รอง ผบ.ตร.แถลงผลตำรวจ 191 สกัดจับ 3 ผู้ต้องหา แก๊งค้ายาเสพติดฝัางธนฯ ใช้รถตู้ดัดแปลงช่องลับขนไอซ์ 300 กก.
วันนี้ (29 เม.ย.) ที่ กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 (บก.สปพ.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.วรวิทย์ ญาณจินดา ผบก.สปพ. พ.ต.อ.เอกภพ ลิขิตธนสมบัติ ผกก.สายตรวจ ร่วมกับหน่วยข่าวกรอง ทหารบก นำโดยพล.ต.อภิชัย ทองธรรมชาติ ผบ.ขกท. พ.อ.ปรเมษฐ์ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผบ.สปข.ขกท.ศปก.ทบ. และเจ้าหน้าที่สายตรวจ บก.สปพ. ร่วมกันแถลงผลจับกุมผู้ต้องหา เครือข่ายยาเสพติด 3 ราย ประกอบด้วย 1.นายพีรพัฒน์ อายุ 41 ปี 2.นายประชา อายุ 57 ปี และ 3.นางสาวแอนนา อายุ 44 ปี พร้อมของกลาง ไอซ์ จำนวน 300 กิโลกรัม รถตู้โตโยต้า สีเทา ที่ใช้ซุกซ่อนยาเสพติด 1 คัน และโทรศัพท์ 4 เครื่อง รวมมูลค่ากว่า 32 ล้านบาท โดยจับกลุ่มได้บริเวณภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ตำบลคลองใหม่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
พล.ต.อ.สำราญ รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ร่วมกับ หน่วยข่าวกรองทหาร กองทัพบก ทราบว่ากลุ่มผู้ต้องหาจะลักลอบขนยาเสพติด มาเก็บซุกซ่อนไว้ที่บริเวณบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม โดยใช้รถตู้โตโยต้า สีเทาคันของกลาง ต่อมาวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา พบรถตู้คันดังกล่าวเดินทางจากจังหวัดหนองคาย มุ่งหน้าเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ โดยใช้เส้นทางหลบเลี่ยงด่านตรวจ เจ้าหน้าที่จึงได้ออกติดตาม ซึ่งเชื่อว่าคุณผู้ต้องหาได้เดินทางไปรับยา เพื่อจะนำมาเก็บซุกซ่อนไว้ ก่อนจะนำไปจำหน่ายให้กับลูกค้า
ต่อมาเวลา 23.00 น. พบรถตู้คันดังกล่าวกำลังขับเข้าไปบริเวณหมู่บ้าน อ.สามพราน จ.นครปฐม จึงเข้าตรวจค้น พบยาเสพติดยาไอซ์ รวม 300 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ภายในช่องลับหลังคารถตู้คันดังกล่าว ซึ่งมีการดัดแปลงไว้เก็บยาเสพติด จึงจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไว้ได้พร้อมของกลาง
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวอีกว่า เป็นการสกัดกั้นยาเสพติดล็อตใหญ่ได้ก่อนกระจายเข้าสู่พื้นที่ชั้นในของประเทศ ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อสังคมและความมั่นคงได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจากการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวคาดว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มบุคคลตามแนวชายแดน มีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่ประเทศไทยโดยใช้เส้นทางหลบเลี่ยงเจ้าหน้าที่ ผ่านพื้นที่อำเภอแม่สอด เพื่อเตรียมกระจายเข้าสู่พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
ทั้งนี้ การจับกุมครั้งนี้มีจุดเริ่มต้นจากการขยายผลผู้ค้ารายย่อย ก่อนนำไปสู่การจับกุมในที่สุด เบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องหาเป็นเครือข่ายรายย่อยในพื้นที่ฝั่งธนบุรี โดยมีข้อมูลเชื่อมโยงกับ ผู้จำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่นครบาล 7 ทำหน้าที่กระจายยาเสพติดต่อไปยังเครือข่ายย่อยในพื้นที่
จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เคยลักลอบขนยาเสพติดมาแล้ว 1 ครั้ง และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2-3 โดยมีรูปแบบการลำเลียงผ่านภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจจับในเส้นทางภาคเหนือ โดยเบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้ทั่วประเภท 1 (ไอซ์) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่รับอนุญาตฯ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมาย
พล.ต.อ.สำราญ กล่าวเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่จะเพิ่มความเข้มงวดในการสกัดกั้นยาเสพติดทั้งในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยจะมีการตั้งจุดตรวจ จุดสกัดในเส้นทางสำคัญก่อนเข้าสู่กรุงเทพมหานคร พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสยาเสพติดในชุมชน หรือพบผู้มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือหมายเลข 191 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงหากพบเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถร้องเรียนเพื่อให้มีการตรวจสอบและดำเนินการตาม






