ในการแถลงข่าวประจำวันเมื่อวันอังคาร (9 มิ.ย.) นาย หลิน เจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวกรณีกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ได้เพิ่มบริษัทจีนหลายแห่ง รวมถึงอาลีบาบา ไป่ตู้ เทนเซ็นต์และบีวายดี เข้าไปในบัญชีรายชื่อบริษัท ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกองทัพปลดแอกประชาชนจีน (Section 1260H List) โดยจีนมีปฏิกิริยาอย่างไรต่อเรื่องนี้?
นายหลินเรียกร้องให้สหรัฐฯ เร่งแก้ไขข้อผิดพลาดนี้ โดยจีนได้คัดค้านการขยายแนวคิดเรื่องความมั่นคงแห่งชาติจนเกินขอบเขตของสหรัฐฯอย่างหนักแน่นมาโดยตลอด การขยายขอบเขตแนวคิดนี้ทำให้สหรัฐฯสร้างบัญชีรายชื่อที่มีการเลือกปฏิบัติหลายบัญชีขึ้นมาและกดดันบริษัทจีนอย่างไม่เป็นธรรม
นายหลินยืนยันด้วยว่าจีนจะใช้มาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทจีน
ด้านอาลีบาบา ไป่ตู้ และอู๋ซี แอปเทค ( WuXi AppTec) ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ ต่างออกแถลงการณ์ปฏิเสธการขึ้นบัญชีดังกล่าวว่า “ไม่มีมูลความจริง” โดยระบุว่า จะรีบดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อนำบริษัทออกจากรายชื่อดังกล่าว
“ไม่มีหลักฐานใดที่จะสรุปได้ว่าอาลีบาบาควรถูกจัดอยู่ในบัญชีรายชื่อตามมาตรา 1260H อาลีบาบาไม่ใช่บริษัททางทหารของจีน และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การผสมผสานระหว่างกองทัพและพลเรือน เราจะดำเนินการทางกฎหมายทุกวิถีทางเพื่อต่อต้านความพยายามที่จะบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบริษัทของเรา” อาลีบาบาระบุในแถลงการณ์
เพนตากอนได้เผยแพร่บัญชีรายชื่อบริษัทที่เชื่อมโยงกับกองทัพจีนฉบับปรับปรุงเมื่อวันจันทร์ ( 8 มิ.ย. ) หลังจากเคยมีการเผยแพร่ฉบับปรับปรุงครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา แต่ก็ถอนออกไปอย่างรวดเร็ว โดยโรโบเซนส์ (RoboSense) บริษัทหุ่นยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วย AI และยูนิทรี ( Unitree )ผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์และหุ่นยนต์สี่ขาชั้นนำของจีน ถูกขึ้นบัญชีด้วย รวมถึง CXMT และ YMTC ซึ่งเพนตากอนเคยถอดบริษัทผู้ผลิตชิปหน่วยความจำชั้นนำของจีนทั้งสองจากบัญชีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ไปแล้ว
แม้ว่าบัญชีรายชื่อของเพนตากอนมิได้เป็นการกำหนดมาตรการคว่ำบาตร แต่ภายใต้กฎหมายใหม่ของสหรัฐฯ เพนตากอนจะถูกห้ามไม่ให้ทำสัญญาโดยตรงกับบริษัทเหล่านี้ตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป และห้ามการซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการโดยผ่านบุคคลที่สามตั้งแต่ปี 2570 อีกด้วย
โจว หมี่ นักวิจัยอาวุโสจากสถาบันวิจัยการค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศของจีนมองว่า บัญชีรายชื่อที่ปรับปรุงใหม่นี้ครอบคลุมบริษัทชั้นนำของจีนในหลายภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเทคโนโลยี และออกแบบมาเพื่อจำกัดส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทชั้นนำของจีนในต่างประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลในการแข่งขันกับบริษัทจีนและการเลือกปฏิบัติเช่นนี้ขัดแย้งกับกฎขององค์การการค้าโลก (WTO)
โจวเตือนว่าในระยะยาว มาตรการดังกล่าวอาจทำให้ความสามารถในการแข่งขันด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ อ่อนแอลง
ที่มา :โกลบอลไทมส์






