• About Us
  • Contact
  • Privacy Policy
  • Terms and Conditions
Friday, February 13, 2026
  • Login
  • Register
Page3News Worldwide
  • Home
  • Page 3 Family
    • E-Paper
    • E-Magazine
    • Management Team
  • Subscriptions
  • Countries
    • USA
    • Canada
    • India
    • Balochistan
    • Thailand
    • UK
    • Australia
  • Language Wise News
    • Thai News
    • Punjabi News
    • Hindi News
  • Other News
    • World News
    • Latest Movie Reviews
    • Culture
    • Finance
    • Hollywood
    • Business
    • Entertainment
    • Sports
    • Lifestyle
    • Fashion
    • food
    • Health
    • Travel
    • Politics
    • Science
    • Tech
  • Multilingual Editorial
    • English Editorials
    • Thai Editorials
    • Hindi Editorials
    • Punjabi Editorials
    • Page3News Special
No Result
View All Result
  • Home
  • Page 3 Family
    • E-Paper
    • E-Magazine
    • Management Team
  • Subscriptions
  • Countries
    • USA
    • Canada
    • India
    • Balochistan
    • Thailand
    • UK
    • Australia
  • Language Wise News
    • Thai News
    • Punjabi News
    • Hindi News
  • Other News
    • World News
    • Latest Movie Reviews
    • Culture
    • Finance
    • Hollywood
    • Business
    • Entertainment
    • Sports
    • Lifestyle
    • Fashion
    • food
    • Health
    • Travel
    • Politics
    • Science
    • Tech
  • Multilingual Editorial
    • English Editorials
    • Thai Editorials
    • Hindi Editorials
    • Punjabi Editorials
    • Page3News Special
No Result
View All Result
Page3News Worldwide
No Result
View All Result
Home Thailand

ตร.เตือนมิจฉาชีพปรับกลยุทธ์ ใช้แต้มปลอม E-wallet ลวงข้อมูลเหยื่อ อีกรายอ้างเป็น DSI ตุ๋นพยาบาลสาว สูญ 8 แสน

by Dr. Parvinder Singh
December 8, 2025
in Thailand, Thai Editorials, Thai News
0
ตร.เตือนมิจฉาชีพปรับกลยุทธ์ ใช้แต้มปลอม E-wallet ลวงข้อมูลเหยื่อ อีกรายอ้างเป็น DSI ตุ๋นพยาบาลสาว สูญ 8 แสน
0
SHARES
12
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on WhatsappShare on TelegramShare on LineShare on Email

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์​ (ACSC) เปิดแผนหลอกของมิจฉาชีพห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพบใช้ระบบจ่ายเงินแบบ E-wallet อ้างใช้แต้มแลกของรางวัล หลอกเอาข้อมูลและเงินจากเหยื่อ ขณะที่แก๊งอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ DSI ตุ๋นพยาบาลจบใหม่เรียกค่าไถ่ปลอมจากผู้ปกครองสูญเงินกว่า 8 แสนบาท

วันนี้ (8 ธ.ค.) ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร.ในฐานะรอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวงภายใต้ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.- 6 ธ.ค.68 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 7,353 เคส มูลค่าความเสียหาย 411,285,507 บาท (เฉลี่ย 58.75 ล้านบาทต่อวัน) ซึ่งคดีที่รับแจ้งเพิ่มขึ้นจากห้วงวันที่ 23 – 29 พ.ย.68 จำนวน 827 เคส แต่กลับพบว่ามูลค่าความเสียหายลดลง 16,727,788 บาท สะท้อนให้เห็นยุทธวิธีของคนร้ายที่เปลี่ยนไปเน้น “ปริมาณมากกว่ามูลค่า”

สำหรับแพลตฟอร์มที่ถูกใช้ในแผนประทุษกรรม ยังคงเป็น FACEBOOK ซึ่งมีจำนวนครั้งแจ้งความสูงสุดกว่า 3,274 ครั้ง แต่ในทางกลับกันในแง่ความเสียหายสูงสุดกลับพบในกลุ่ม ช่องทางอื่นๆ บ่งชี้ถึงการกระจายความเสี่ยงของคนร้ายไปยังแพลตฟอร์มมหรือวิธีการใหม่ๆ ดังนั้นประชาชนต้องรู้เท่าทันถึงกลลวงที่คนร้ายใช้แต่ละแพลตฟอร์มเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหาย

หากนับเชิงปริมาณ ของคดีที่มีการแจ้งเข้ามา อันดับ 1 ยังคงเป็นการหลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ ที่มีจำนวนมากถึง 61.8 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมการจับจ่ายในช่วงต้นเดือนและกระแสโปรโมชั่นส่งท้ายปีที่กำลังจะมาถึง เป็นภัยที่ใกล้ตัว เข้าถึงง่าย และอาศัยความประมาทหรือความอยากได้ในสินค้าราคาถูกเป็นจุดโจมตีเหยื่อ ขณะที่อันดับที่ 2. คือการหลอกโอนเงินเพื่อรับรางวัล และอันดับที่ 3.คือการหลอกให้โอนหารายได้พิเศษ

ขณะที่หากเทียบในเชิงมูลค่าความเสียหาย เป็นไปตามสัปดาห์ก่อนหน้าที่ อันดับ 1.คดีหลอกโอนเงินเพื่อรับรางวัล อันดับ 2. เป็นการหลอกลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ สะท้อนว่ามิจฉาชีพยังใช้ “ข้ออ้างผลตอบแทนสูง” ดึงเหยื่อได้ดี ส่วนอันดับ 3 คือการหลอกให้โอนเงินเพื่อหารายได้พิเศษ มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

ขณะเดียวกันปรากฏการณ์ ม้าข้ามแดนหนีตาย ที่เกิดจากปฏิบัติการกวาดล้างศูนย์สแกมในพื้นที่ ชเวโก๊กโก่และKK Park ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนย้ายแรงงานและบัญชีม้าจำนวนมากหนีข้ามแดนเพื่อลดความเสี่ยง ขบวนการจึงมีการปรับยุทธวิธีหนีการตรวจจับ โดยหันไปใช้ บัญชีสัญชาติเพื่อนบ้าน (ลาว กัมพูชา มาเลเซีย) แทนบัญชีไทย เริ่มใช้ E-wallet ในการหลอกลวงมากขึ้น

สำหรับแผนประทุษกรรมคนร้ายที่ถูกหยิบขึ้นมาใช้ล่อลวงผู้เสียหายในรอบสัปดาห์ พบว่ามีการใช้
E-wallet ด้วยการส่ง SMS ปลอมอ้างชื่อ PTT หรือ Café Amazon หลอกว่าคะแนนสะสมใกล้หมดอายุ หรือแลกของรางวัล เพื่อหลอกเอาข้อมูล หรือให้โอนเงิน ขณะที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่มุ่งเป้าผู้สูงอายุ โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าก็ยังคงระบาด กับอุบายเดิม อย่าง “หลอกคืนเงินค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า” หรือ “เปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟ้า” ก่อนจะให้แอดไลน์ปลอมของการไฟฟ้า จากนั้นหลอกให้ติดตั้งแอปฯดูดเงินหรือสแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน หลอกให้เปลี่ยนภาษา สุดท้ายเหยื่อหลงกลสูญเสียเงินในบัญชีจำนวนมาก เช่นเดียวกับการหลอกขายสินค้าผ่าน Social Media โดยยอดฮิตยังคงเป็นบัตรคอนเสิร์ต ,โทรศัพท์มือถือมือสอง (หลุดจำนำ), สินค้าเกษตร (เมล็ดพันธุ์) ,สัตว์เลี้ยง (สุนัข ,แมว ) และอื่นๆ รวมไปถึงการหลอกทำงานพิเศษ/ลงทุน เริ่มต้นจากชวนทำงานง่ายๆ (กดรับออเดอร์,กดไลก์) แรกๆได้เงินจริงในยอดเงินน้อยๆ เพื่อสร้างความเชื่อใจ จากนั้นจะดึงเข้ากลุ่ม Line OpenChat เพื่อหลอกให้ลงทุนในยอดเงินที่สูงขึ้น สุดท้ายเมื่อเหยื่อจะถอนเงิน คนร้ายจะอ้างว่าติดเงื่อนไขต่าง ไม่สามารถถอนได้

RelatedPosts

นายกฯ ไม่สบายใจดัชนีความโปร่งใสไทยรูดต่ำเหลือ 33 จากเต็ม 100 กำชับทุกภาคส่วนเข้มงววด “บวรศักดิ์” เสนอ 5 ข้อรัฐบาลหน้าต้องทำ

มหาอำนาจชาติที่6!จีนไม่ขวางอินเดีย ปรารถนาก้าวเป็นสมาชิกถาวรUNSC

สายหื่นจบเห่!ญี่ปุ่นเล็งแก้กฎหมายต่อต้าน’ขายตัว’ ให้ลูกค้าซื้อเซ็กซ์มีความผิดด้วย

อย่างไรก็ตาม เด็กเเละเยาวชนยังคงตกเป็นเหยื่อ ในกรณีที่คนร้ายโทรศัพท์มาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ,DSI หรือ ป.ป.ง. โทรศัพท์มาข่มขู่เด็กและเยาวชน ให้เเอดไลน์ที่มีการปลอมโปรไฟล์เป็นหน่วยงานรัฐ และให้เด็กและเยาวชนวิดีโอคอล เพื่อควบคุมตัวทางออนไลน์ ก่อนบอกให้เด็กออกจากบ้านไปอยู่ลำพัง หลังจากนั้น คนร้ายจะโทรศัพท์หาผู้ปกครองให้โอนเงินเพื่อเรียกค่าไถ่ แลกกับการปล่อยตัวเด็ก

ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC และสามารถประสานงานร่วมกันกับทุกภาคส่วน ประกอบกับประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที โดยเป็นการเข้าตรวจสอบทั้งหมด 14 เคส และเราสามารถช่วยเหลือรวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมดจำนวน 23 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 4,362,200 บาท โดยมีเคสที่น่าสนใจ ดังนี้

คดีแรก เจ้าหน้าที่ตำรวจพาผู้เป็นพ่อเข้าช่วยเหลือพยาบาลจบใหม่ วัย 23 ปี ในพื้นที่สน.มีนบุรี หลังถูกคนร้ายอ้างตัวเป็นกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI โทรศัพท์ข่มขู่ว่าผู้เสียหายได้เปิดซิมการ์ดและบัญชีในการโทรศัพท์หลอกเหยื่อก่อนรับโอนเงินผิดกฎหมาย ก่อนลวงให้แอดไลน์เพื่อส่งบัตรข้าราชการปลอม พร้อมส่งเอกสารราชการรวมถึงหมายจับปลอมที่ระบุความผิดของผู้เสียหาย จากนั้นลวงเข้ากลุ่มไลน์อ้างจะให้การช่วยเหลือเหยื่อ โดยระหว่างนี้ข่มขู่ให้เหยื่อไปเปิดห้องพักหรือโรงแรมอยู่เพียงลำพัง ห้ามบอกใคร พร้อมให้วิดีโอคอล ถ่ายภาพหน้าตรงตัวเอง รายงานตัวทุกชั่วโมง ควบคุมทุกการเคลื่อนไหวพร้อมสั่งการตลอด ใช้คำพูดด้านจิตวิทยาเรียกเป็นลูกหลาน เพื่อให้เหยื่อตายใจ พร้อมให้โอนเงินให้ตรวจสอบอ้างว่าเป็นกระบวนการแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยโอนหลายรอบและหลายบัญชี ขณะเดียวกันให้หลอกผู้ปกครองและญาติว่าถูกเรียกค่าไถ่เพื่อให้โอนเงินมาให้เพิ่มเติม แม้ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะพยายามใช้ไลน์ของผู้เป็นพ่อส่งข้อความบอกว่าผู้เสียหายกำลังถูกคนร้ายหลอกลวง แต่ขณะนั้นผู้เสียหายยังไม่เชื่อและยังคงวิดีโอคอลกับคนร้ายอย่างต่อเนื่อง กระทั่งเข้าช่วยเหลือไว้ได้ มูลค่าความเสียหายกว่า 800,000 บาท

อีกคดี เจ้าหน้าที่ช่วยเหลือผู้เสียหาย วัย 67 ปี ภายในบ้านพัก ย่านตลิ่งชัน ขณะที่ผู้เสียหายกำลังโอนเงินให้คนร้ายอย่างต่อเนื่อง โดยเคสนี้ผู้เสียหายได้สั่งซื้อโทรศัพท์มือถือผ่านทางข้อความเฟซบุ๊กชื่อ “Will Promotional” จากนั้นให้ผู้เสียหายติดต่อซื้อผ่านทาง TIKTOK ชื่อ “win william” ต่อมาได้แอดไลน์ตามลิงก์ที่ส่งมา แต่บัญชีไลน์ดังกล่าวกลับหลอกให้เหยื่อเล่นเกมส์ ตามลิงก์ที่ส่งมาให้ เมื่อได้กำไรจะโอนเข้าบัญชีกลับคืนผู้เสียหาย โดยมีการเล่นเกมส์ได้กำไรทั้งหมด 7 ครั้ง ซึ่ง6ครั้งก่อนหน้า คนร้ายหลอกให้ตายใจด้วยการโอนกำไรคืนทุกครั้ง กระทั่งครั้งสุดท้ายที่ผู้เสียหายโอนไปกว่า 51,893 บาท คนร้ายเชือดเหยื่อด้วยการอ้างว่าต้องโอนเพิ่มอีก 100,000 บาท จึงจะนำเงินที่โอนไปทั้งหมดออกมาได้ โชคดีที่เจ้าหน้าที่เข้าถึงตัวเหยื่อ แจ้งให้ทราบ พร้อมกับระงับการโอนเงินจำนวนดังกล่าวไว้ทัน

Get real time update about this post categories directly on your device, subscribe now.

Unsubscribe
Dr. Parvinder Singh

Dr. Parvinder Singh

Page3news Worldwide, founded by Dr. Parvinder Singh, is a pioneering multilingual newspaper based in Thailand. Our mission is to deliver news that resonates with truth and integrity, free from fear and pressure. We believe in the principles of simple living and high thinking, striving to connect with a global audience. Page3news is dedicated to providing diverse perspectives, ensuring that every voice is heard. Join us in our journey to redefine journalism for a better world. Dr. Parvinder Singh Founder - Page3News Worldwide & Dr. Monruedee Sommart Co-Founder & President - Page3news Worldwide Email : page3newsthai@gmail.com

Related Posts

นายกฯ ไม่สบายใจดัชนีความโปร่งใสไทยรูดต่ำเหลือ 33 จากเต็ม 100 กำชับทุกภาคส่วนเข้มงววด “บวรศักดิ์” เสนอ 5 ข้อรัฐบาลหน้าต้องทำ

นายกฯ ไม่สบายใจดัชนีความโปร่งใสไทยรูดต่ำเหลือ 33 จากเต็ม 100 กำชับทุกภาคส่วนเข้มงววด “บวรศักดิ์” เสนอ 5 ข้อรัฐบาลหน้าต้องทำ

by Dr. Parvinder Singh
February 12, 2026
0
1

“อนุทิน” ไม่สบายใจค่าคะแนน CPI ไทยต่ำ 33 คะแนน สะท้อนภาพลักษณ์ประเทศอยู่ในเกณฑ์สอบตก กำชับการปฎิบัติงานทุกภาคส่วนโปร่งใส เคร่งครัด ฝ่าฝืนลงโทษวินัย แย้ม ครม.หน้ามีผู้อาวุโสดูเรื่องนี้โดยเฉพาะ ด้าน เลขาฯ ป.ป.ท. บอกมาถูกทางแล้ว แก้เรื่องอุปสรรคการอนุมัติ-อนุญาตการทำธุรกิจ “บวรศักดิ์” ลั่น “อนุทิน”...

มหาอำนาจชาติที่6!จีนไม่ขวางอินเดีย ปรารถนาก้าวเป็นสมาชิกถาวรUNSC

มหาอำนาจชาติที่6!จีนไม่ขวางอินเดีย ปรารถนาก้าวเป็นสมาชิกถาวรUNSC

by Dr. Parvinder Singh
February 12, 2026
0
2

จีน "เคารพและเข้าใจ" ถึงความทะเยอทะยานของอินเดีย ในการก้าวมาเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งของอินเดียเมื่อช่วงกลางสัปดาห์ ถ้อยแถลงอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่โดยกระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ระบุว่าจุดยืนดังกล่าวของปักกิ่ง เป็นการแสดงออกโดย นายหม่า เจาซี่ว์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน  "ฝ่ายจีนแสดงความสนับสนุน ความสำเร็จของประชุมซัมมิต BRICS ในอินเดีย" กระทรวงการต่างประเทศระบุในถ้อยแถลง "นอกจากนี้แล้; รัฐมนตรีช่วยหม่า ยังสื่อสารว่าจีนเข้าใจและเคาระความทะเยอทะยานของอินเดีย...

สายหื่นจบเห่!ญี่ปุ่นเล็งแก้กฎหมายต่อต้าน’ขายตัว’ ให้ลูกค้าซื้อเซ็กซ์มีความผิดด้วย

สายหื่นจบเห่!ญี่ปุ่นเล็งแก้กฎหมายต่อต้าน’ขายตัว’ ให้ลูกค้าซื้อเซ็กซ์มีความผิดด้วย

by Dr. Parvinder Singh
February 12, 2026
0
3

ญี่ปุ่นกำลังมองถึงการปรับแก้กฎหมายต่อต้านการค้าบริการทางเพศ เป็นไปได้ที่จะนับรวมผู้ซื้อบริการเป็นผู้กระทำผิดด้วย ในความพยายามดับเสียงวิพากษ์วิจารณ์และปิดช่องโหว่ ที่ปัจจุบันกำหนดให้ผู้ค้าประเวณีเท่านั้นที่เป็นฝ่ายกระทำผิดกฎหมาย ระหว่างการแถลงข่าวประจำวันเมื่อวันอังคาร(10ก.พ.) ฮิโรชิ ฮิรากูชิ รัฐมนตรียุติธรรม บอกว่าทางกระทรวงจะจัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการปรับแก้กฎหมายภายในปีงบประมาณปัจจุบัน ซึ่งสิ้นสุดในเดือนมีนาคม "ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พฤติกรรมต่างๆนานาอย่างเช่นซื้อขายบริการทางเพศบนท้องถนนถูกประกาศว่าเป็นประเด็นทางสังคม มีเสียงเรียกร้องมากขึ้นให้ใช้มาตรการต่างๆด้วยความเหมาะสม" ฮิรากูชิกล่าว "ผมเชื่อว่าคณะผู้เชี่ยวชาญชุดนี้ จะใช้ความเชี่ยวชาญของตนเอง พูดคุยถกเถียงกันว่าควรกำหนดกฎเกณฑ์อย่างไรต่อการขายบริการทางเพศ ท่ามกลางประเด็นปัญหาทางสังคมเมื่อเร็วๆนี้" เมื่อถูกถามว่าการปรับเปลี่ยนที่กำลังอยู่ในการพิจารณา...

“อนุทิน” โยน ตร.แจงรายละเอียดเหตุกราดยิงใน รร.พะตงฯ ลั่นต้องเด็ดขาด ตัดไฟแต่ต้นลม

“อนุทิน” โยน ตร.แจงรายละเอียดเหตุกราดยิงใน รร.พะตงฯ ลั่นต้องเด็ดขาด ตัดไฟแต่ต้นลม

by Dr. Parvinder Singh
February 12, 2026
0
4

“อนุทิน” โยน ตร.แจงรายละเอียดเหตุคนร้ายคลั่งกราดยิงใน รร.พะตงประธานคีรีวัฒน์ ชี้ เป็นเหตุอุกอาจ ลั่นต้องจัดการเข้มงวด ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม วันที่ 12 ก.พ. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีคนร้ายบุกกราดยิงและจับครู-นักเรียนเป็นตัวประกัน ภายในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ล่าสุด...

​”อนุทิน” ไฟเขียวกองทัพเสริมอาวุธ-รั้วชายแดน เพิ่มความแข็งแกร่ง ย้ำใช้อำนาจ ครม.เลิก MOU44 ได้ ไม่ต้องผ่านสภา

​”อนุทิน” ไฟเขียวกองทัพเสริมอาวุธ-รั้วชายแดน เพิ่มความแข็งแกร่ง ย้ำใช้อำนาจ ครม.เลิก MOU44 ได้ ไม่ต้องผ่านสภา

by Dr. Parvinder Singh
February 12, 2026
0
2

​"อนุทิน" ไฟเขียวกองทัพเสริมแนวรั้วชายแดน-อาวุธ เพิ่มความแข็งแกร่งแล้ว ยันเหตุเหยียบระเบิดศรีสะเกษไม่ใช่การปะทะ ส่วนวัยรุ่นเขมรยั่วยุเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ แต่เราลงนามระดับรัฐบาล ชี้ยกเลิก MOU44 ใช้อำนาจ ครม.ได้ ไม่ต้องผ่านสภา ส่วน MOU43 ถือว่ามีประโยชน์เรื่องปักปันเขตแดน แย้มปรับเปลี่ยนได้ แต่ตอนนี้อยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น เมื่อเวลา 11.34 น.วันที่ 12...

เปิดหีบเป็นเหตุ! ผอ.กกต.ชลบุรีแจ้งความเอาผิด “เบญจพร” ด้านทนายโวย “นิติสงคราม” พร้อมสู้คดี

เปิดหีบเป็นเหตุ! ผอ.กกต.ชลบุรีแจ้งความเอาผิด “เบญจพร” ด้านทนายโวย “นิติสงคราม” พร้อมสู้คดี

by Dr. Parvinder Singh
February 12, 2026
0
2

ผอ.กกต.ชลบุรีแจ้งความเอาผิด "เบญจพร" หญิงเสื้อแดงปมเปิดหีบบัตรเลือกตั้งเขต 1 กลางสนามแบดมินตันเมืองชล ชี้โทษหนักคุกสูงสุด 10 ปี ปรับ 2 แสน พร้อมตัดสิทธิเลือกตั้งยาว 20 ปี ด้านทนาย "นรเศรษฐ์" โดดป้อง ลั่นพร้อมสู้คดีเต็มที่ จี้หยุดใช้ "นิติสงคราม"...

Facebook Twitter Youtube Instagram Tumblr Pinterest

Page 3 News Multilingual Worldwide

The Page 3 News is a Multilingual Worldwide daily newspaper founded in 2021. It is published in Bangkok, Thailand by the Page 3 News Thai Limited Partnership. Page 3 News is available to the world in all the three formats i.e. e-Paper, digital and print.

The Page 3 News is having offices in many countries like Thailand, India, Canada, USA, etc. and is currently published in English, Thai, Hindi and Punjabi languages.

Category

Calanderwise News

February 2026
MTWTFSS
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
232425262728 
« Jan    

© 2024 Page 3 News - First Multilingual Worldwide Newspaper based in Thailand.

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Fill the forms below to register

*By registering into our website, you agree to the Terms & Conditions and Privacy Policy.
All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • E-Magazine
  • Management Team
  • Subscriptions
  • E-Paper
  • World News
  • Balochistan
  • USA
  • India
  • Thailand
  • Canada
  • UK
  • Australia
  • About Us
  • Contact
  • Privacy Policy
  • Terms and Conditions
  • Disclaimer

© 2024 Page 3 News - First Multilingual Worldwide Newspaper based in Thailand.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.