• About Us
  • Contact
  • Privacy Policy
  • Terms and Conditions
Saturday, September 26, 2026
  • Login
  • Register
Page3News Worldwide
  • Home
  • E-Paper
  • Subscriptions
  • Countries
    • USA
    • Canada
    • India
    • Balochistan
    • Thailand
    • UK
    • Australia
  • Language Wise News
    • Thai News
    • Punjabi News
    • Hindi News
  • Other News
    • World News
    • Latest Movie Reviews
    • Culture
    • Finance
    • Hollywood
    • Business
    • Entertainment
    • Sports
    • Lifestyle
    • Fashion
    • food
    • Health
    • Travel
    • Politics
    • Science
    • Tech
  • Multilingual Editorial
    • English Editorials
    • Thai Editorials
    • Hindi Editorials
    • Punjabi Editorials
    • Page3News Special
No Result
View All Result
  • Home
  • E-Paper
  • Subscriptions
  • Countries
    • USA
    • Canada
    • India
    • Balochistan
    • Thailand
    • UK
    • Australia
  • Language Wise News
    • Thai News
    • Punjabi News
    • Hindi News
  • Other News
    • World News
    • Latest Movie Reviews
    • Culture
    • Finance
    • Hollywood
    • Business
    • Entertainment
    • Sports
    • Lifestyle
    • Fashion
    • food
    • Health
    • Travel
    • Politics
    • Science
    • Tech
  • Multilingual Editorial
    • English Editorials
    • Thai Editorials
    • Hindi Editorials
    • Punjabi Editorials
    • Page3News Special
No Result
View All Result
Page3News Worldwide
No Result
View All Result
Home Thailand

เปิดปฏิบัติการลุยสางปมขยะพิษ! สหรัฐฯ แจ้งกว่า 800 ตู้ ไทยอายัด 150-180 ตู้ “สุชาติ” ส่ง DSI ขยายผลถึงอเมริกา

by Dr. Parvinder Singh
September 14, 2026
in Thailand, Thai Editorials, Thai News
0
เปิดปฏิบัติการลุยสางปมขยะพิษ! สหรัฐฯ แจ้งกว่า 800 ตู้ ไทยอายัด 150-180 ตู้ “สุชาติ” ส่ง DSI ขยายผลถึงอเมริกา
0
SHARES
4
VIEWS
Share on FacebookShare on TwitterShare on WhatsappShare on TelegramShare on LineShare on Email

“สุชาติ” นำทีม ศุลกากร-DSI-กรมควบคุมมลพิษ-กรมโรงงานอุตสาหกรรม ลุยตรวจตู้สินค้าต้องสงสัยขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายที่ท่าเรือแหลมฉบัง เผยสหรัฐฯ ส่งข้อมูลตู้ต้องสงสัยกว่า 800 ตู้ ขอให้ไทยอายัดไว้ราว 150-180 ตู้ ขณะที่ DSI เร่งขยายผลถึงต้นทาง เตรียมประสานอัยการสอบสวนต่างประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ ด้านศุลกากรเปิดผลงาน 11 เดือน จับกุมคดีด้านสิ่งแวดล้อม 187 คดี น้ำหนักรวม 9.67 ล้านกิโลกรัม มูลค่าของกลางกว่า 234.4 ล้านบาท

วันนี้ (14 ก.ย.) นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการบูรณาการตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยว่าอาจเข้าข่ายการกระทำความผิดตามอนุสัญญาบาเซล ณ สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบัง และท่าเทียบเรือฮัทชิสัน แหลมฉบัง เทอร์มินัล (D1) จ.ชลบุรี โดยมีนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) นายนริศ นิรามัยวงศ์ และนายวีรชาติ พุทธรักษา รองผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง เข้าร่วม

RelatedPosts

สร้างประวัติศาสตร์! คนไทยคนแรกบนเวทีระดับโลก “เนเน่“ คว้าแชมป์ AGT

ศาลประหารชีวิต “โกทร” กับ พวกรวม 4 คน ยิง “สจ.โต้ง ปราจีน” ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ชดใช้เงิน 8 แสน

ตำรวจโคราชบุกช่วยนักศึกษาเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ หลอกว่าพัวพันคดีฟอกเงิน ก่อนตุ๋นพ่อโอนเงินสูญกว่า 8 แสน

นายสุชาติ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามนโยบายรัฐบาลและข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เพื่อดูแลประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบจากสารพิษ กากพิษ และสิ่งตกค้างที่เป็นมลพิษ ซึ่งถูกนำเข้ามาในประเทศไทย ก่อนเข้าสู่กระบวนการคัดแยกหรือกำจัด และอาจถูกนำไปฝังกลบหรือกำจัดอย่างไม่ถูกต้อง

สำหรับท่าเรือแหลมฉบังถือเป็นจุดนำเข้าสินค้าหลากหลายประเภทจากต่างประเทศ โดยการตรวจสอบพบสินค้าประเภท Scrap หรือเศษวัสดุ เช่น เศษอะลูมิเนียม ซึ่งมีทั้งตู้ที่เป็นเศษอะลูมิเนียมที่ผ่านการหล่อมาแล้ว และบางตู้พบเศษวัสดุที่มีแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์สีเขียวปะปนอยู่

นายสุชาติ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่รัฐบาลต้องการคำตอบคือ เมื่อมีแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ปะปนมากับสินค้านำเข้าแล้ว จะถูกนำไปกำจัดอย่างไร และดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ เพราะประชาชนต้องการทราบว่าแผงวงจรที่ปะปนเข้ามาเหล่านี้สุดท้ายถูกนำไปไว้ที่ใด และมีการจัดการอย่างไร

“สิ่งที่พี่น้องประชาชนเห็นอยู่ทั้งหมด หากพบว่าเป็นสินค้าที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการนำเข้า ก็ต้องตีคืน หรือ Rejection กลับไปอยู่แล้ว เพราะประเทศไทยมีกฎหมายเกี่ยวกับการนำเข้าเศษ Scrap ที่กำหนดเรื่องสิ่งเจือปน เช่น พลาสติกหรือแผงวงจรต่าง ๆ” นายสุชาติกล่าว

สหรัฐฯ แจ้งข้อมูลกว่า 800 ตู้ ขอไทยอายัด 150-180 ตู้

นายสุชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมควบคุมมลพิษ DSI และกรมศุลกากรได้รับข้อมูลจากหน่วยงานในสหรัฐฯ เกี่ยวกับตู้สินค้าต้องสงสัยกว่า 800 ตู้ โดยมีข้อมูลที่ขอให้ประเทศไทยอายัดไว้ประมาณ 150-180 ตู้

จากนี้หน่วยงานไทยจะตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริง เพื่อให้ทราบรายละเอียดของข้อมูลที่ได้รับจากหน่วยงานสหรัฐฯ และยืนยันว่ารัฐบาลไทยดำเนินการตรวจสอบตามกฎหมายอย่างจริงจัง

“เราจะทำการตรวจและพิสูจน์ เพื่อให้ทุกหน่วยงานสบายใจ รวมถึงทางอเมริกาหรือหน่วยงานที่ให้ข้อมูลเรามา จะได้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญและจริงจังกับการบังคับใช้กฎหมายเรื่องนี้” นายสุชาติกล่าว

ส่ง DSI ขยายผลต้นทาง เตรียมบินสอบถึงอเมริกา

นายสุชาติ กล่าวว่า ในส่วนของ DSI ได้รับเรื่องดังกล่าวไปดำเนินการเป็นคดีสืบสวน และอยู่ระหว่างการพิจารณาพัฒนาเป็นคดีพิเศษ โดยจะต้องขยายผลไปถึงต้นทางของการนำเข้าขยะว่าเริ่มต้นมาจากที่ใด และถูกส่งเข้ามายังประเทศไทยด้วยวิธีการอย่างไร

นอกจากนี้ มีแผนประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเดินทางไปต่างประเทศ รวมถึงสหรัฐฯ เพื่อสอบสวนผู้ส่งออก ตลอดจนผู้ซื้อและผู้ส่ง ตรวจสอบว่าขยะดังกล่าวถูกส่งมายังประเทศไทยได้อย่างไร และดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายของประเทศต้นทางหรือไม่

“DSI รับทำเป็นคดีพิเศษที่จะต้องบินไปต่างประเทศ ไปถึงอเมริกา ไปสอบผู้ที่ส่งออก สอบทั้งผู้ซื้อและผู้ส่งว่า ส่งมาได้อย่างไร เพราะอะไร” นายสุชาติกล่าว

ด้าน พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม DSI กล่าวว่า เดิมกรมสอบสวนคดีพิเศษติดตามและดำเนินการเกี่ยวกับปัญหาการทิ้งขยะพิษ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในหลายพื้นที่ เช่น พระนครศรีอยุธยา สระบุรี และปราจีนบุรี แต่การดำเนินการระยะต่อไปจะมุ่งขยายผลไปถึงต้นตอของขยะ รวมถึงกระบวนการนำเข้ามายังประเทศไทย

ทั้งนี้ DSI ได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งเครือข่าย BAN ในสหรัฐฯ มูลนิธิบูรณะนิเวศ และภาคประชาชน ซึ่งส่งข้อมูลเกี่ยวกับปัญหาการนำเข้าและการนำขยะมาทิ้งในประเทศไทย เพื่อนำไปประกอบการขยายผล

จากนี้ DSI จะบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบโรงงานหรือสถานประกอบการที่รับขยะจากต่างประเทศ เพื่อตรวจสอบกระบวนการกำจัดว่าถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบเส้นทางการนำเข้าและการจัดการขยะหลังเข้าสู่ประเทศไทย

ชง ปปง. เพิ่มฐานความผิด หวังเชื่อมยึดทรัพย์

นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลกำลังทำงานร่วมกันเป็นทีม โดยผลักดันให้กรมควบคุมมลพิษประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อพิจารณาเพิ่มฐานความผิดที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบทิ้งกากพิษและสารพิษ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน

เป้าหมายคือให้การกระทำดังกล่าวสามารถเชื่อมโยงไปสู่การดำเนินการด้านทรัพย์สิน ทั้งการจับกุม ดำเนินคดี และยึดทรัพย์ เพื่อให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษอย่างรุนแรงและสอดคล้องกับความเสียหายที่เกิดขึ้น

“เราพยายามจะให้ ปปง.เพิ่มโทษให้เป็นมูลฐานความผิด ในเรื่องของการยึดทรัพย์ จับกุม ดำเนินคดี ให้มีโทษรุนแรงที่สุด” นายสุชาติกล่าว

นายสุชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า การแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน รวมถึงประชาชนและสื่อมวลชน พร้อมยืนยันว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมและตั้งใจร่วมกันแก้ไขปัญหาตามนโยบายรัฐบาล เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งรองรับขยะพิษจากต่างประเทศ

ศุลกากรเผย 11 เดือนจับ 187 คดี ของกลางกว่า 234 ล้านบาท

นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า กรมศุลกากรได้สนองรับนโยบายสำคัญของรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในการขับเคลื่อนภารกิจเชิงรุก เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยเฉพาะขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายอย่างต่อเนื่อง

ภารกิจดังกล่าวไม่ได้มุ่งเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย แต่ยังมีเป้าหมายเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ตลอดจนป้องกันไม่ให้ประเทศไทยเป็นปลายทางของขยะและของเสียอันตรายจากต่างประเทศ

สำหรับผลการดำเนินงานด้านการปกป้องสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 2569 หรือเดือนตุลาคม 2568 ถึงเดือนสิงหาคม 2569 กรมศุลกากรสามารถจับกุมสินค้าที่เกี่ยวข้องได้ 187 คดี น้ำหนักรวม 9.67 ล้านกิโลกรัม มูลค่าของกลางกว่า 234.4 ล้านบาท ประกอบด้วย ขยะอิเล็กทรอนิกส์ 2.7 ล้านกิโลกรัม ของเสียอันตราย 6.6 ล้านกิโลกรัม และเศษพลาสติก 3 แสนกิโลกรัม

เปิดไทม์ไลน์ 50 ตู้ ก่อนตรวจซ้ำ 9 ตู้

นายพันธ์ทอง กล่าวว่า การปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2569 DSI มีหนังสือประสานกรมศุลกากรเพื่ออายัดตู้สินค้า 50 ตู้ สำหรับตรวจสอบและขยายผล

กรมศุลกากรตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง พบว่า 19 ตู้ เป็นตู้สินค้าที่สำนักงานศุลกากรท่าเรือแหลมฉบังตรวจพบความผิดและดำเนินการจับกุมไว้แล้ว ขณะที่ 14 ตู้ ไม่พบข้อมูลการนำตู้สินค้าเข้ามาในราชอาณาจักร และอีก 17 ตู้มีข้อมูลการนำเข้ามาในราชอาณาจักร

ในจำนวน 17 ตู้ดังกล่าว พบว่า 1 ตู้ได้รับการตรวจปล่อยไปก่อนที่จะได้รับแจ้งการอายัด ส่วนอีก 6 ตู้อยู่ระหว่างการอายัด โดยมีสถานะรอผู้นำเข้าติดต่อเพื่อตรวจสอบ ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง

ต่อมาเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 กรมศุลกากรร่วมกับกรมควบคุมมลพิษและกรมโรงงานอุตสาหกรรม ตรวจสอบตู้สินค้า 10 ตู้ พบว่า 4 ตู้ มีสินค้าตรงตามที่สำแดง ขณะที่อีก 6 ตู้ ตรวจพบความผิด โดยมีแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์หรือวัตถุที่อาจเข้าข่ายเป็นของเสียอันตรายปะปนอยู่

สำหรับการปฏิบัติการในวันนี้ กรมศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันเปิดตรวจตู้สินค้าอีก 9 ตู้ ณ ท่าเทียบเรือฮัทชิสัน แหลมฉบัง เทอร์มินัล (D1) จ.ชลบุรี โดยเป็นตู้ที่ตรวจพบความผิด 6 ตู้จากการตรวจสอบเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม และตู้สินค้าของบริษัทเดียวกันอีก 3 ตู้

นายพันธ์ทอง กล่าวว่า การดำเนินงานครั้งนี้เป็นการบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกรมศุลกากรมีบทบาทสำคัญในการคัดกรองและตรวจสอบสินค้านำเข้า รวมถึงสนับสนุนข้อมูลการนำเข้า เอกสารทางศุลกากร และผลการตรวจสอบตู้สินค้า เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การสืบสวนและขยายผลผู้ที่เกี่ยวข้อง

พร้อมยืนยันว่า กรมศุลกากรพร้อมสนับสนุน DSI และทุกหน่วยงานอย่างเต็มที่ ทั้งด้านข้อมูลการนำเข้า เอกสารทางศุลกากร และการตรวจสอบตู้สินค้า เนื่องจากการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายไม่อาจสำเร็จได้ด้วยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ต้องอาศัยการบูรณาการข้อมูล ความเชี่ยวชาญ และการบังคับใช้กฎหมายร่วมกันอย่างจริงจัง

ทั้งนี้ กรมศุลกากรจะเดินหน้าภารกิจเชิงรุกในการคัดกรองและตรวจสอบสินค้านำเข้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตราย พร้อมสนับสนุนข้อมูลและการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันไม่ให้ประเทศไทยเป็นปลายทางของขยะและของเสียอันตรายจากต่างประเทศต่อไป

DSI ชี้คดีฉะเชิงเทราอาจต้องใช้งบฟื้นฟูกว่า 1,000 ล้าน

พ.ต.ต.ณฐพล ดิษยธรรม ผู้อำนวยการกองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม DSI กล่าวว่า จากการดำเนินงานในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา DSI ทำงานร่วมกับกรมควบคุมมลพิษในการดำเนินคดีกับบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งพบว่าปัญหาการปนเปื้อนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอาจทำให้ภาครัฐต้องใช้งบประมาณในการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมมากกว่า 1,000 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประเทศจากการจัดการขยะที่ไม่ถูกต้อง

หลังจากรับเรื่องและพัฒนาเป็นคดีที่เกี่ยวข้องแล้ว DSI จะประสานความร่วมมือกับสำนักงานอัยการเพื่อพิจารณาดำเนินการสอบสวนในต่างประเทศ โดยเฉพาะการตรวจสอบว่าเหตุใดจึงมีการส่งขยะพิษเข้ามายังประเทศไทย และการส่งออกขยะดังกล่าวดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายของประเทศต้นทางหรือไม่

การสอบสวนจะดำเนินการโดยบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมมุ่งแก้ไขปัญหาการนำเข้าและการทิ้งขยะพิษไม่ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยในอนาคต

Get real time update about this post categories directly on your device, subscribe now.

Unsubscribe
Dr. Parvinder Singh

Dr. Parvinder Singh

Page3news Worldwide, founded by Dr. Parvinder Singh, is a pioneering multilingual newspaper based in Thailand. Our mission is to deliver news that resonates with truth and integrity, free from fear and pressure. We believe in the principles of simple living and high thinking, striving to connect with a global audience. Page3news is dedicated to providing diverse perspectives, ensuring that every voice is heard. Join us in our journey to redefine journalism for a better world. Dr. Parvinder Singh Founder - Page3News Worldwide & Dr. Monruedee Sommart Co-Founder & President - Page3news Worldwide Email : page3newsthai@gmail.com

Related Posts

สร้างประวัติศาสตร์! คนไทยคนแรกบนเวทีระดับโลก “เนเน่“ คว้าแชมป์ AGT

สร้างประวัติศาสตร์! คนไทยคนแรกบนเวทีระดับโลก “เนเน่“ คว้าแชมป์ AGT

by Dr. Parvinder Singh
September 25, 2026
0
2

ไม่พลิกโผ สร้างประวัติศาสตร์! คนไทยคนแรกบนเวทีระดับโลก “เนเน่ รอยัล” คว้าแชมป์ AGT 2026 รับเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประวัติศาสตร์ต้องจารึก หลังจากวันนี้ (24 ก.ย.) เป็นการประกาศผลผู้ชนะในรายการแข่งขันระดับโลก America’s Got Talent ซีซั่นที่...

ศาลประหารชีวิต “โกทร” กับ พวกรวม 4 คน ยิง “สจ.โต้ง ปราจีน” ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ชดใช้เงิน 8 แสน

ศาลประหารชีวิต “โกทร” กับ พวกรวม 4 คน ยิง “สจ.โต้ง ปราจีน” ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ชดใช้เงิน 8 แสน

by Dr. Parvinder Singh
September 25, 2026
0
2

ศาลประหารชีวิต "โกทร-สุนทร วิลาวัลย์" กับ พวก รวม 4 คน สังหาร "สจ.โต้ง ปราจีน" แต่ให้การเป็นประโยชน์อยู่บ้าง ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต ชดใช้ค่าเสียหาย 8 แสนกว่าบาท ที่ห้องพิจารณาคดี 914 วันนี้ (...

ตำรวจโคราชบุกช่วยนักศึกษาเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ หลอกว่าพัวพันคดีฟอกเงิน ก่อนตุ๋นพ่อโอนเงินสูญกว่า 8 แสน

ตำรวจโคราชบุกช่วยนักศึกษาเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ หลอกว่าพัวพันคดีฟอกเงิน ก่อนตุ๋นพ่อโอนเงินสูญกว่า 8 แสน

by Dr. Parvinder Singh
September 25, 2026
0
2

ตำรวจโคราชบุกช่วยนักศึกษา ชั้นปี 4 เหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ ถูกหลอกว่าพัวพันคดีฟอกเงินอ้างเป็นตำรวจข่มขู่จะดำเนินคดี ก่อนออกอุบายให้ตุ๋นพ่อเป็นเงินค่าใช้จ่ายโครงการนักศึกษาแลกเปลี่ยนไปประเทศญี่ปุ่น โอนเงินให้สูญกว่า 8 แสนบาท จนผู้ปกครองสงสัยมีการโอนเงินจำนวนมากจึงแจ้งเบาะแสให้ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง เข้าตรวจสอบบุกช่วยเหลือ วันนี้ (24 กันยายน 2569) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเบาะแสจากผู้ปกครอง...

ได้คืบเอาศอก! ‘นาจิบ’ ร้องศาลระงับโทษจำคุก 15 ปีในอีกคดี หลังกษัตริย์ ‘อภัยโทษ’ ให้กักบริเวณในบ้านแบบมีเงื่อนไข

ได้คืบเอาศอก! ‘นาจิบ’ ร้องศาลระงับโทษจำคุก 15 ปีในอีกคดี หลังกษัตริย์ ‘อภัยโทษ’ ให้กักบริเวณในบ้านแบบมีเงื่อนไข

by Dr. Parvinder Singh
September 25, 2026
0
4

ทนายความของ นาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แถลงในวันศุกร์ (25 ก.ย.) ว่า นาจิบ ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาล "ระงับ" โทษจำคุก 15 ปี จากการมีส่วนเกี่ยวข้องในคดีทุจริตมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ หลังจากที่เขาได้รับพระราชทานอภัยโทษจากกษัตริย์ในคดีอื่นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นาจิบ วัย 73 ปี...

ภูเก็ตเตรียมขบวนแห่ ‘เนเน่’ แชมป์ AGT หวังสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน-กระตุ้นท่องเที่ยวไฮซีซั่น

ภูเก็ตเตรียมขบวนแห่ ‘เนเน่’ แชมป์ AGT หวังสร้างแรงบันดาลใจเยาวชน-กระตุ้นท่องเที่ยวไฮซีซั่น

by Dr. Parvinder Singh
September 25, 2026
0
2

จังหวัดภูเก็ตเตรียมจัดขบวนแห่ต้อนรับ “น้องเนเน่” แชมป์ America’s Got Talent Season 21 อย่างยิ่งใหญ่ ยกเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ ชี้ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน กระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น และการส่งเสริม Soft Power ดึงดูดผู้คนทั่วโลก นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ในฐานะโฆษกเมืองภูเก็ต...

ศาลจำคุก 12 ปี แม่บ้านผสมเดทตอลใส่นมเด็ก 2 ขวบ ข้อหาพยายามฆ่า รับสารภาพลดเหลือ 6 ปี

ศาลจำคุก 12 ปี แม่บ้านผสมเดทตอลใส่นมเด็ก 2 ขวบ ข้อหาพยายามฆ่า รับสารภาพลดเหลือ 6 ปี

by Dr. Parvinder Singh
September 25, 2026
0
2

“คุณหยก” อัปเดตคดีแม่บ้านแอบผสมเดทตอลใส่นมลูกวัย 2 ขวบ ศาลพิพากษาลงโทษข้อหาพยายามฆ่า จำคุก 12 ปี รับสารภาพลดเหลือ 6 ปี ปิดคดีหลังต่อสู้ยาว 9 เดือน จากกรณี “คุณหยก” เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับแม่บ้าน หลังพบพฤติการณ์แอบนำเดทตอลผสมลงในขวดนมของลูกสาววัย 2 ขวบ...

Facebook Twitter Youtube Instagram Tumblr Pinterest

Page 3 News Multilingual Worldwide

The Page 3 News is a Multilingual Worldwide daily newspaper founded in 2021. It is published in Bangkok, Thailand by the Page 3 News Thai Limited Partnership. Page 3 News is available to the world in all the three formats i.e. e-Paper, digital and print.

The Page 3 News is having offices in many countries like Thailand, India, Canada, USA, etc. and is currently published in English, Thai, Hindi and Punjabi languages.

Category

Calanderwise News

September 2026
MTWTFSS
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
« Aug    

© 2024 Page 3 News - First Multilingual Worldwide Newspaper based in Thailand.

Welcome Back!

Login to your account below

Forgotten Password? Sign Up

Create New Account!

Fill the forms below to register

*By registering into our website, you agree to the Terms & Conditions and Privacy Policy.
All fields are required. Log In

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Log In

Add New Playlist

No Result
View All Result
  • Home
  • Subscriptions
  • E-Paper
  • World News
  • Balochistan
  • USA
  • India
  • Thailand
  • Canada
  • UK
  • Australia
  • About Us
  • Contact
  • Privacy Policy
  • Terms and Conditions
  • Disclaimer

© 2024 Page 3 News - First Multilingual Worldwide Newspaper based in Thailand.

This website uses cookies. By continuing to use this website you are giving consent to cookies being used. Visit our Privacy and Cookie Policy.