ตำรวจสกัดจับหนุ่มวัย 27 ปี นำรถกระบะตู้ทึบบริษัทมาลักลอบขน จยย.ถูกขโมยมา ส่งไปขายต่อประเทศเพื่อนบ้าน สารภาพหารายได้เสริม
วันนี้ (6 ก.พ.) เมื่อเวลา 00.20 น. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผบช.น. พล.ต.ต.ประสงค์ อานมณี ผบก.น.3 พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ กองผุย ผกก.สน.สุวินทวงศ์พ.ต.ท.สยมภู กุลจิตติสิโรดม รองผกก.สส.สน.สุวินทวงศ์ พ.ต.ท.ศิรศักดิ์ ธนาวิทย์โยธิน สว.สส.สน.สุวินทวงศ์ พ.ต.ท.อภิภู อินทร์ถา สว.สส.สน.ลำผักชี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.สุวินทวงศ์ ฝ่ายสืบสวน สน.ลำผักชี
ฝ่ายสืบสวน สภ.บางพลี ร่วมกันจับกุมนายชัยวัฒน์ ถาดพลกรัง อายุ 27 ปี พร้อมด้วยของกลางรถจยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ 100 ไอ สีดำ-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนรถกระบะตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ สีขาว แผ่นป้ายทะเบียน 2 ฒข 9082 กรุงเทพมหานคร แผ่นป้ายทะเบียน 1 กพ 8848 กาฬสินธุ์ อยู่ใต้เบาะรถจยย. บริเวณหน้าปั้มเชลล์ ถ.สุวินทวงศ์ ม. 7 แขวงลำต้อยติ่ง เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร
สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.00 น.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สุวินทวงศ์ และสน.ลำผักชี ได้รับผสานข้อมูลจากสภ.บางพลี ว่าได้มีรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ 100 ไอ แผ่นป้ายทะเบียน 1
กพ 8848 กาฬสินธุ์ ผู้เสียหายได้หายไปและได้มาแจ้งความไว้ที่ สภ.บางพลี จากการสืบสวนหาข่าวทราบว่ารถ จยย.คันดังกล่าวของผู้เสียหายได้หายเข้าไปภายในซอยร่วมพัฒนา 8 ม.4 แขวงลำต้อยติ่ง เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เฝ้าติดตามเข้าไปภายในชอยดังกล่าว
จนกระทั่งมีรถกะบะตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ สีขาว แผ่นป้ายทะเบียน 2 ฒข 9082 กรุงเทพมหานคร ได้ขับจากซอยดังกล่าว มีท่าทางเป็นพิรุธน่าจะมีสิ่งของผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ติดตามไปอย่างกระชั้นชิด เมื่อมาถึงบริเวณหน้าปั๊มเซลล์ ถนนสุวินทวงศ์ จึงได้เรียกกล่าวให้หยุดเพื่อตรวจสอบ และทราบผู้ขับรถกระบะตู้ทึบคันดังกล่าวคือนายชัยวัฒน์ เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอทำการตรวจค้น จากการตรวจสอบพบรถจยย.ที่ได้แจ้งหายไว้ที่ สภ.บางพลี อยู่ในรถกระบะตู้ทืบคันดังกล่าว
จากการสอบถามนายชัยวัฒน์รับว่ารถดังงกล่าวตนได้เอามาจากภายในซอยร่วมพัฒนา 8 จริง และจะนำไปเก็บไว้บ้านเช่าของตน และจะนำรถจยย.ไปส่งต่อที่คลอง 7 ปกติทำงานบริษัทส่งของ เสร็จแล้วมารับจ้างขนรถจยย. หารายได้เสริม ได้ค่าจ้างคันละ 1,300 บาท จากการขยายผลการสืบสวนคาดว่าจะนำส่งไปขายต่อประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว เบื้องต้นแจ้งข้อหาลักทรัพย์ หรือรับของโจร ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางพลี ต่อไป






