ครม.อนุมัติเพิ่มกรอบวงเงิน 1,544.98 ล้านบาท เดินหน้าจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาปีการผลิต 2568/69 ที่ยังไม่ได้รับสิทธิอีก 233,729 ครัวเรือน ตามมาตรการไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ หรือสูงสุด 10,000 บาทต่อครัวเรือน พร้อมขยายเวลาการดำเนินโครงการถึง 31 ธ.ค. 2569 หลังตรวจสอบข้อมูลเกษตรกรเพิ่มเติมและพบผู้มีสิทธิได้รับเงินเพิ่ม
วันนี้ (29ก.ย.) ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเพิ่มกรอบวงเงิน โครงการสนับสนุนช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปีและส่งเสริมการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับศักยภาพพื้นที่ ปีการผลิต 2568/69 จำนวน 1,544.98 ล้านบาท เพื่อใช้จ่ายให้เกษตรกรที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม 233,729 ครัวเรือน โดยใช้เงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำรองจ่าย เพื่อให้การช่วยเหลือดำเนินต่อเนื่องและถึงมือเกษตรกรตามเป้าหมาย
มาตรการดังกล่าวเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวในอัตรา ไร่ละ 1,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 10 ไร่ หรือสูงสุด 10,000 บาทต่อครัวเรือน โดย ธ.ก.ส. จะเป็นผู้ดำเนินการจ่ายเงินช่วยเหลือเข้าบัญชีเกษตรกรที่ได้รับสิทธิโดยตรง ทั้งนี้ โครงการมีเป้าหมายเกษตรกรประมาณ 4.63 ล้านครัวเรือน และพื้นที่ที่ได้รับสิทธิประมาณ 36.77 ล้านไร่
สำหรับเกษตรกรที่ยังไม่ได้รับเงินเพิ่มเติมจำนวน 233,729 ครัวเรือน มาจากการตรวจสอบข้อมูลหลังการโอนเงินให้เกษตรกรตามโครงการในรอบก่อน โดยพบเกษตรกรที่มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือตามเงื่อนไขของโครงการเพิ่มเติมอีก 113,523 ครัวเรือน จากกรณีข้อมูลการขึ้นทะเบียนและพื้นที่เพาะปลูกมีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลง ขณะที่ยังมีกลุ่มเกษตรกรเป้าหมายเดิมที่ยังไม่ได้รับเงินอีกส่วนหนึ่ง จึงจำเป็นต้องเพิ่มกรอบวงเงินเพื่อให้การช่วยเหลือครอบคลุมผู้มีสิทธิทั้งหมด
ทั้งนี้ ครม.เห็นชอบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทบทวนรายละเอียดตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 และปรับกรอบวงเงินโครงการจากเดิม 37,906.20 ล้านบาท เป็น 39,452.18 ล้านบาท เพื่อรองรับการจ่ายเงินแก่เกษตรกรที่มีสิทธิเพิ่มขึ้น รวมทั้งเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาโครงการจากเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2569 เป็น 31 ธันวาคม 2569 เพื่อให้ ธ.ก.ส. สามารถดำเนินการจ่ายเงินได้ครบถ้วนตามโครงการ
สำหรับเกษตรกร สิ่งที่ต้องรู้คือ ผู้ที่ผ่านหลักเกณฑ์และมีสิทธิได้รับเงินตามโครงการ จะได้รับเงินในอัตราไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อครัวเรือน โดยการดำเนินการครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้เกษตรกรที่มีสิทธิแต่ยังตกหล่นจากการจ่ายเงินในรอบที่ผ่านมาได้รับการช่วยเหลืออย่างครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ของโครงการ






