ไม่ปล่อยผ่าน นำกำลังจับ 2 ชาวรัสเซีย ลักลอบเปิดบังกะโลเถื่อน 7 ห้อง คิดค่าเช่าห้องละ 500 บาทต่อวัน พบไม่มีใบอนุญาตการประกอบธุรกิจ คุมส่งดำเนินคดี พร้อมชาวเมียนมา ลูกจ้าง แม่บ้าน ตำรวจเตรียมขยายผลตรวจเข้าข่ายนอมินี
สำหรับสถานการณ์การกวาดล้างจับกุมชาวต่างชาติที่เข้ามาทำผิดกฎหมายไทยยังมีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.วินิจ บุญชิต สว.ทท.5 กก.2 บก.ทท.3 เปิดเผยว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่าน ภายใต้การอำนวยการ ของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผบช.ทท.ให้กวดขันจับกุมความประพฤติชาวต่างชาติ ที่กระทำความผิด และ ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว หลังจากได้รับการร้องเรียนจาก ผู้ประกอบการท่องเที่ยวบนเกาะพะงัน ว่า มีชาวต่าชาติ แอบลักลอบ ทำธุรกิจปล่อยรถเช่า และ เปิดบังกะโล ในพื้นที่ จัดตั้งบริษัทในรูปลักษณะนอมินี โดยไม่ได้รับอนุญาต บ้านศรีธนู บนเกาะพะงัน
จึงได้มีการตรวจสอบ พร้อมประสาน ไปที่ นายไพสิฐ ทองเจิม ปลัดอาวุโสอำเภอเกาะพะงัน พ.ต.อ.อภิชาต จันทร์สำเร็จ ผกก.สภ.เกาะพะงัน ร.ต.อ.สิริวัฒน์ สมหวัง รอง สว.ตม.จว.สุราษฏร์ธานี นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจเกาะพะงัน ฝ่ายปกครองเข้าตรวจสอบ ตามที่ได้รับการร้องเรียน บ้านศรีธนู หมู่ 8 ต.เกาะพะงัน เมื่อไปถึง เจ้าหน้าที่พบ นายโอเล็ก สัญชาติรัสเซีย อายุ 51 ปี และ นางอีแคทเทอรีน่า อายุ 38 ปี กำลังใช้โน้ตบุ๊กเปิดเว็บไซต์ “Booking Calendar” ที่ระบุข้อมูลการจองห้องพักอย่างชัดเจน
จากการสอบถาม นายโอเล็ก ให้การว่า ตนไม่ได้ประกอบธุรกิจรถเช่า แต่ได้ร่วมกับ นางอีแคทเทอรีน่า ประกอบธุรกิจที่พัก โดยทั้ง 2 จะทำงานอยู่ที่บ้านพัก คอยตอบข้อความลูกค้าผ่านแอปพลิเคชัน WhatsApp และ ลงข้อมูลการจองห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงได้นำทั้ง 2 ตรวจสอบ ใบอนุญาตการทำธุรกิจบังกะโล อยู่ที่บ้านศรีธนู หมู่ 8 ต.เกาะพะงัน จากการ ตรวจสอบที่แผนกต้อนรับ ไม่พบเอกสารใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม หรือ ที่พักที่ไม่เป็นโรงแรม แต่อย่างใด นายโอเล็ก และ นางอีแคทเทอรีน่า ยอมรับสารภาพว่า บังกะโลจำนวน 7 ห้อง คิดค่าเช่าวันละ 500 บาทต่อห้อง ไม่มีใบอนุญาตจริง เนื่องจากเข้าใจผิดว่ามีเพียงหนังสือรับรองบริษัทก็เพียงพอแล้ว
นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้ตรวจสอบบริเวณบังกะโล และ พบ นางหล้า สัญชาติเมียนมาร์ อายุ 21 ปี กำลังให้บริการลูกค้าอยู่ภายในห้องพัก นางหล้าฯ ให้การว่า นายโอเล็ก และนางอีแคทเทอรีน่า เป็นเจ้านาย จ้างตนมาเป็นพนักงานต้อนรับและแม่บ้าน ได้รับเงินเดือน 15,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงได้ ยึดเอกสารการจองห้องพัก ไว้เป็นหลักฐาน
พร้อมควบคุมตัว นายโอเล็ก และ นางอีแคทเทอรีน่า และ แจ้งข้อกล่าวหา “ ร่วมกันประกอบธุรกิจ (บังกะโล) โดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิ์จะทำได้ และ เป็นนายจ้างจ้างคนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิ์จะทำได้ และเเจ้ง ข้อกล่าวหา นางหล้า เอ เมียนมาร์ เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิ์จะทำได้ (พนักงานต้อนรับ / แม่บ้าน)
ด้าน พ.ต.อ.อภิชาต จันทร์สำเร็จ ผกก.สภ.เกาะพะงัน เปิดเผยว่า คดีนี้ ยังต้องขยายผลต่อ ในเรื่อง การประกอบจดจัดตั้ง บริษัท ในลักษณะ เข้าข่ายนอมินี หรือไม่ เพราะพบเงิน หมุนเวียน ใน บัญชี หลายล้านบาท ในรอบ 1 ปี ที่ผ่าน มา อีกทั้งมีการ โอน ถ่าย เงิน เพื่อหลบหลีก ตบตาเจ้าหน้าที่ ภายใน ระยะ เพียงไม่กี่เดือน ให้หลัง สอบถาม ให้การวกไปวนมา พร้อมทั้ง มีหญิงไทย ให้การช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่เตรียม ขยายผล ต่อไป หากพบพยานหลักฐาน จะเอาผิด ทุกคนที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมกวาดล้างการกระทำความผิดของชาวต่างชาติในช่วงก่อนเทศกาลท่องเที่ยว ช่วงไฮซีซั่นอย่างเข้มงวด






