เนธ เพียกตรา รัฐมนตรีกระทรวงสารสนเทศกัมพูชา กล่าวว่ากัมพูชาจะยังคงหยิบยกข้อกังวลเกี่ยวกับการละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของตนขึ้นกล่าวในเวทีระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ ตราบเท่าที่ปัญหาตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทยยังไม่ได้รับการแก้ไข
เนธ เพียกตรา ได้โพสต์ข้อความลงบนหน้าเฟซบุ๊กปฏิเสธข้อเรียกร้องให้กัมพูชาละเว้นจากการหยิบยกข้อพิพาทชายแดนขึ้นกล่าวในเวทีระหว่างประเทศ โดยกล่าวว่าการขอให้กัมพูชานิ่งเฉยจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาในพื้นที่ได้
“หากไทยต้องการให้กัมพูชาหยุดพูดถึงการละเมิดและการรุกล้ำดินแดนของกัมพูชา วิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือไม่ใช่การขอให้กัมพูชานิ่งเงียบ” เนธ เพียกตรา กล่าว พร้อมเน้นย้ำว่าปัญหาจะต้องได้รับการแก้ไขด้วยสันติวิธีและสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงที่มีอยู่
เขากล่าวว่ากัมพูชาไม่สามารถนิ่งเฉยได้ในขณะที่กองกำลังของไทยยังคงอยู่ในดินแดนกัมพูชา สิ่งปลูกสร้างและโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นข้อพิพาทยังคงอยู่ในพื้นที่ และพลเรือนกัมพูชาไม่สามารถเดินทางกลับบ้านและที่ดินของตนได้อย่างปลอดภัย
“ตราบใดที่การละเมิดอธิปไตยและบูรณภาพดินแดนของกัมพูชายังคงดำเนินต่อไป กัมพูชาก็จะยังพูดต่อ” เนธ เพียกตรา กล่าว
รัฐมนตรีเน้นย้ำว่าจุดยืนของกัมพูชาไม่ได้มุ่งเป้าไปที่การเผชิญหน้ากับไทย แต่เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของชาติและดำเนินการทางการทูตอย่างสันติ
“กัมพูชาเป็นรัฐอธิปไตย กัมพูชามีสิทธิที่จะปกป้องอธิปไตยบูรณภาพดินแดน ประชาชน และสถานะทางกฎหมายของตน” เนธ เพียกตรา ระบุ
เขายังกล่าวว่านักการทูตกัมพูชามีหน้าที่รับผิดชอบในการนำเสนอจุดยืนของประเทศและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องต่อประชาคมระหว่างประเทศผ่านช่องทางการทูตที่เหมาะสม
เขากล่าวว่าหากไทยต้องการลดความตึงเครียด ก็ควรละเว้นจากการกระทำฝ่ายเดียวที่อาจเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ตามแนวชายแดน เคารพการหยุดยิง ปฏิบัติตามข้อตกลงที่มีอยู่ และใช้กลไกการระงับข้อพิพาทอย่างสันติ ที่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ
“กัมพูชาไม่ได้อ้างสิทธิในสิ่งที่เป็นของผู้อื่น แต่กัมพูชาไม่สามารถยอมรับการใช้กำลังหรือการกระทำฝ่ายเดียวเพื่อสร้างข้อเท็จจริงใหม่ในพื้นที่ แล้วคาดหวังว่ากัมพูชาจะนิ่งเฉยต่อสิ่งเหล่านี้” เนธ เพียกตรา ระบุ
เพียกตราเน้นย้ำว่า กัมพูชาสนับนุนการเจรจา กลไกทวิภาคี และแนวทางสันติอื่นๆ ในการแก้ไขข้อพิพาท
“กัมพูชาต้องการสันติภาพ กัมพูชาสนับสนุนการเจรา” เขากล่าว และเสริมว่าการเจรจาไม่ได้หมายความว่ากัมพูชาควรสละสิทธิในการแสดงจุดยืนของตนหรือปกป้องอธิปไตยของตน
เขาระบุว่าเวทีระหว่างประเทศ ที่รวมถึงองค์การระหว่างประเทศของกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาฝรั่งเศส (OIF) อาเซียน และสหประชาชาติ เป็นเวทีที่ถูกต้องตามกฎหมายสำหรับประเทศต่างๆ ในการแสดงข้อกังวลและแสวงหาทางออกทางการทูต
“การทูตเป็นทางเลือกแทนอาวุธ และการพูดดีกว่าการยิง” เนธ เพียกตรา กล่าว
เขากล่าวว่ากัมพูชาจะยังคงนำเสนอจุดยืนของประเทศทั้งในกรุงพนมเปญ ผ่านอาเซียน OIF สหประชาชาติ และเวทีระหว่างประเทศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการกระทำนี้ไม่ใช่การยั่วยุให้เกิดการเผชิญหน้า แต่เป็นการปกป้องสันติภาพบนพื้นฐานของกฎหมายและอธิปไตย
“ไม่ใช่เพื่อต่อต้านประชาชนไทย แต่เพื่อต่อต้านการกระทำใดๆ ที่ละเมิดสิทธิและบูรณภาพดินแดนของกัมพูชา” เนธ เพียกตรา กล่าว
เขาย้ำว่ากัมพูชาจะยังคงมุ่งมั่นในการทูตอย่างสันติ ขณะเดียกวันก็จะยังคงพูดถึงข้อพิพาทจนกว่าประเด็นที่กัมพูชาถือว่าเป็นการละเมิดจะได้รับการแก้ไข
“กัมพูชาจะเงียบต่อเมื่อไม่มีการละเมิดเหลือให้พูดถึงแล้ว จนกว่าจะถึงตอนนั้น กัมพูชาจะยังพูดต่อไปด้วยข้อเท็จจริง ด้วยกฎหมาย และด้วยศักดิ์ศรี” เนธ เพียกตรา ระบุ.






