หนุ่มไรเดอร์วัย 26 ปี พร้อมทนายเข้ามอบตัวกับตำรวจ สน.ทุ่งครุ หลังปรีเข้าไปชกหน้า “ผอ.ป.ป.ช.” กลางานศพ ยอมรับแค้นที่ทำเพื่อนเสียชีวิต จึงเกิดอารมณ์ชั่ววูบ
จากกรณีนายจรงค์ เหมาะเกราะ ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขับรถกระบะพุ่งชนนายศรนรินทร์ นาคงสี อายุ 43 ปี ไรเดอร์หนุ่มเสียชีวิตบนถนนต่างระดับบางรักน้อย อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยในเบื้องต้นพบว่านายจรงค์ มีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายสูงถึง 189 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวไปดำเนินคดี และแจ้งข้อกล่าวหาที่ สภ.บางศรีเมือง ก่อนจะใช้ตำแหน่งประกันตัวออกจากโรงพักไป
ต่อมาเกิดเหตุชุลมุนขณะนายจรงค์ เดินทางเข้าขอขมาและเคารพศพนายศรนรินทร์ ที่วัดทุ่งครุ กทม. แต่ถูกเพื่อนผู้ตายปรี่เข้าต่อยหน้าระหว่างเดินขึ้นศาลาวัด ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (30 พ.ค.) ที่ สน.ทุ่งครุ นายธนัท บุญมาก อายุ 26 ปี พร้อม นายทวีศักดิ์ ซ้ายยศ ทนายความอาสา เข้าพบ พ.ต.อ.จุมพล สินศิริพงษ์ ผกก.สน.ทุ่งครุ เพื่อให้ข้อมูลและแสดงความบริสุทธิ์ใจ ว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการทางคดี หลังก่อเหตุต่อยหน้านายจรงค์ เหมาะเกราะ ผอ.สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ที่วัดทุ่งครุ เมื่อเย็นวันที่ 29 พ.ค. ที่ผ่านมา
โดยนายทวีศักดิ์ ทนายความ เปิดเผยก่อนเข้าพบตำรวจว่า การที่มีการทำร้ายร่างกายกันเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันโทษในคดีทำร้ายร่างกาย มีโทษจำคุก ซึ่งต่างจากในอดีต ตนเลยมาช่วยดูแลเรื่องกฎหมายให้ ขณะนี้ผู้เสียหายยังไม่ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดี แต่ก่อนหน้านี้ทนายความของคู่กรณีออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า ทุกการกระทำมีราคาที่ต้องจ่าย
ทั้งนี้ทางตนเองได้สอบถามถึงแรงจูงใจ นายธนัท อ้างว่า รู้จักกับผู้ตายกันมาระยะหนึ่ง โดยทั้งคู่ทำงานเป็นไรเดอร์ โดยนายธนัทอ้างว่าได้ติดตามข่าวดังกล่าวตั้งแต่วันแรก จึงเกิดจากความคับแค้นใจ ที่ฝั่งคู่กรณีเมาแล้วขับ แล้วชนเพื่อนตนเองจนเสียชีวิต ซึ่งปกติอาชีพไรเดอร์ก็ใช้ชีวิตยากลำบากอยู่แล้ว ยังมาเกิดเหตุการแบบนี้อีก อีกทั้งคนชนยังมีพฤติการคล้ายจะหลบหนี รวมถึงคนชนมีตำแหน่งใหญ่โต กลัวผู้ตายจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
ทนายความกล่าวต่ออีกว่า ตัวไรเดอร์ที่ไปต่อยนั้นมีความผิดแน่นอน แต่ตนแค่มาช่วยดูแลด้านกฎหมายเท่านั้น และไม่คิดว่าจะมีการสู้คดี ซึ่งข้อกล่าวหาเบื้องต้นจะเป็นเรื่องการทำร้ายร่างกาย และหากมีแจ้งข้อกล่าวหาเกิดขึ้นก็คงรับสารภาพ โดยอ้างเหตุคับแค้นใจ ทั้งนี้ก็แล้วแต่ดุลพินิจของศาลว่าจะเมตตาลงโทษในสถานเบาหรือไม่
ต่อมาภายหลังการเข้าพบตำรวจ นายธนัท พร้อมทนายความเดินทางออกจากห้องสืบสวน ก่อนที่นายธนัทจะเผยว่า ตนรู้จักกับผู้ตายมาประมาณ 1-2 ปี จากการทำงานเป็นไรเดอร์ โดยผู้ตายเคยช่วยเหลือเรื่องการซ่อมรถ จยย. โดยการออกค่าซ่อมรถให้ตนด้วย ทั้งนี้ตนไม่ได้เตรียมการมาต่อยคู่กรณี และไม่ทราบว่าคู่กรณีจะมา
เมื่อถามว่า ได้ยินหรือทราบหรือไม่ว่าญาติของผู้ตายแจ้งผู้ที่มาร่วมงานศพว่าคู่กรณีจะมา แล้วขอความร่วมมือว่าอย่าไปทำอะไรเขา นายธนัท อ้างว่าตนไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ตนอยากขอโทษและยอมรับผิดที่ไปต่อยคู่กรณี สำหรับหากมีค่ารักษาพยาบาลคู่กรณี ทางนายธนัทก็พร้อมชดใช้ ทั้งนี้ตนรู้สึกผิดและอยากขอโทษ โดยหากเจอกับคู่กรณีในครั้งหน้า ตนสามารถระงับอารมณ์ได้แน่นอน
ด้านทนายความเผยว่า เบื้องต้นในวันนี้ทางตำรวจยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามทางนายธนัทรู้สึกผิดและอยากจะขอโทษคู่กรณี ซึ่งอาจมีการนัดกับคู่กรณีกันต่อไป เพื่อขอโทษ
ทั้งนี้มีรายงานว่าทางตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่นายธนัท บุญมาก อายุ 26 ปี เนื่องจากฝั่งผู้เสียหายยังไม่มาแจ้งความดำเนินคดี โดยผู้ก่อเหตุเข้าข่ายข้อหาทำร้ายร่างกาย แต่จะเข้าข่ายทำร้ายร่างกายตามมาตราใด ต้องให้ฝ่ายผู้เสียหายไปตรวจร่างกายและขอใบรับรองแพทย์มาประกอบการพิจารณาการแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป






