ระเบิดเวลาปัญหาสิ่งแวดล้อม! กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งเคลียร์ปัญหา อลูมิเนียมดรอส กว่า 1.2 หมื่นตันในพื้นที่นครปฐม รั่วซึม กลิ่นเหม็น เสี่ยงเกิดเพลิงไหม้
คณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม วราวุธ ศิลปอาชา พร้อมหน่วยงานในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาตามข้อร้องเรียนของชาวบ้าน กรณีได้รับกลิ่นเหม็นรบกวนจากโรงงานอลูมิเนียมดรอสที่หยุดประกอบกิจการและไม่มีผู้ดูแล ของบริษัท เอวาย 2021 จำกัด ตั้งอยู่ เลขที่ 68/2 หมู่ที่ 13 ถนนโพรงมะเดื่อ-บ้านไร่ ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมืองนครปฐม จ.นครปฐม ซึ่งเป็นโรงงานที่ถูกดำเนินคดีข้อหา “ตั้งโรงงานและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และ”ครอบครองตะกรันอลูมิเนียมซึ่งเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 โดยไม่ได้รับอนุญาต”ตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 โดยให้ระงับการกระทำที่ฝ่าฝืน และอายัดสิ่งของที่อยู่ภายใน-ภายนอกอาคารโรงงานทั้งหมด พร้อมติดประกาศการยึดอายัดไว้บริเวณอาคารโรงงาน
ต่อมา อลูมิเนียมดรอสของกลางที่ถูกอายัด เริ่มรั่วซึม เกิดกลิ่นเหม็นเป็นระยะ และส่งผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบ รวมถึงมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจากเพลิงไหม้ รมว.อุตสาหกรรม จึงลงพื้นที่ตรวจสอบด้วยตนเอง และหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางแก้ไขปัญหาโดยเร็วที่สุด
จากการเข้าตรวจสอบพื้นที่ พบว่าปัจจุบันไม่มีการประกอบกิจการ ไม่พบคนงานหรือผู้ดูแล เข้าข่ายเป็นอาคารร้าง ภายในอาคารพบการติดตั้งเครื่องจักรที่ใช้สำหรับประกอบกิจการหลอมหล่อตะกรันโลหะ มีเตาหลอม 2 ชุด ติดตั้งระบบบำบัดมลพิษทางอากาศซึ่งไม่อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ ส่วนอาคารด้านหลังพบถุงบิ๊กแบ็คบรรจุกากอุตสาหกรรมคาดว่าเป็นตะกรันอลูมิเนียมซึ่งเป็นวัตถุดิบในการหลอม
นอกจากนี้ ยังพบมีการวางกองเก็บถุงบิ๊กแบ็คดังกล่าวภายนอกอาคารด้วย รวมประมาณ 8,258 ถุง น้ำหนักรวมประมาณ 12,387 ตัน ตัวอาคารเริ่มมีสภาพชำรุดและหลังคารั่วบางจุด ทำให้น้ำฝนรั่วซึมลงสู่กองอลูมิเนียมดรอสและมีการรั่วซึม ซึ่งอลูมิเนียมดรอสเป็นกากที่เกิดจากกระบวนการหลอมหรือรีไซเคิลอลูมิเนียม และจัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 เมื่อสัมผัสความชื้นหรือน้ำ อาจปล่อยก๊าซพิษและก๊าซไวไฟ มีความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้หรือการระเบิด และอาจเป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจได้
ภายหลังการเข้าตรวจสอบ และรับฟังปัญหาร้องเรียนจากชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัด ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อหาแนวทางการดำเนินงาน เนื่องจากอลูมิเนียมดรอสที่เป็นของกลาง มีปริมาณสูงถึง 12,237 ตัน และยังเป็นวัตถุอันตราย หากเก็บนานเกินไปจะเป็นอันตราย ดังนั้นการเคลื่อนย้ายหรือนำไปกำจัดต้องพิจารณากฎหมายอื่นเพื่อรีบทำการเคลื่อนย้าย เนื่องจากกระทรวงอุตสาหกรรมอยากป้องกันปัญหา ก่อนที่ปัญหาจะเกิด และทุกอย่างที่ดำเนินการต้องทำอย่างถูกระเบียบตามกฎหมาย
กรณีนี้ สะท้อนความจำเป็นเร่งด่วนในการผลักดันการปรับปรุง พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 ฉบับใหม่ เพื่อให้ผู้ประกอบกิจการต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการป้องกันและเยียวยาความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อม ตามหลัก“ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย”(Polluter Pays Principle: PPP)ไม่ให้ภาระในการแก้ไขปัญหาถูกผลักไปยังประชาชนหรือภาครัฐ โดยแนวทางสำคัญ คือ กำหนดให้โรงงานบางประเภทที่มีความเสี่ยงสูงต้องวางหลักประกันเพื่อใช้เยียวยาความเสียหายเบื้องต้นต่อบุคคล ทรัพย์สินและสิ่งแวดล้อม,จัดตั้งกองทุนแก้ไขปัญหากากอุตสาหกรรม,ลดการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ในการอนุมัติอนุญาต,เพิ่มอัตราโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนกฎหมาย โดยกระทรวงฯจะเร่งรัดผลักดันร่าง พ.ร.บ.โรงงาน,พ.ร.บ.กากอุตสาหกรรม เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี และรัฐสภาตามขั้นตอนโดยเร็ว






