล้าน -ยายวัย 62 ลงทุนทิพย์สูญ 1.5 ล้าน

by Dr. Parvinder Singh
September 21, 2026
in Thailand, Thai Editorials, Thai News
0
ACSC บุกช่วย นศ. ถูกแก๊งคอลฯ ตุ๋น 2.4 ล้าน -ยายวัย 62 ลงทุนทิพย์สูญ 1.5 ล้าน
0
SHARES
9
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on WhatsappShare on TelegramShare on LineShare on Email

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ บุกช่วยนักศึกษาวัย 19 ปี ถูกคอลเซ็นเตอร์หลอกถอนเงินสด 2.4 ล้านบาท – เตือนภัยลงทุนทิพย์! หลังหญิงวัย 62 ปี สูญเงินกว่า 1.5 ล้านบาท ตำรวจรุดเข้าช่วยเหลือแต่เจ้าตัวยังไม่เชื่อว่าถูกหลอก

เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 13-19 ก.ย.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 5,514 คดี มูลค่าความเสียหาย 236 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงวันที่ 6-12 ก.ย.69 คดีที่รับแจ้งความมีจำนวนลดลง 204 คดี เช่นเดียวกับมูลค่าความเสียหายที่ลดลงกว่า 61 ล้านบาท

ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่า “การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ” ยังคงเป็นคดีที่มีปริมาณสูงที่สุดอยู่ที่ 4,103 คดี คิดเป็น 74.4% ของคดีทั้งหมด และยังเป็นประเภทคดีที่สร้างมูลค่าความเสียหายสูงที่สุดอีกด้วย ที่มีความเสียหายกว่า 54 ล้านบาท คิดเป็น 22.9% ของคดีทั้งหมด
ขณะที่จังหวัดที่ได้รับแจ้งความมากที่สุด ในสัปดาห์นี้พบว่า

1.กรุงเทพมหานคร มีการแจ้งความไว้ 89 คดี มูลค่าความเสียหาย 6.8 ล้านบาท
2.เชียงใหม่ มีการแจ้งความไว้ 31 คดี มูลค่าความเสียหาย 9.6 แสนบาท
3.นนทบุรี มีการแจ้งความไว้ 22 คดี มูลค่าความเสียหาย 14.6 ล้านบาท

หากวิเคราะห์ตามเพศและอายุของผู้เสียหายที่มักจะถูกหลอกในรอบสัปดาห์นี้ ก็ยังคงพบว่าผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย และยังคงเป็นกลุ่มอายุ 21-30 ปี ที่ยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่องมาหลายเดือนติดต่อกัน และเมื่อจำแนกตามประเภทคดียังพบอีกว่า กลุ่มอายุ 21-30 ปี ยังครองสถิติจำนวนผู้เสียหายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ อันดับ 2 คดีหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น และอันดับที่ 3 คดีหลอกลวงด้านการจ้างงาน

มีรายงานผลการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดังนี้
จับกุมคนไทยลักลอบข้ามแดนไทย – กัมพูชา เป็นชาย 1 ราย ได้ในพื้นที่ จ.สระแก้ว หลังพบเดินทางไปทำเว็บพนันออนไลน์

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปคม. รับตัวคนไทยที่ถูกส่งตัวกลับจากประเทศกัมพูชาและ สปป.ลาว รวม 151 คน ทำงานแอดมินเว็บไซต์พนันออนไลน์ หวย789.com และ พารวย.com หวย789.com, พารวย.com และ waijing.com 

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย ส.ทล.1 กก.3 บก.ทล. จับกุมคนไทย 1 ราย และ ชาวจีน 4 ราย บริเวณ ทล.304 กม.102-103 อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา หลังผู้ต้องหาชาวไทย รับว่าจ้างให้นำพาชาวจีนหลบหนีเข้าเมือง โดยผู้ต้องหาชาวไทยจะต้องขับรถพาชาวจีนจาก อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ไปส่งที่กรุงเทพฯ 

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. จับกุมชาวจีน 4 ราย บริเวณ ทล.359 กม.1-2 ต.ท่าเกษม อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว โดยผู้ต้องหาชาวจีนให้การยอมรับว่า เดินทางออกจากประเทศกัมพูชา เพื่อมารอรถยนต์สีขาวมารับ ที่ จ.ปราจีนบุรี แต่มาถูกตำรวจขับรถไล่สกัดจับ ติดตามตลอดทางตั้งแต่บริเวณ ทล.359 จนถึง กม.2 เป็นระยะทางกว่า 37 กิโลเมตร ด้านคนขับคาดว่าเป็นคนไทย อาศัยความมืดหลบหนีการจับกุมไปได้ 

ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC ที่ประสานงานร่วมกันกับกลุ่มธนาคารต่าง ๆ จนมีผลการปฏิบัตินำไปสู่การประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าทำการตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที รวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมด จำนวน 21 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 3.8 ล้านบาท

โดยมีเคสเข้าช่วยเหลือเหยื่อที่น่าสนใจ โดยมีมูลค่าสูง ดังนี้
เคสแรก เจ้าหน้าที่ศูนย์ ACSC ประสาน สน.บางนา ได้รับเคสด่วนในการเข้าช่วยเหลือผู้เสียหาย เป็นนักศึกษาชาย อายุ 19 ปี ถูกกลุ่มมิจฉาชีพอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรศัพท์มาข่มขู่ว่าผู้เสียหายมีส่วนพัวพันกับความผิดฐานฟอกเงิน ก่อนจะออกอุบายให้พูดคุยผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน “ไลน์” จากนั้นหลอกลวงให้ผู้เสียหายแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมดังกล่าว ด้วยการให้ถอนเงินสดในบัญชีทั้งหมดมามอบให้เจ้าหน้าที่นำไปตรวจสอบ ซึ่งผู้เสียหายมีเงินอยู่ในบัญชีจำนวน 400,000 บาท จึงไปถอนเงินสดจำนวนดังกล่าวที่ธนาคารแห่งหนึ่งในเขตปทุมวัน โดยที่มีมิจฉาชีพมารอรับเงินทันทีที่หน้าธนาคาร เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569

จากนั้น มิจฉาชีพยังขู่อีกว่า ต้องใช้เงินเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์อีกจำนวน 2,000,000 บาท ซึ่งเงินทั้งหมดจะคืนกลับให้หลังตรวจสอบเสร็จแล้ว แต่ผู้เสียหายไม่มีเงินจึงปฏิเสธมิจฉาชีพไป ด้านมิจฉาชีพออกอุบายว่า จะช่วยเหลือให้พ้นคดีอย่างเต็มที่แต่ต้องนำเงินจำนวนนี้มาตรวจสอบเพิ่มเติม และสร้างเรื่องให้ผู้เสียหายให้ไปบอกกับผู้ปกครองว่า ได้รับทุนการศึกษาต่อต่างประเทศต้องใช้เงินเป็นค่าดำเนินการวีซ่า และแสดงในบัญชีธนาคาร พร้อมกับสั่งห้ามไม่ให้บอกเรื่องนี้กับใครเด็ดขาด เพื่อตัดขาดเหยื่อออกจากคนรอบข้างและครอบครัว 

ด้านผู้เสียหายหลงเชื่อจึงทำตามออกจากบ้านพักและมาเช่าโรงแรมแห่งหนึ่ง ในซอยศรีนครินทร์ 65 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2569 ระหว่างนั้นผู้เสียหายโกหกพ่อเพื่อขอเงิน 2,000,000 บาท และการถอนเงินสดออกไปถึง 2 ครั้ง คือ ในวันที่ 12 กันยายน 2569 เวลา 17.31 น. จำนวน 1,000,000 บาท และในวันที่ 13 กันยายน 2569 เวลา 13.50 น. อีกจำนวน 1,000,000 บาท รวมเป็นเงินสด 2,000,000 บาท ซึ่งทั้งสองครั้ง กลุ่มมิจฉาชีพจะส่งผู้ร่วมขบวนการมารับเงินสดที่โรงแรมในจุดมุมอับเพื่อไม่ให้กล้องวงจรปิดจับภาพได้
ต่อมา มิจฉาชีพบังคับให้ผู้เสียหายขอเงินจากพ่ออีก 1,500,000 บาท โดยกุเรื่องให้ผู้เสียหายไปอ้างกับพ่อว่า ต้องใช้เงินเพื่อจ่ายค่าประกันการเดินทาง ค่าประกันชีวิตขณะอยู่ต่างประเทศ และค่ากินอยู่ต่างๆ ซึ่งพ่อก็โอนเงินมาให้จริง กระทั่ง ผู้เสียหายเดินทางไปถอนเงินที่ธนาคาร แต่ครั้งนี้ทางธนาคารกสิกรไทยตรวจสอบพบความผิดปกติ จึงอายัดบัญชีและโทรศัพท์แจ้งพ่อของผู้เสียหาย พร้อมกับประสานแจ้ง War Room เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าช่วยเหลือ
แต่มิจฉาชีพยังคงกดดันผู้เสียหายให้ไปยกเลิกอายัดบัญชี หากไม่ทำตามจะต้องถูกจับคดีฟอกเงินทำให้หมดอนาคต 

ผู้เสียหายหลงกลอุบาย จึงกลับไปที่ธนาคารขอยกเลิกอายัดบัญชี โดยอ้างกับธนาคารว่า จำเป็นต้องใช้เงินด่วนเพื่อไปติดต่อญาติช่วยเคลียร์คดีและไถ่ถอนโฉนดที่ดินของแม่ที่กำลังถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพัทยา และขณะนั้น เจ้าหน้าที่ธนาคารสังเกตว่า ผู้เสียหายใส่หูฟังคุยกับใครบางคนตลอดเวลา จึงสอบถามว่า “คุยกับใคร” ด้านผู้เสียหายตอบว่า “คุยกับพี่ชาย” จากนั้น เจ้าหน้าที่ธนาคารซึ่งเชื่อว่าปลายสายเป็นมิจฉาชีพอยู่แล้ว จึงขอคุยแทนว่าจะนำเงินไปทำอะไร ปรากฏว่า มิจฉาชีพแอบอ้างเป็นพี่ชายผู้เสียหายทันที และให้เห็นผลเดียวกันกับผู้เสียหาย แต่เจ้าหน้าที่ธนาคารไม่หลงกล จึงไม่ยกเลิกอายัดบัญชีให้ และบอกกับผู้เสียหายว่าโดนมิจฉาชีพหลอก ทำให้ผู้เสียหายได้สติ รวมยอดสูญหายทั้งหมด 2,400,000 บาท

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สน.บางนา เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบทันที และพบข้อมูลว่า ผู้เสียหายเดินทางเข้าพักที่โรงแรมดังกล่าว เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางโรงแรม พบผู้เสียหายเข้าพักวันที่ 12 กันยายน 2569 จริง และสะพายกระเป๋าขึ้นรถจักรยานยนต์ออกจากโรงแรมไปเมื่อเวลาประมาณ 20.48 น. ของวันที่ 14 กันยายน 2569 เพื่อกลับไปที่บ้าน ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตามเส้นทางกลับไปที่บ้าน และแนะนำให้แจ้งความที่ สน.บางนา รวมทั้งที่ สน.ปทุมวันด้วย เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายต่อไป

เคสต่อมา เจ้าหน้าที่ศูนย์ ACSC ประสาน ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นหญิง อายุ 62 ปี ถูกกลุ่มมิจฉาชีพอ้างตัวเป็นแพลตฟอร์มลงทุนสื่อโฆษณาออนไลน์ ได้รับผลตอบแทนสูงถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ผู้เสียหายสูญเงินรวม 1,584,263 บาท 

โดยมิจฉาชีพได้ติดต่อผู้เสียหายผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ และหลอกให้เข้าร่วมกลุ่มไลน์โอเพ่นแช็ต ชื่อว่า “กิจกรรมพิเศษ” และกลุ่ม “94 KINETIC” จากนั้นก็ออกอุบายชักชวนผู้เสียหายร่วมลงทุนเกี่ยวกับสื่อโฆษณาออนไลน์และอ้างว่าจะได้รับเงินปันผลถึง 30 เปอร์เซ็นต์ของยอดเงินที่ผู้เสียหายนำไปลงทุน ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อและทำการโอนเงินออกไปหลายครั้งผ่านบัญชีธนาคารต่างๆ ตั้งแต่วันที่ 13 ถึง 15 กันยายน 2569 รวมยอดเงินโอนทั้งหมดจำนวน 12 ครั้ง
มิจฉาชีพจะให้โอนครั้งแรกเป็นค่าสมาชิกแลกเข้าจำนวน 200 บาท จากนั้นก็ให้โอนครั้งที่สองเพื่อเปิดระบบการลงทุน จำนวน 1,098 บาท และหลอกให้ลงทุนต่อเนื่องในการโอนครั้งที่ 3 จนถึงครั้งที่ 12 จำนวนเงินตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักแสน รวมทั้งหมดเป็นเงิน 1,584,263 บาท

โดยระหว่างที่ผู้เสียหายทำการโอนเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) พยายามติดต่อหาผู้เสียหาย 2 ครั้ง แต่ไม่รับสาย เบื้องต้น จึงอายัดบัญชีของผู้เสียหายไว้ก่อน เพื่อไม่ให้มีการทำธุรกรรมใดๆ อีก และแจ้ง War Room ให้การช่วยเหลือ

RelatedPosts

HSS Thailand Reaches Out to Flood-Hit Families in Prachinburi with Relief Supplies

Thai Woman Accuses Kanpur Businessman of Marriage Fraud, ₹60 Lakh Cheating

Ratchaburi Floods: Over 17,000 Families Hit as Mae Klong River Overflows

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.หนองตอง และ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้เร่งรัดตรวจสอบและลงพื้นที่บ้านพักของผู้เสียหาย อยู่ที่ ต.หารแก้ว อ.หางดง จ. เชียงใหม่ เพื่อช่วยเหลือและแจ้งเตือนให้ทราบว่ากำลังตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพออนไลน์ ถึงแม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะพยายามอธิบายและแสดงหลักฐานให้ผู้เสียหายเข้าใจถึงพฤติการณ์ดังกล่าว แต่ผู้เสียหายรายนี้ยังคงมีอาการปักใจเชื่อและมั่นใจว่าเงินลงทุนของตนยังคงอยู่ในระบบและจะได้รับเงินคืน ทำให้ยังไม่ประสงค์จะเข้าแจ้งความดำเนินคดีในทันที

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเชิญตัวผู้เสียหายมาพูดคุยอธิยายให้เข้าใจที่ สภ.หนองตอง และได้แนะนำช่องทางติดต่อสายด่วน 1441 พร้อมแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องต่อไป

ส่วนอีกเคส เจ้าหน้าที่ศูนย์ ACSC ประสาน ตำรวจ สน.ร่มเกล้า กรุงเทพมหานคร เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายเป็นชาย อายุ 51 ปี ถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกรักออนไลน์ (Romance Scam) สูญเงินไปกว่า 100,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รู้จักกับมิจฉาชีพผ่านทางแพลตฟอร์ม TikTok เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2569 ก่อนที่มิจฉาชีพจะขอช่องทางติดต่อส่วนตัวทั้งเฟซบุ๊กและไลน์เพื่อพูดคุยสานสัมพันธ์ จนกระทั่งวันที่ 15 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. มิจฉาชีพเริ่มออกอุบายอ้างว่ากำลังเดือดร้อนอย่างหนักและขอยืมเงินผู้เสียหายรวมเป็นเงิน 100,000 บาท โดยให้โอนไปยังบัญชีธนาคารต่าง ๆ ถึง 3 บัญชี ด้านผู้เสียหายหลงเชื่อและทำการโอนเงินไปจนครบทุกยอดตามที่มิจฉาชีพต้องการ ดังนี้ บัญชีแรก จำนวน 20,000 บาท บัญชีที่สอง 30,000 บาท และบัญชีที่สาม 50,000 บาท รวมเป็น 100,000 บาท แต่ในขณะเดียวกัน แอปพลิเคชันธนาคารกสิกรไทย (K PLUS) ในโทรศัพท์ของผู้เสียหายกลับถูกระงับการใช้งานอย่างกะทันหัน พร้อมข้อความแจ้งเตือนว่า ตรวจพบรายการโอนเงินผิดปกติ ทำให้ผู้เสียหายเริ่มฉุกคิดและรู้ตัวว่าถูกหลอกแน่นอนแล้ว

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ร่มเกล้า ได้รับแจ้งจาก War Room ประสานให้เข้าช่วยเหลือผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีม้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้อธิบายถึงพฤติกรรมการหลอกลวงของมิจฉาชีพ พร้อมแนะนำให้เข้าแจ้งความ ซึ่งวันที่ 16 กันยายน 2569 ผู้เสียหายจึงรีบเดินทางเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ร่มเกล้า เพื่อให้ข้อมูลรายละเอียดทั้งหมด และแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ขอเตือนภัยประชาชน อย่าหลงเชื่อพฤติกรรมของมิจฉาชีพในลักษณะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐต่าง ๆ โดยเฉพาะตำรวจ , ปปง และ DSI โดยขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่รัฐหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงจะไม่มีการโทรศัพท์มาหา, ไม่ส่งเอกสารราชการ รวมถึงหมายจับ และหมายเรียกต่างๆ ทางไลน์เด็ดขาด, ไม่มีการวิดีโอคอลเพื่อสอบสวนหรือขอข้อมูลหรือควบคุมตัว และที่สำคัญจะไม่มีการบังคับให้โอนเงิน หรือนำทรัพย์สินมีค่าไปให้ รวมไปถึงการให้ไปรับทรัพย์สินตามสถานที่ต่างๆ เพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์เด็ดขาด ดังนั้น หากพบพฤติกรรมในลักษณะข้างต้นถือว่าเป็นมิจฉาชีพ 100 เปอร์เซ็นต์

นอกจากนี้ยังรวมไปถึง บุคคลที่อ้างตัวเป็นเครือข่ายโทรศัพท์หรือสถาบันการเงิน และธนาคารต่างๆ ที่ระบุว่าเบอร์โทรศัพท์ หรือบัญชีของคุณเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หากได้รับสายในลักษณะนี้ และไม่แน่ใจ ขอให้ทำการตรวจสอบกลับไปยังต้นทางที่ถูกกล่าวอ้างอีกครั้ง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคุณ 

ทั้งนี้ฝากถึงผู้ปกครองให้หมั่นสังเกตบุตรหลานของท่าน ว่ามีพฤติกรรมแปลกไป พยายามเก็บตัว หรือปลีกตัวจากที่บ้านหรือไม่ และหากพบว่าบุตรหลานมีการขอให้ท่านโอนเงินเพื่อเป็นค่าเทอม ค่าประกันการขอทุนการศึกษาเพื่อเรียนต่อต่างประเทศ ขอให้ท่านตรวจสอบกลับไปยังมหาวิทยาลัยหรือเจ้าของทุนฯที่ถูกกล่าวอ้างอีกครั้ง เพื่อความปลอดภัย และหากยังไม่มั่นใจว่ามีขบวนการสแกมเมอร์เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่หรือไม่ ขอให้รีบปรึกษาหรือแจ้งเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือโทร สายด่วน ศูนย์ AOC 1441 ทันที

Get real time update about this post categories directly on your device, subscribe now.

Unsubscribe
Dr. Parvinder Singh

Dr. Parvinder Singh

Page3news Worldwide, founded by Dr. Parvinder Singh, is a pioneering multilingual newspaper based in Thailand. Our mission is to deliver news that resonates with truth and integrity, free from fear and pressure. We believe in the principles of simple living and high thinking, striving to connect with a global audience. Page3news is dedicated to providing diverse perspectives, ensuring that every voice is heard. Join us in our journey to redefine journalism for a better world. Dr. Parvinder Singh Founder - Page3News Worldwide & Dr. Monruedee Sommart Co-Founder & President - Page3news Worldwide Email : page3newsthai@gmail.com

Related Posts

HSS Thailand Reaches Out to Flood-Hit Families in Prachinburi with Relief Supplies

by Page 3 News International Desk
October 13, 2026
0
2

By Chandan Singh | Page 3 News Worldwide Prachinburi: The Hindu Swayamsevak Sangh (HSS) Thailand has organised a relief operation...

Thai Woman Accuses Kanpur Businessman of Marriage Fraud, ₹60 Lakh Cheating

by Page 3 News International Desk
October 9, 2026
0
12

By Chandan Singh | Page 3 News Worldwide | New Delhi  Kanpur: A Thai woman who travelled to Kanpur in...

Ratchaburi Floods: Over 17,000 Families Hit as Mae Klong River Overflows

by Page 3 News International Desk
October 7, 2026
0
6

BANGKOK: More than 17,230 families have been affected by severe flooding in Thailand’s Ratchaburi province after heavy monsoon rains and...

ตชด.ระดม 725 นาย ลุยช่วยน้ำท่วม กทม.-11 จังหวัด ช่วยแล้ว 1,260 ครัวเรือน

ตชด.ระดม 725 นาย ลุยช่วยน้ำท่วม กทม.-11 จังหวัด ช่วยแล้ว 1,260 ครัวเรือน

by Dr. Parvinder Singh
October 6, 2026
0
5

ตชด. ระดมกำลัง 725 นาย ช่วยผู้ประสบอุทกภัยในกรุงเทพฯ และ 11 จังหวัด เร่งบรรเทาความเดือดร้อนต่อเนื่อง ช่วยเหลือแล้ว 1,260 ครัวเรือน รวม 5,507 คน วันนี้ (6 ต.ค.)พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน...

ศธ.สั่งรร.สำรวจความเสียหายของบซ่อมช่วงปิดเทอม ฟัน 4 อาชีวะเอกชนสวมสิทธิ์กยศ. ขรก.เอี่ยวฟันไม่เลี้ยง

ศธ.สั่งรร.สำรวจความเสียหายของบซ่อมช่วงปิดเทอม ฟัน 4 อาชีวะเอกชนสวมสิทธิ์กยศ. ขรก.เอี่ยวฟันไม่เลี้ยง

by Dr. Parvinder Singh
October 6, 2026
0
6

“ประเสริฐ” สั่งโรงเรียน เร่งสำรวจความเสียหาย ขอสนับสนุนงบใช้ซ่อมแซม ช่วงปิดเทอม ลงดาบ 4 อาชีวะเอกชน สวมสิทธิ์เด็กกู้เงิน กยศ. หากพบขราชการเอี่ยวด้วยฟันไม่เลี้ยง        วันนี้ (6ต.ค.) เมื่อเวลา 12.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์หลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงโรงเรียนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมในครั้งนี้ ว่า จากการสำรวจมีโรงเรียนที่ได้รับความเสียหาย34...

นรกบนดิน! CIB บุกตรวจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกาญจนบุรี หลังแม่ร้องถูกลูกชาย ส่งตัวขังนาน 2 ปี

นรกบนดิน! CIB บุกตรวจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุกาญจนบุรี หลังแม่ร้องถูกลูกชาย ส่งตัวขังนาน 2 ปี

by Dr. Parvinder Singh
October 6, 2026
0
5

ตำรวจสอบสวนกลางบุกตรวจศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ จ.กาญจนบุรี หลังแม่ร้องถูกลูกชาย-สะใภ้ ส่งตัวขังนาน 2 ปี หวังฮุบสมบัติ พบกั้นกรงเหล็กเตียงคนไข้ลักษณะคล้ายคุก จากกรณีรายการโหนกระแส นำเสนอเรื่องราวของคุณแม่รายหนึ่ง ซึ่งร้องขอความเป็นธรรม โดยอ้างว่าถูกลูกชายและลูกสะใภ้หลอกพาไปอยู่ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุโดยไม่สมัครใจนานกว่า 2 ปีครึ่ง เนื่องจากต้องการฮุบสมบัติ พร้อมอ้างว่าระหว่างอยู่ที่ศูนย์ถูกทำร้าย ข่มขู่ และบังคับให้กินยา ก่อนจะแอบติดต่อให้น้องสาวช่วยพาออกมา ล่าสุดวันนี้...

Facebook Twitter Youtube Instagram Tumblr Pinterest

Page 3 News Multilingual Worldwide

The Page 3 News is a Multilingual Worldwide daily newspaper founded in 2021. It is published in Bangkok, Thailand by the Page 3 News Thai Limited Partnership. Page 3 News is available to the world in all the three formats i.e. e-Paper, digital and print.

The Page 3 News is having offices in many countries like Thailand, India, Canada, USA, etc. and is currently published in English, Thai, Hindi and Punjabi languages.

Category

Calanderwise News

October 2026
MTWTFSS
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 
« Sep    

© 2024 Page 3 News - First Multilingual Worldwide Newspaper based in Thailand.

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Fill the forms below to register

*By registering into our website, you agree to the Terms & Conditions and Privacy Policy.
All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Subscriptions
  • E-Paper
  • World News
  • Balochistan
  • USA
  • India
  • Thailand
  • Canada
  • UK
  • Australia
  • About Us
  • Contact
  • Privacy Policy
  • Terms and Conditions
  • Disclaimer

© 2024 Page 3 News - First Multilingual Worldwide Newspaper based in Thailand.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.