กลุ่มผู้ประท้วงและสหภาพแรงงานฝรั่งเศส ในวันอาทิตย์(25ต.ค.) เรียกร้องให้มีการชุมนุมต่อเนื่อง มุ่งหวังที่จะกดดันรัฐบาลต่อไป หลังจากที่ปฏิบัติการรักษาความปลอดภัยครั้งใหญ่สามารถควบคุมความไม่สงบระหว่างการทั่วประเทศเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสระบุว่ามีประชาชน 410,000 คน เข้ารวมการเดินขบวนในวันเสาร์(24ต.ค.) ในขณะที่เจ้าหน้าที่ประจำการกำลังตำรวจ 70,000 นาย สำหรับช่วยสกัดไม่ให้เกิดเหตุปล้นสะดมและทุบทำลายทรัพย์สินซ้ำรอยเหตุการณ์ความไม่สงบ ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการชุมนุมครั้งที่แล้วเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม
บรรดาผู้นำแรงงานเรียกร้องให้เดินหน้าชุมนุมในวันเสาร์หน้า(31ต.ค.) และผละงานประท้วงทั่วประเทศในวันที่ 5 พฤศจิกายน ในขณะที่ความผิดหวังต่อค่าแรง ค่าครองชีพและบริการสาธารณะ กำลังแผ่ลามออกไปไกลเกินกว่าความเคลื่อนไหวของบรรดานักเรียนนักศึกษา ที่เริ่มขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว
“เราเห็นการสั่งสมความโกรธ” มูเรียล กุยแบร์ต ผู้นำร่วมของสหพันธ์สหภาพแรงงานฝ่ายซ้าย Solidaires บอกกับ BFM TV พร้อมระบุต่อว่าความคับข้องหมองใจของพวกนักเรียนนักศึกษา แรงงาน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและกลุ่มอื่นๆ กำลังมาบรรจบกัน “เราเรียกร้องให้ประชาชนออกมารวมตัวบนท้องถนนในวันเสาร์หน้า”
สหภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา SUD ประกาศเข้าร่วมการประชุมในวันที่ 31 ตุลาคม ส่วน CGT สหภาพแรงงานขนาดใหญ่ บอกว่าจะทำการตัดสินใจในสัปดาห์นี้ ว่าจะเข้าร่วมการประท้วงหรือไม่
กลุ่ม “เสื้อกั๊กเหลือง(Yellow Vests)” ซึ่งเป็นขบวนการภาคประชาชนที่ก่อตัวขึ้นในปี 2018 สำหรับต่อต้านการขึ้นภาษีเชื้อเพลิง ได้เรียกร้องให้มีการชุมนุมครั้งใหญ่ในวันเสาร์หน้า(31ต.ค.) เช่นกัน ในนั้นรวมถึงการนั่งประท้วงบริเวณหน้าศาลาว่าการเมืองต่าง ๆ และหน้าอาคารสมัชชาแห่งชาติ
ในปี 2019 ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศส สามารถจัดหาทรัพยากรมาใช้เพื่อลดราคาเชื้อเพลิง ตอบสนองข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ประท้วงเสื้อกั๊กเหลือง ได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตามอีก 7 ปีต่อมา สถานะการคลังที่ตึงตัวทำให้เขามีทางเลือกเพียงเล็กน้อยในการทำตัวข้อเรียกร้องของพวกผู้ประท้วง ขณะเดียวกันอำนาจของเขาจะหมดวาระในเดือนเมษายนปีหน้า และพรรคสายกลางของเขาไม่มีเสียงข้างมากที่จำเป็นสำหรับผ่านกฎหมายสำคัญๆอีกต่อไปแล้ว
รัฐบาลได้เริ่มการเจรจากับสหภาพแรงงานและตัวแทนนักศึกษาเพื่อพยายามคลี่คลายวิกฤตการณ์ดังกล่าว แต่บรรดาแกนนำผู้ประท้วงระบุว่า มาตรการที่รัฐบาลเสนอมาจนถึงขณะนี้ยังไม่เพียงพอ
สภาพตำรวจระบุในวันอาทิตย์(25ต.ค.) ว่าพวกเขามีกำลังพลไม่เพียงพอสำหรับคงการประจำการเจ้าหน้าที่จำนวนมากเป็นเวลานานแบบเดียวกับเมื่อวันเสาร์(24ต.ค.) ที่ผ่านมา ซึ่งช่วยจำกัดเหตุการณ์ความไม่สงบ เหลือแค่การปะทะประปรายในหลายเมือง ในนั้นรวมถึงในกรุงปารีสและเมืองมาร์กเซย์
กระทรวงมหาดไทยฝรั่งเศสเปิดเผยในวันอาทิตย์(25ต.ค.) มีผู้ประท้วงถูกจับ 1,314 รายในวันเสาร์(24ต.ค.) และตำรวจได้รับบาดเจ็บราว 50 นาย ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว ที่มีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บกว่า 1,000 คน
การประท้วงครั้งนี้ส่งผลกระทบไปไกลเกินกว่าพรมแดนของประเทศฝรั่งเศส
เมื่อวันเสาร์(24ต.ค.) ตำรวจเบลเยียมใช้แก๊สน้ำตาและสเปรย์พริกไทยระหว่างการปะทะกับกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลในกรุงบรัสเซลส์ ส่วนในแอลเบเนีย การประท้วงอย่างสงบที่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เมื่อช่วงปลายเดือนพฤษภาคมได้แปรเปลี่ยนเป็นเหตุความไม่สงบที่รุนแรงในเดือนนี้ ขณะที่ในหลายเมืองของอิตาลีก็เกิดเหตุปะทะกันต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 2 แล้ว
(ที่มา:รอยเตอร์ส)




