“ทนายตั้ม” ใส่แว่นดำ-ติดหนวด-สวมเกราะดำ ยื่นหลักฐาน ดีเอสไอ ตรวจสอบเส้นทางการเงินคนใกล้ชิด “กัน จอมพลัง” และคลิปเสียงชวนเล่นพนัน
วันนี้ (21 ก.ย.) ณ ศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ชั้น 2 ฝั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ “ทนายตั้ม บ้าพลัง” เข้ายื่นพยานหลักฐานเพิ่มเติมกับ น.ส.อรุณศรี วิชชาวุธ ผอ.กองบริหารคดีพิเศษ เพื่อขอให้ตรวจสอบนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” อาจมีความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ และตรวจสอบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง รวมถึงธุรกรรมของบุคคลในครอบครัว และบุคคลใกล้ชิด
นายษิทรา เปิดเผยว่า เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ทางเพจเฟซบุ๊ก ชื่อ “ฟุตกอง” ได้มีการโพสต์ข้อความและวิดีโอคลิปเสียงถึงเว็บไซต์พนันออนไลน์ ชื่อ “USA…” ซึ่งเป็นคลิปเสียงคล้ายเสียงของนายกัน จอมพลัง และตนคิดว่าประชาชนคงได้ฟังกันแล้ว ซึ่งตอนนี้ลิ้งค์ก็ถูกปิดไปแล้วเช่นกัน แต่ตนก็ได้ดูดคลิปพร้อมลิ้งค์ URL ไว้เรียบร้อยแล้ว การจะอ้างว่าเป็นเสียง AI นั้นไม่ได้ เพราะเป็นคลิปตอนปี ค.ศ. 2019 ซึ่ง AI ยังไม่เข้ามา จึงอยากให้นายกัน ชี้แจงว่าใช่สิ่งที่ตัวเองทำหรือไม่
นายษิทรา เผยว่า ตนยังขอให้ดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบบุคคลใกล้ชิดของนายกัน อีก 5 ราย ซึ่งก็จะเป็นในส่วนของ นายกัน ภรรยาของนายกัน พ่อและแม่ของนายกัน ซึ่งมีสายข่าวบอกว่า อาจมีเส้นทางการเงินที่ได้จากการกระทำความผิดเชื่อมโยงกัน รวมถึงยังมีบ้านของนายกัน ที่อยู่ในหมู่บ้านหรู ย่านราชพฤกษ์ฯ อาจมีการนำเงินจากการเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์หรือเงินบริจาคมาใช้ซื้อหรือไม่ หรือเรื่องรถลัมโบร์กีนี ที่ซื้อมาแต่ไม่สามารถโอนทะเบียนได้ เพราะติดอายัดอยู่กับดีเอสไอ นอกจากนี้ ยังมีคนใกล้ชิดนายกัน อีก 2 รายมีเส้นทางการเงินเชื่อมโยง
นายษิทรา เผยต่อว่า สำหรับ ดีเอสไอจะรับเป็นคดีพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องเว็บพนันออนไลน์ ต้องมีเงินเกี่ยวข้องกระทำความผิดตั้งแต่ 300 ล้านบาทขึ้นไป ทั้งนี้ ทราบว่าเว็บไซต์พนัน “USA…” ได้มีการเปิดตัวตั้งแต่ปี ค.ศ.2019 และมีการเปลี่ยนชื่อเว็บ เปลี่ยนชื่อคนบริหาร มีตัวแทนนอมินี ถ้าอยากรู้ว่าใครเป็นนอมินี เข้าไปดูที่ช่องคอมเม้นต์ใต้โพสต์ในเพจของตนได้เลย
ผู้สื่อข่าวถามว่าการมาร้องขอให้หน่วยงานดำเนินการตรวจสอบนายกัน จอมพลัง ต่อเนื่องหลายประเด็น ถูกมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งให้ต้องได้รับโทษหรือไม่นั้น นายษิทรา ระบุว่า หากจะบอกว่าตนกลั่นแกล้ง ก็ต้องพูดว่าถ้าเขาเป็นคนดีจริงก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องที่ถูกร้องเลย เพราะถ้าไม่ใช่เรื่องจริง นายกัน คงวิ่งมาสวนตนเหมือนเสือดุสิตแล้ว แต่ตอนนี้ยังเงียบกริบ จึงยืนยันว่าเจตนาของตนที่มาร้อง ก็แค่ขอให้ตรวจสอบเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่าง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เดินทางมาถึงศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ชั้น 2 ฝั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ลงจากรถยนต์ส่วนตัว พูดจาคล้ายนายกัน จอมพลัง ว่า “คนไหนมาถึงก่อนผม ผมไม่ให้สัมภาษณ์ เพราะว่าทำหมายผมแตก” พร้อมสวมแว่นตากันแดดสีดำ และเสื้อเกราะสีดำ (แบบอ่อน) ติดอาร์มรูปตัวละครการ์ตูนชื่อดังต่างๆ โดยมีสื่อมวลชนคอยตามบันทึกภาพ
ผู้สื่อข่าวถามว่าการมาร้องขอให้หน่วยงานดำเนินการตรวจสอบนายกัน จอมพลัง ต่อเนื่องหลายประเด็น ถูกมองว่าเป็นการกลั่นแกล้งให้ต้องได้รับโทษหรือไม่นั้น นายษิทรา ระบุว่า หากจะบอกว่าตนกลั่นแกล้ง ก็ต้องพูดว่าถ้าเขาเป็นคนดีจริงก็ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องที่ถูกร้องเลย เพราะถ้าไม่ใช่เรื่องจริง นายกัน คงวิ่งมาสวนตนเหมือนเสือดุสิตแล้ว แต่ตอนนี้ยังเงียบกริบ จึงยืนยันว่าเจตนาของตนที่มาร้อง ก็แค่ขอให้ตรวจสอบเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่าง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เดินทางมาถึงศูนย์ราชการฯ อาคารซี (C) ชั้น 2 ฝั่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ลงจากรถยนต์ส่วนตัว พูดจาคล้ายนายกัน จอมพลัง ว่า “คนไหนมาถึงก่อนผม ผมไม่ให้สัมภาษณ์ เพราะว่าทำหมายผมแตก” พร้อมสวมแว่นตากันแดดสีดำ และเสื้อเกราะสีดำ (แบบอ่อน) ติดอาร์มรูปตัวละครการ์ตูนชื่อดังต่างๆ โดยมีสื่อมวลชนคอยตามบันทึกภาพ






