กลุ่มผู้ประท้วงชาวเกาหลีใต้เรียกร้องต่อรัฐบาลในวันพุธ (9 ก.ย.) ไม่ให้ส่งกองกำลังทหารไปยังช่องแคบฮอร์มุซที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ พร้อมประณามสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเป็น “สงครามที่ผิดกฎหมาย” ของรัฐบาลวอชิงตัน
กลุ่มผู้ประท้วงที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอาคารสถานทูตสหรัฐฯ ขนาดใหญ่ในกรุงโซล พากันชูป้ายที่มีข้อความว่า “อย่าเข้าร่วมสงครามรุกราน” ในขณะที่ผู้นำของพวกเขากำลังพิจารณาถึง “การมีส่วนร่วม” เพื่อรักษาความปลอดภัยในเส้นทางน้ำดังกล่าว
โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กดดันพันธมิตรอย่างเกาหลีใต้ให้ช่วยทำสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นสงครามที่อิหร่านได้เข้าควบคุมช่องแคบที่เป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการจัดหาน้ำมันของโลกอย่างเบ็ดเสร็จ
“เราไม่สามารถส่งเยาวชนของเราไปสู่ทะเลแห่งความตายได้” ผู้ประท้วงซึ่งมีจำนวนประมาณ 60 คนตามการประเมินของสำนักข่าว AFP ตะโกนร้องที่บริเวณบันไดด้านนอกศูนย์ศิลปะการแสดงเซจงในกรุงโซล
การประท้วงดังกล่าวเกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากที่หน่วยงานด้านความมั่นคงของเกาหลีใต้กล่าวว่า พวกเขาได้ส่งคณะค้นหาข้อเท็จจริงไปประเมินสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมย้ำว่ายังไม่มีการตัดสินใจใดๆ เกี่ยวกับการส่งกองกำลัง
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เกาหลีใต้กล่าวว่ากำลังพิจารณา “การมีส่วนร่วม” ต่อความพยายามด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ตามแนวช่องแคบนี้ โดยมีข้อแม้ว่าจะต้องไม่กระทบต่อความพร้อมทางการทหารของตนเอง
อิหร่านได้เตือนว่าการส่งกองกำลังใดๆ ของเกาหลีใต้จะถูก “มองว่าเป็นการสนับสนุนโดยตรงต่อฝ่ายที่รับผิดชอบในการรุกรานนั้น และจะมีผลตามมาที่ร้ายแรง”
จอง คยองจิก สมาชิกของ “กลุ่มประชาชนเพื่อประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม” กล่าวกับ AFP ว่าเขาเข้าใจในมุมมองของรัฐบาลเตหะราน
“อย่างที่อิหร่านได้กล่าวไว้ การส่งกองกำลังของเราไปยังภูมิภาคนี้จะถือเป็นการเข้าร่วมโดยตรงในสงครามที่ผิดกฎหมาย” เขากล่าว
“มีการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศมากมายที่เกิดจากการโจมตีอิหร่านของสหรัฐฯ รวมถึงการทิ้งระเบิดใส่โรงเรียนประถมและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน” เขากล่าวเพิ่มเติม
ทรัมป์ต้องดิ้นรนอย่างหนักเพื่อขอความช่วยเหลือจากชาติพันธมิตรในสงครามที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อ 6 เดือนก่อน ซึ่งขณะนี้สถานการณ์ได้มาถึงทางตันแล้ว
อิหร่านยังคงรักษาอำนาจควบคุมช่องแคบทางยุทธศาสตร์แห่งนี้อย่างเหนียวแน่น ซึ่งก่อนช่วงสงครามเคยเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันถึง 1 ใน 5 ของปริมาณน้ำมันทั่วโลก ขณะที่รัฐบาลวอชิงตันได้กดดันให้มีการปิดล้อมท่าเรือของอิหร่านเพื่อเป็นการตอบโต้
ชเว ยองอ๊ก สมาชิกของ “กลุ่มสามัคคีเพื่อสันติภาพเกาหลีเพื่ออธิปไตยและการรวมชาติ” เตือนว่าการส่งกองกำลัง ย่อมนำไปสู่ความสูญเสียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“การส่งกองกำลังของเราไปสู่สงครามที่ผิดกฎหมายซึ่งก่อโดยสหรัฐฯ เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ไม่มีเหตุผลใดที่เราจะต้องส่งทหารไป ในเมื่อไม่มีประเทศอื่นใดทำเช่นนั้น หรือแม้แต่บอกว่าจะทำ” เธอกล่าว
ทั้งนี้ หากรัฐบาลโซลตัดสินใจส่งกองกำลังติดอาวุธไปยังช่องแคบดังกล่าว จะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาด้วยคะแนนเสียงข้างมากในสมัชชาแห่งชาติ
ที่มา เอเอฟพี






