รพส.ชัยภูมิ งัดหลักฐานสู้ หลังถูกทัวร์ลงเคสสุนัขตาย แฉกลับสุนัขไม่ได้แข็งแรงอย่างที่อ้าง พบเห็บเต็มตัว-ลูกเน่าคาอกแม่ แถมเจ้าของด่าแรงขู่เอาให้ดัง เตรียมส่งคลิปหลักฐานเด็ดสู้คดีถึงที่สุด
วันนี้ (25 เม.ย.) เพจ “โรงพยาบาลสัตว์ชัยภูมิ” ได้โพสต์ชี้แจงงกรณีที่มีการโจมตี โรงพยาบาลสัตว์ฯ ผ่านทางสื่อโซเซียลมีเดียต่างๆในประเด็นที่มีสุนัขตัวหนึ่งได้มาทำการรักษาที่นี่ และ ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้างต่อทาง โรงพยาบาลสัตว์ฯ โดยมี 5 ประเด็น ดังนี้
ประเด็นที่ 1 การดูแลพื้นฐาน
วันที่ 25 มีนาคม 2569 มาด้วยอาการหูอักเสบ เห็บหมัดเต็มตัว แล้วก็ไม่เคยมีประวัติรับวัคซีนจากเจ้าของปัจจุบันเลย หมอจึงให้ยาเห็บหมัด วัคซีนรวม 6 โรคเข็มที่ 1 และทำความสะอาดหูกับหยอดหูครั้งที่ 1 ให้(Osurnia) ได้มีการนัดหยอดหูครั้งที่ 2 ในวันที่ 1 เมษายน ก็ไม่ได้มาตามนัด เพราะฉะนั้นการที่บอกว่าเลี้ยงสุนัขได้ดีมาก สุนัขแข็งแรงมาโดยตลอด จึงดูโอเวอร์มากในสายตาหมอ
ประเด็นที่ 2 การปรักปรำโรงพยาบาลสัตว์ฯ อ้างว่าโดนบังคับการรักษา
ในวันที่ 15 เมษายน 2569 ได้มีการนัดฉีดวัคซีนรวมเข็มที่ 2 ซึ่งทางเจ้าของสัตว์ได้นำมาที่ รพส แต่แจ้งกับทางหมอว่าสงสัยว่าน้องท้อง เพราะช่วงนี้ท้องดูโต อยากให้หมอตรวจดูให้หน่อยว่าท้องหรือไม่ ด้วยวิธีการคลำ ทาง รพส แจ้งแล้วว่าการคลำไม่สามารถยืนยันการท้องได้ ต้องทำการอัลตร้าซาวด์ แต่มีข้อจำกัดที่อายุครรภ์ต้องมากกว่า 3-4 สัปดาห์ขึ้นไป ซึ่งเจ้าของไม่ทราบวันเป็นสัดของน้องที่ชัดเจน และเลี้ยงแบบปล่อยไม่รู้ว่าโดนผสมมารึเปล่า จึงได้ข้อสรุปว่า เลื่อนการฉีดวัคซีนน้องไปก่อน และรออีก 1 สัปดาห์มาอัลตร้าซาวด์อีกที(จะได้ไม่เสียค่าใช้จ่ายไปเปล่าๆ ในกรณีที่อายุครรภ์ยังอ่อนอยู่) เพราะฉะนั้นการที่แจ้งว่าหมอไม่ตรวจให้ ไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่น้อย
ในวันที่ 18 เมษายน 2569 นำสุนัขเข้ามาที่ รพส อีกครั้ง เจ้าของแจ้งว่าสงสัยว่าน้องแท้ง มีเลือดออกจากช่องคลอดในคืนวันที่ 17 เมษายน 2569 และในช่วงเช้าวันที่ 18 มีลูกออกมาตาย ทาง รพส ทำการ x-ray พบลูกในท้องอีก 3 ตัว จึงแจ้งเจ้าของว่าลูกมีโอกาสเสียชีวิตทั้งหมด และแจ้งว่าการแท้งเป็นภาวะที่อันตรายมีความเสี่ยงต่อตัวแม่ด้วย โดยส่วนใหญ่ของการแท้งทางแม่สุนัขมักจะขับลูกออกมาได้เอง ทางหมอจึงเสนอการรักษาทางยาก่อน โดยให้ยาฆ่าเชื้อและเฝ้าดูอาการเป็นหลัก แต่ถ้าน้องมีอาการเพิ่มเติมหรือภาวะแทรกซ้อนเพิ่มอาจพิจารณาผ่าตัด #แต่เจ้าของยืนกรานว่าอยากให้ผ่าตัดให้และทำหมันไปด้วย หมอแจ้งเรื่องความเสี่ยงในการผ่าตัดและให้เซ็นใบยินยอมวางยาสลบ พร้อมกับคุยเรื่องรายละเอียดการผ่าตัดและหลังผ่าตัดทั้งหมด สรุปได้ว่าเจ้าของต้องการมารับน้องกลับวันถัดไป เพราะฉะนั้นการที่บอกว่าหมออยากได้เงินบังคับให้ผ่าก็ไม่เป็นความจริงอีกเช่นกัน(มีหลักฐานเป็นวีดีโอที่หมอพูดคุยกับเจ้าตั้งแต่ต้นจนจบ) จากนั้นจึงทำการตรวจเลือด>>ค่าเลือดผ่าน สามารถผ่าตัดได้ หมอจึงให้น้ำเกลือน้อง กับยาฆ่าเชื้อ เพื่อเตรียมตัวผ่าตัดวันถัดไป
วันที่ 19 เมษายน 2569 ได้ทำผ่าตัดน้องประมาณช่วง 11.00 น พบว่ามดลูกมีการติดเชื้อ และลูกในท้องมีกลิ่นที่เหม็นและเน่ามาก การผ่าตัดเป็นไปด้วยดี และไม่มีปัญหา ช่วงเย็นวันนั้นน้องสามารถกินอาหารได้บางส่วน และดูร่าเริงดี จึงแจ้งเจ้าของว่าสามารถรับกลับได้ เจ้าของมารับน้องไปช่วง 19.00 น.
ประเด็นที่ 3 การสูญเสีย
วันที่ 20 เมษายน 2569 เจ้าของพาน้องเข้ามาประมาณ 13.00 น. แจ้งว่าน้องซึม เดินเซ และดูซีด ตรวจเลือดอีกครั้ง พบว่าเลือดจางค่อนข้างมาก และเม็ดเลือดขาวพุุ่งสูงมากๆ จากนั้นทำการอัลตร้าซาวด์ช่องท้องไม่พบความผิดปกติที่มีนัยสำคัญ ภาวะที่หมอสงสัยอันดับแรกคือกลุ่ม immune complex หรือ DIC ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายมาก ซึ่งก็ได้ทำการรักษาแนวทางโรคนี้ไป และพิจารณาเรื่องการให้เลือดน้อง ซึ่งยังไม่สามารถให้ได้เนื่องจากต้องตรวจความเข้ากันของเลือดหรือ Cross match ก่อน ทางหมอจึงให้เจ้าของฝากน้องไว้กับหมอก่อน แต่สุดท้ายน้องเสียชีวิตในช่วงเวลาประมาณ 24.00 น.
ประเด็นที่ 4 อ้างว่าไม่อธิบายและหลบหน้า
เจ้าของโวยวายรุนแรงตั้งแต่พาน้องเข้ามาหลังผ่าตัดในวันที่ 20 เมษา 13.00 น. ซึ่งก็โทษหมอเป็นหลัก หมอคุยกับเจ้าของเกิน 1 ชม. เรื่องภาวะที่น้องเป็นและแนวทางการรักษา แต่ไม่มีทีท่ารับฟังแม้แต่น้อย จากนั้นเจ้าของโทรเข้ามาถามอาการ เวลา 17.58 น. วันเดียวกัน เนื่องจากหมอติดเคสอยู่ทั้ง 2 คนจึงยังไม่ได้พูดคุยกับเจ้าของได้ เวลา 18.23 น. เจ้าของเข้ามาที่ รพส อีกครั้ง ซึ่งหมอก็พูดคุยกับเจ้าของตั้งแต่เข้ามาจนถึงเวลา 18.37 น. แต่หมอติดภารกิจทั้งในวอร์ดสัตว์ป่วยและห้องผ่าตัด หมอจึงต้องไปจัดการงานส่วนอื่นๆด้วย เพราะฉะนั้นการที่มาบอกว่าไม่อธิบายอะไรเลยดูไร้สาระมากๆ
ประเด็นที่ 5 คุกคามด่าทอแบบต่อเนื่อง
ตั้งแต่วันที่น้องเสียชีวิตและเจ้าของเข้ามารับร่างน้อง ด่าทอและคุกคามคุณหมอโดยไม่ฟังอะไรทั้งนั้น เช่น เอาแต่เงิน หมอทำหมาตาย ให้ยาเกิน หมาดีๆอยู่ก็ตาย ไม่มีจรรยาบรรณ แล้วก็ปิดท้ายด้วยข่มขู่ว่าดังแน่ จะลงโซเซียลให้หมด เจอแน่ เป็นช่วงเวลานานกว่า 1.30 ชม. กว่าจะกลับไป ซึ่งหมอก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรเพราะเห็นว่าการจัดการความโกรธด้วยความโกรธจะมีแต่ไม่จบ เราเข้าใจว่าความเสียใจบางทีมันก็หนักอึ้งอยู่เหมือนกัน แต่หลังจากนั้นเจ้าของยังไม่หยุดโจมตีแบบต่อเนื่องทุกวัน และแรงขึ้นเรื่อยๆ มีการเปิดเผยชื่อ รพส ในที่สาธารณะ รวมทั้งใส่ร้ายทุกรูปแบบ หนักสุดคือมาด่าว่า ไอ้เหี้**ทั้งในโซเซียล และต่อหน้าที่ โรงพยาบาลสัตว์ฯ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เลวร้ายและต่ำมากๆ ทางเราได้แจ้งความดำเนินคดีเรียบร้อยแล้ว






